ครม.อนุมัติงบกลางแก้โควิด วงเงิน 1,084 ล้านบาท จ้างบุคลากรเพิ่ม 2,402 อัตรา

24 ม.ค.2565 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) จำนวน 1,084 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 2,402 อัตรา สำหรับโครงการจ้างแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และสายงานบริการทางการแพทย์อื่น เป็นการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมให้เพียงพอ สำหรับรองรับการระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 2,402 อัตรามีรายละเอียดดังนี้ แพทย์จำนวน 55 อัตรา, พยาบาลวิชาชีพ 950 อัตรา,นักวิชาการสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน หรือเป็นผู้ช่วยพยาบาล 1,084 อัตรา, เภสัชกร 9 อัตรา, นักเทคนิคการแพทย์ 269 อัตรา,นักรังสีการแพทย์ 6 อัตราและนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 29 อัตรา คุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องไม่เป็นพนักงานราชการ พนักงานสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนหรือรายวันและจ้างเหมาบริการของกระทรวงสาธารณสุข ระยะเวลาการดำเนินโครงการ 9 เดือน ตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน 2565 สำหรับประโยชน์ที่ได้รับคือ บุคลากรที่อยู่นอกระบบการจ้างงานภาครัฐได้รับการจ้างงาน และประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

'ภราดร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ครม. พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา

'ภราดร' ไม่รู้ฝ่ายค้านจ่อซักฟอกตามมาตราไหน เรื่องอะไร ลั่น ครม.ทุกคนพร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา ยันปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

ครม. ไฟเขียว '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' นำร่อง 24 หน่วยงาน สกัดทุจริตภายใน 6 เดือน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมกับโจทย์สำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (C