'หมอพรทิพย์' มั่นใจ 'แตงโม' ไม่ได้ตกท้ายเรือ ลักษณะบาดแผลไม่เข้ากับใบพัด

“หมอพรทิพย์” มั่นใจ “แตงโม“ ไม่ได้ตกท้ายเรือ เหตุ ลักษณะบาดแผลขาไม่เข้ากับใบพัดเรือ เชื่อถูกของมีคม ชี้ กระบวนการทางคดีแต่ต้นมีความผิดปกติ เพราะห่วงโซ่วัตถุพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน

2 มิถุนายน 2569 - ภายหลังจากที่คณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงหญิงชื่อดัง ในประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมิชอบด้วยหมายหรือไม่ เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่น ให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย มาให้ความเห็นทางวิชาการเพื่อนำถ้อยคำประกอบสำนวนการสืบสวนก่อนสรุปสำนวนส่งสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมิชอบภายในเดือน มิ.ย.69

ผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้าพบดีเอสไอ ประกอบด้วย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และนายเอกราช นามโภคิน ร่วมกับนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน (มารดาแตงโม) ภายหลังพบว่าการเสียชิวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงสาว จากกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาว่าบาดแผลขาขวาด้านหน้าของแตงโมไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ และต่อมามารดาของแตงโมได้นำส่งเอกสารให้กับคณะพนักงานสืบสวนตรวจพบว่ามีบาดแผลหลายจุดทั้งขาขวา-ขาซ้าย จึงได้เชิญทั้งหมดเข้าให้ข้อมูลเชิงวิชาการ โดยมี พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน ให้การต้อนรับ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ออกมาเปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับคณะพนักงานสืบสวน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ว่า วันนี้ได้มีการรับฟังข้อมูลภาพรวมทั้งหมดว่าครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งก็ได้ดูเรื่องของบาดแผล โดยเฉพาะทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ก็ได้เข้ามาดูข้อมูลในส่วนนี้ด้วย เพื่อที่จะให้ความเห็นของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเหล่านี้ จัดทำเป็นรายงานข้อมูลให้ดีเอสไอนำไปใช้ประกอบสำนวนคดีว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นทั้งตัวของแตงโม ที่ไม่ใช่บาดแผลใหม่ แต่เป็นภาพที่นำมาทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนี้ ได้นำไปประกอบดูกับคำพิพากษาศาลที่ผ่านมา

โดยสรุปเบื้องต้นแล้วเห็นว่าบาดแผลทั้งตัวของแตงโมที่พบ มันไม่เข้ากับพฤติการณ์ที่บอกว่ามีการตกท้ายเรือแล้วบาดแผลอาจเกิดจากใบพัดเรือ เพราะตนมองว่าบาดแผลมันเยอะเกินไป และในตอนแรกที่ตนเคยได้เห็นบาดแผลกับตา มันก็ไม่ได้เห็นชัดเจนขนาดนั้นเนื่องจากแผลได้ถูกเย็บไว้ และได้ดูจากภาพที่ถูกซูมจากระยะไกลแทน แต่ในวันนี้ เราได้เห็นภาพบาดแผลที่มาจากเอกสารคำพิพากษาศาล ทำให้เห็นภาพแผลชัด ๆ ซึ่งลักษณะของแผลที่มีมีทั้งแผลลึก ยาวและมีขนาดใหญ่ ก็ล้วนไม่เข้ากับลักษณะของใบพัดเรือ ซึ่งก็ต้องนำไปประกอบในรายงานการสืบสวนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถตอบสรุปได้เลยว่าสิ่งที่ทำให้เกิดบาดแผลเหล่านี้เกิดจากอะไรบ้าง มันอธิบายไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่รู้เพียงแค่ว่าลักษณะของบาดแผลไม่เข้ากับใบพัดเหลือแน่นอน ซึ่งทางดีเอสไอก็รับฟังความคิดเห็นของแพทย์หลายท่านที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้

ส่วนลักษณะบาดแผลที่พบจะเป็นการบ่งบอกถึงการขัดขืนการต่อสู้ได้หรือไม่นั้น แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เรายังไม่ลงลึกถึงขนาดนั้น เราเน้นเพียงแค่เรื่องของบาดแผลตามที่คุณหมอธวัชชัย และอาจารย์ปานเทพ ตั้งข้อสังเกตติดใจบาดแผลที่มีมีไขมันติดมาด้วย เพราะหากดูแล้ว อย่างไรก็ไม่เข้ากับลักษณะของการโดนใบพัดเรือ แต่มันเหมือนเกิดจากของมีคมมากกว่า พร้อมย้ำว่า บาดแผลที่พบเจอบนล่างแตงโมทั้งหมด ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเกิดขึ้นก่อน หรือหลังจากตกเรือ เพราะมันต้องไปขยายดูจากการตรวจสอบในภาพรวมอื่นด้วย ว่าเกิดจากอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

ส่วนกรณีว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าบาดแผลบนร่างของแตงโมอาจเกิดจากการโดนสิ่งของในแม่น้ำบาดขาจนเป็นแผลเช่นนั้น แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ตนทราบว่าทางคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอก็พยายามตรวจสอบดูว่ามีอะไรที่อยู่ในน้ำบ้าง แต่หากฟังตามคำให้การที่บอกว่าผู้เสียชีวิตไปนั่งปัสสาวะท้ายเรือแล้วตกเรือ

ตนก็มองว่าแผลเหล่านั้น อาจจะเกิดจากอะไรก็ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยส่งภาพต้นฉบับมาให้ทางคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอเลย ซึ่งในทางหลักการในกระบวนการยุติธรรมแล้ว เรามองว่ามันเป็นสิทธิ์ที่คนตายและญาติสายตรงจะต้องได้รับรู้

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า สำหรับการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามามาช่วยในการแปลงภาพขาวดำเป็นภาพสี มองว่าอาจช่วยพิสูจน์ได้บ้างในเรื่องของลักษณะร่องรอยบาดแผล แต่เนื่องด้วยภาพถ่ายในสำนวนก็ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ซึ่งการนำเอามาสแกนซ้ำ ก็คงช่วยในเรื่องของสำนวนการสืบสวนได้บ้าง อย่างไรก็ดี หากถามว่ามีร่องรอยบาดแผลบริเวณใดที่รู้สึกตั้งข้อสังเกตหรือไม่นั้น ตนมองว่าคดีนี้ บางส่วนก็เป็นความเห็นของตน แล้วก็มองว่ามันถูกผลกระทบตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เพราะการชันสูตรศพจะต้องทำโดยแพทย์นิติเวชในพื้นที่ แต่กลับมีคำสั่งที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ ให้มีการย้ายศพเกิดขึ้น เพราะการย้ายศพจะทำให้ทุกอย่างช้า และภาพศพที่ถูกปล่อยออกมาตามสื่อ มันก็เป็นภาพศพที่เริ่มเน่ามากขึ้นแล้ว ยิ่งเราเสียเวลา หลักฐานก็จะหายไปด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องของเรือที่จะต้องตรวจ จริง ๆ แล้ว เรือจะต้องถูกตรวจสอบด้วยแต่เหมือนมีบางอย่างที่ทำให้ไม่ต้องได้ตรวจในตอนแรก จึงทำให้ผู้เสียชีวิตกลายเป็นสิ่งเดียวที่ถูกตรวจ ฉะนั้น หากกระบวนการตรวจสอบมันอิสระมากพอ มันคงทำให้เรารู้ว่าบาดแผลบนล่างของแตงโมเกิดจากอะไรบ้าง

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวด้วยว่า คดีนี้ผ่านมาถึง 4-5 ปีแล้ว ร่องรอยบาดแผลบางส่วนตนก็เคยเห็นแล้ว แต่ก็ไม่ได้อยากให้ไปเน้นที่เรื่องศพอย่างเดียว เพราะเรื่องของกระบวนการทางสำนวนค่อนข้างมีความสำคัญ เราไม่อยากให้โฟกัสแค่เรื่องการวิเคราะห์บาดแผลเท่านั้น เพราะมันยังมีในเรื่องของข้อมูลพิกัด GPS ข้อมูลภายในโทรศัพท์ ข้อมูลการตัดต่อภาพ ซึ่งเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่เป็นภาพสะท้อนในกระบวนการยุติธรรม ว่ามันจำเป็นแล้วหรือไม่ที่เราต้องมีการปฏิรูปให้มันดีขึ้น เพราะหากย้อนไปในช่วงของการชันสูตรศพครั้งที่สอง ตนก็ไม่ได้สัมผัสร่างเลย ทั้งที่ในหลักสากลแล้ว ย่อมเป็นสิทธิ์ของญาติคนตายที่จะประสงค์ร้องขอให้แพทย์นิติเวช หรือเอกชน ได้ร่วมตรวจสอบชันสูตรศพด้วย แต่กลับไม่สามารถทำได้ จึงทำให้การเข้าถึงรายละเอียดในชั้นแรกไม่เต็มที่ เราก็อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ด้วย

อย่างไรก็ดีในวันนี้ ถือเป็นการหารือทางข้อมูลเบื้องต้นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ้ามีการตั้งต้นคดีใหม่ก็คงจะได้รับการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนในเร็ว ๆ นี้ เพราะแพทย์ที่มาในวันนี้ก็ค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญ สามารถดูทั้งก่อนการเสียชีวิต และหลังการเสียชีวิตได้ ขอให้ไม่ต้องเป็นกังวล

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ตนพูดเพียงได้แค่ว่ามันมีบาดแผลที่ไม่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์จริง ซึ่งเป็นบาดแผลถลอก ลักษณะคล้ายถูกของมีคม และก็มีแผลที่มีรูเยอะ ซึ่งในมุมของเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตอบว่าตกท้ายเรือ คงจะต้องมีการสอบสวนให้มากขึ้น คิดว่าความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวันนี้เป็นประโยชน์กับดีเอสไอ ทั้งนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ก็ได้มีการให้ข้อสังเกตเรื่องของรองเท้าด้วย ซึ่งมันก็ไปสอดคล้องกับเรื่องห่วงโซ่วัตถุพยาน เพราะการตรวจวัตถุพยานที่น่าเชื่อถือจะต้องไม่ถูกรบกวนในระหว่างขั้นตอน แต่เมืองไทยของเรา ติดปัญหาในเรื่องของการอ้างว่าไม่มีระเบียบให้ดำเนินการในเรื่องนั้น ฉะนั้น เมื่อขาดห่วงโซ่วัตถุพยาน ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงไปด้วย

ด้าน พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ เปิดเผยว่า เรื่องรองเท้าก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันทำให้เรารู้ว่าเป็นรองเท้าคู่ไหน เป็นรองเท้ายี่ห้ออะไร โดยเฉพาะข้อมูลที่เราได้ออกมาจาก iCloud โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ซึ่งมันทำให้เราเห็นภาพรองเท้าดังกล่าว หากมองเห็นความเชื่อมโยง ก็ไปใช้ตรวจสอบได้ว่า ในวันนั้น แตงโมเดินลงจากรถโดยใช้รองเท้าคู่ดังกล่าวหรือไม่

ซึ่งจากภาพที่เราได้นำเทคโนโลยีมา Reconstruction ก็ทำให้เห็นว่าเป็นรองเท้าที่ไม่มีส้น และไม่ได้หุ้มส้นทั้งหมด เมื่อในข้อเท็จจริงเราพบข้อมูลว่า แตงโมมีรองเท้าสองคู่ แต่ใส่ไว้ในกระเป๋าคู่นึง แต่หลังจากนั้น สังเกตหรือไม่ว่าคดีนี้ไม่มีการตรวจรองเท้าของคนบนเรือสักคนเดียว หากคิดว่ามีการนำตัวออกไปที่อื่นนอกจากเรือ มีเรื่องของทราย ก็ควรจะมีการตรวจรองเท้าคนบนเรือทุกคนหรือไม่

ซึ่งในตอนนั้นมีการตรวจรองเท้าของคนบนเรือ ก็จะได้ดูต่อว่า แล้วรองเท้าของแตงโมไปไหน เพราะถ้าหากไปใช้พิสูจน์ในเรื่องของการปัสสาวะท้ายเรือ คนเราเวลาจะปัสสาวะก็ต้องถอดรองเท้าหรือไม่ แต่เมื่อไปไล่ดูคลิปวิดีโอที่เป็นเหตุการณ์บนเรือทั้งหมด กลับไม่เจอรองเท้าบนเรือเลย ดังนั้น มันก็ย้อนกลับไปสู่คำถามที่ว่า หากไปปัสสาวะท้ายเรือจริงจะใส่รองเท้าทำไม ถ้าไม่ได้ถูกนำตัวออกจากเรือไปที่อื่นก่อน อีกทั้งตอนที่เจอร่างของผู้เสียชีวิตลอยมาก็ไม่มีรองเท้า ในการชันสูตรพลิกศพก็ไม่มีบันทึกเรื่องรองเท้า

พ.อ.นพ.ธวัชชัย เล่าย้อนทำลายเมื่อปี 2565 ภายหลังเหตุการณ์เสียชีวิตของแตงโม ว่า การที่ตนจะพูดต่อไปนี้ หากอยากฟ้องก็ฟ้องเลย ตอนแรกเขาจะให้ร่างของแตงโมไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมันก็ต้องมีหนังสือนำ โดยในขณะนั้นร่างของน้องแตงโมอยู่ในรถของคุณไทด์ เอกพันธ์ ซึ่งรถก็ได้ขึ้นทางด่วนเรียบร้อยแล้ว แต่กลับมีโทรศัพท์จากนายตำรวจ ยศ พล.ต.ท. โทรศัพท์เข้ามา ซึ่งน่าได้รับคำสั่งมาจากคนที่ยศสูงกว่า หรือใหญ่กว่านั้น โทรศัพท์บอกว่าให้ย้ายจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจแทน จึงทำให้รถของคุณไทด์ ต้องไปจอดอยู่ที่โรงพัก เพื่อที่จะได้ใช้หนังสือเปลี่ยนประสานงาน

แต่ปรากฏว่ามีภาพหลุดออกมาในช่วงนั้นว่ามีการพลิกศพเกิดขึ้น หน่วยงานนั้นก็มีการถ่ายรูป แต่คุณไทด์ ตอนนั้นมือเปล่าไม่ได้มีกล้อง จึงต้องขอบคุณคนในหน่วยงานนั้น ที่ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ จึงปล่อยภาพต้นขาข้างขวาออกมา เพราะถ้าไม่มีภาพนี้ คดีคงจบไปนานแล้ว เพราะเมื่อภาพขาขวาด้านหน้า หลุดออกมา เมื่อไปถึงสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตอนเวลา 16.00 น. ตนมองว่า คดีใหญ่แบบนี้ควรใช้หมอหลายคนหรือไม่ เพราะในตอนนั้นเหมือนจะมีหมอที่มารับผิดชอบคดีเพียงแค่คนเดียว

และภายหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จ ก็เอาศพกลับใส่ในถุง แต่ในตอนชันสูตรก็พบว่าไม่มีรองเท้า แต่กลับพบว่าหลังจากนั้นมีคนเอารองเท้าตามไปใส่ไว้ในถุงใส่ศพภายหลัง ข้อสังเกตว่ารองเท้าถือเป็นวัตถุพยานหลักฐานหรือไม่ ทำไมจึงไม่มีการตรวจสอบตั้งแต่แรก ตนมองว่า ไม่ว่าจะเป็นสถาบันนิติเวช หรือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พวกท่านอาจทำดีมาเยอะ แต่มันคงจะมาชดเชยกับเรื่องการฆาตกรรมอำพรางไม่ได้หรือไม่ เพราะต้องสงสัยว่าทำไมรองเท้าถึงไปอยู่ในถุงศพได้

ซึ่งมันก็มีหลายเรื่องที่เป็นที่น่าสังเกต ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาศพไปทดลองลักษณะบาดแผลกับใบพัด ที่พบความผิดปกติไม่สอดคล้องกัน ดังนั้น ตนคิดว่า หากคดีนี้ได้ไปถึงชั้นของสำนักงาน ป.ป.ช. คงจะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอไล่ทุกจุด เราไม่ได้ดูแค่เรื่องลักษณะบาดแผล แต่เรายังย้อนไปถึงเรื่องโครงสร้างภายในรองเท้าในวันที่เกิดเหตุการณ์ด้วย ว่ามีทรายหรือมีวัสดุใดที่ติดอยู่ในแผ่นรองเท้า เพื่อที่จะบ่งบอกได้ว่าได้เดินทางไปที่ไหนมาบ้าง

ส่วน นายเอกราช นามโภคิน กล่าวว่า วันนี้ตนได้มีการนำภาพขาวดำมาทำเป็นภาพสี โดยใช้เทคโนโลยี Ai เข้าช่วย เพราะปัจจุบันนี้เรายังไม่เคยได้รับภาพร่องรอยบาดแผลที่เป็นภาพสีจากหน่วยงานใดเลย แต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ก็มีภาพหลุดเต็มตัว และบางส่วนก็เป็นภาพที่ถูกซูมเข้าระยะใกล้เท่านั้น แต่เราก็ไม่เคยรู้เลยว่าภาพเหล่านั้นได้ถูกนำไปใช้ประกอบในสำนวนครั้งแรกหรือไม่

แต่เมื่อเราได้ภาพหลักฐานที่มาจากคำพิพากษาของศาล ซึ่งมันก็ปรากฏว่าอยู่ในสำนวนด้วย ก็แปลว่าเป็นภาพจริง เราจึงนำเอาภาพบางส่วนมาทำเป็นภาพสี และให้ AI ช่วยวิเคราะห์และถอดอัตลักษณ์รายละเอียดทั้งหมดของบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นลักษณะบาดแผลการฟกช้ำก็ตาม จึงทำให้เราได้ภาพที่ AI วิเคราะห์ได้สมบูรณ์ที่สุด แม้ไม่ใช่ภาพที่จะเป็นพยานหลักฐาน แต่มันก็ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น ได้เห็นถึงลักษณะบาดแผล ความคม ความลึกของบาดแผล อีกทั้งเรื่องสำคัญอีกประการคือเรื่องรองเท้าของผู้เสียชีวิต ที่เราได้มีการนำภาพมาทำแบบ Reconstruction ซึ่งจะทำให้เห็นชัดเจนว่าเป็นรองเท้าคู่ใด และเป็นรองเท้าคู่ใดของแตงโมที่ใช้หรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘หมอพรทิพย์’ ชี้แม่ทัพภาค 4 พูดความจริงชายแดนใต้ จี้กล้าล้างทุจริตทุกฝ่าย

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ หนุนคำพูดของแม่ทัพต่อปัญหาความรุนแรงชายแดนใต้ ระบุเป็นเรื่องจริงที่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูด พร้อมสะท้อนปมข้อมูลบิดเบือน ระบบสั่งการไกลพื้นที่ และเรียกร้องรัฐใช้โอกาสนี้จัดการทุจริตทั้งเงิน อำนาจ และเวลาอย่างจริงจัง

'หมอพรทิพย์' สงสารสมเพช 'ทักษิณ' เวรกรรมไล่ล่า ทำร้ายลูกตัวเองแต่โทษคนอื่น

"หมอพรทิพย์" มอง "ทักษิณ" สำแดงหน้าจอทีวี แล้วรู้สึกสงสารปนสมเพช กรรมกำลังไล่ล่าคนทำร้ายแผ่นดินเกิด ทำร้ายลูกตัวเองแต่โทษคนอื่นหมด คนชั่วทั้งหลายดูไว้ ทางออกประเทศไทยชัดเจน คนชั่วกำลังถูกจัดการ

เปิดคำวินิจฉัย ศาลยกฟ้องข้อหาประมาท คดีแตงโม

เปิดคำพิพากษาศาลจังหวัดนนทบุรี คดีหมายเลขดำ อ.292/2566 ที่พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ ยื่นฟ้องนายวิศาพัชหรือแซน มโนมัยรัตน์ จำเลยที่ 1 นายนิทัศน์หรือจ๊อบหรือจ็อบ กีรติสุทธิสาธร จำเลยที่ 2 นางสาวอิจศรินทร์หรือกระติก

ศาลพิพากษาคดีแตงโม ยกฟ้อง 3 จำเลย

ศาลจังหวัดนนทบุรี อ่านคำพิพากษาคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ที่เสียชีวิตจากการตกเรือเมื่อ 3 ปีก่อน โดยจำเลยในทั้งหมด 4 คน ได้แก่ กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์, แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์, จ๊อบ นิทัศน์ กีรติสุท

หมอพรทิพย์ -สืบจากศพ ข้อสงสัย-ปมกังขา สองคดีดัง อดีตผกก.โจ้-แตงโม

ปมการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ ผู้ต้องหาใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดเสียชีวิตในโรงพัก สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งอดีตผกก.โจ้ได้ใช้ผ้าขนหนูผูกคอเสียชีวิตในห้องขัง

'เสี่ยพงษ์' เข้าพบ 'ดีเอสไอ' ตอบประเด็นเสียงปริศนาและการสัมผัสร่าง 'แตงโม' ที่สังคมสงสัย

ที่กรมสอบสวน​คดี​พิเศษ​(ดีเอสไอ)​ นายสมพงษ์ สุนทรพรวาที หรือเสี่ยพงษ์ พยานคนสำคัญอีก 1 คนในคดีการเสียชีวิตของน.ส.นิดาหรือ แตงโม ซึ่งเ