'ปานเทพ' ยื่นหลักฐานใหม่กว่า 1,300 หน้า ขอดีเอสไอรื้อคดีแตงโม เชื่อไม่ได้อยู่บนเรือ

"ปานเทพ" ยื่นหลักฐานใหม่กว่า 1,300 หน้า ขอดีเอสไอรื้อคดี อ้างข้อมูลวิทยาศาสตร์ชี้แตงโมหายจากเรือตั้งแต่ 20.36 น. พบคนบนเรือเหลือเพียง 5 คน ตั้งข้อสังเกตภาพถูกแก้เวลา ย้ำไม่มีการตกเรือตามเวลาที่ระบุในสำนวนเดิม

19 มิถุนายน 2569 - ที่กรมสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แถลงข่าวเปิดเผยความขัดแย้งของพยานหลักฐานในสำนวนเดิมในคดีการเสียชีวิตของน.ส.นิดา แตงโม พัชรวีระพงษ์ โดยนำหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ ข้อมูลพิกัดดาวเทียม และรายงานดิจิทัลที่มีความหนากว่า 1,300 หน้า ยื่นตรงต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษและดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงใหม่อีกครั้งอย่างเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต

​โดยนายปานเทพ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากกรณีที่คุณแม่ของแตงโม นิดา ได้ลงนามมอบอำนาจอย่างเป็นทางการให้แก่ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เข้ามาเป็นผู้ดำเนินคดีและดูแลรักษาผลประโยชน์ทางกฎหมายแทนกลุ่มทนายความชุดเดิมทั้งหมด ส่งผลให้คณะทำงานภาคประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสาร วิดีโอหลักฐาน บันทึกถ้อยคำพยาน และภาพถ่ายสำคัญทั้งหมดที่บรรจุอยู่ในสำนวนหลักของการสอบสวนเดิมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจากการระดมทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันตรวจสอบและวิเคราะห์หลักฐานดั้งเดิมทีละชิ้นอย่างละเอียด พบความจริงอันน่าตกใจว่าพยานหลักฐานหลายส่วนในสำนวนมีความขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์อย่างรุนแรง

​นายปานเทพ ยังกล่าวถึงข้อสันนิษฐานใหม่เกี่ยวกับเวลาที่น.ส.นิดาหายไปจากเรือว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการใช้งานและไฟล์ดิจิทัลที่กู้คืนมาจากโทรศัพท์มือถือของแตงโม ตลอดจนโทรศัพท์ของบุคคลอื่น ๆ บนเรือ คณะทำงานเชื่อมั่นว่าแตงโมได้หายไปจากเรือตั้งแต่เวลา 20.36 น. เป็นต้นไป ซึ่งข้อสันนิษฐานดังกล่าวมีน้ำหนักรองรับทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่างแน่นหนา เนื่องจากพบพฤติการณ์ที่ผิดวิสัยขั้นรุนแรง โดยหลังจากเวลา 20.36น. เป็นต้นไปจนกระทั่งจบเหตุการณ์ ไม่ปรากฏภาพถ่ายเดี่ยวของแตงโมในโทรศัพท์มือถือของเจ้าตัวเลยแม้แต่ภาพเดียว และไม่มีบุคคลอื่นใดบนเรือถ่ายภาพเดี่ยวแตงโมเลยเช่นกัน ซึ่งขัดกับพฤติกรรมปกติของดาราสาวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและเก็บบรรยากาศการล่องเรือเป็นอย่างมาก

นายปานเทพ กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสะพานซังฮี้ในช่วงขาไป ณ เวลา 21.51 น. และนำภาพมาทำการซูมวิเคราะห์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ พบบุคคลที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ทเพียง 5 คนเท่านั้น ไม่ใช่ 6 คนตามที่เคยมีการกล่าวอ้าง สอดคล้องกับหลักฐานถัดมาในเวลา 21.54 น. ที่ภาพถ่ายเงาและแสงสะท้อนบนตัวเรือแสดงโครงสร้างของมนุษย์ไม่ครบ 6 คนอย่างชัดเจน ยืนยันว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในเรื่องของจำนวนคนตั้งแต่ช่วงเวลานั้นแล้ว

อย่างไรก็ตามในสำนวนเดิมมีการอ้างอิงภาพถ่ายคู่ระหว่างกระติกและแตงโม โดยระบุเวลาว่าถ่ายเมื่อเวลา 22.13 น. เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่านักแสดงสาวยังมีชีวิตอยู่บนเรือในช่วงขากลับ แต่เมื่อนำไฟล์ภาพดังกล่าวไปตรวจสอบข้อมูลแฝง หรือ Metadata เชิงลึก กลับพบความจริงทางวิทยาศาสตร์ว่าภาพนี้ถูกถ่ายจริงตั้งแต่วันและเวลา 21.57 น. ซึ่งยังเป็นช่วงขาไป ทว่าในเวลาต่อมาได้มีกระบวนการนำไฟล์ภาพไปปรับแต่งแก้ไขเวลาในระบบดิจิทัลให้กลายเป็นเวลา 22.13 น. เพื่อหวังสร้างเรื่องราวตบตาการทำงานของเจ้าหน้าที่และให้สอดคล้องกับพล็อตเรื่องที่มีการนำไปบอกเล่าในรายการโทรทัศน์ชื่อดังในภายหลัง

นายปานเทพ กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาต่อมาว่า เมื่อไล่เรียงเหตุการณ์ขากลับผ่านกล้องวงจรปิดใต้สะพานซังฮี้ ณ เวลา 22.11 น. คณะทำงานก็สามารถนับจำนวนคนบนเรือได้อย่างชัดแจ้งว่าเหลือเพียง 5 คน ซึ่งข้อมูลนี้ขัดแย้งกับคำแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยระบุเวลาขากลับไว้ว่าเป็นเวลา 22.18 น. ยิ่งไปกว่านั้นในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณท่าเรือพิบูลสงคราม ณ เวลา 22.32 น. คณะทำงานพบว่าแผ่นซีดีหลักที่บรรจุไฟล์วิดีโอในสำนวนของตำรวจเกิดความเสียหายจนไม่สามารถเปิดเล่นได้ ทว่าทางคณะทำงานสามารถเสาะหาและกู้คืนภาพจากกล้องตัวเดียวกันในแหล่งข้อมูลอื่นมาทดแทนได้สำเร็จ ซึ่งผลการตรวจสอบก็ยืนยันตรงกันว่าพบบุคคลอยู่บนเรือเพียง 5 คนเช่นเดิม

ทั้งนี้พิกัดและเวลาที่สำนวนคดีเดิมอ้างว่าเป็นจังหวะที่แตงโมพลัดตกเรือ คือเวลา 22:34:10 น. นั้น คณะทำงานภาคประชาชนได้นำระบบวิศวกรรมขั้นสูงมาทำการตรวจสอบทิศทางและแสงเงาของวัตถุอย่างละเอียด แล้วพบว่าเงาบนเรือในวินาทีดังกล่าวลอยพุ่งขึ้นด้านบนซึ่งขัดแย้งกับลักษณะกายภาพของการตกน้ำโดยสิ้นเชิง จึงเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญที่ชี้ชัดว่าไม่มีการตกเรือในลักษณะที่กล่าวอ้าง ณ เวลานี้อย่างแน่นอน และทำให้คณะทำงานปักใจเชื่อว่านักแสดงสาวไม่ได้อยู่บนเรือแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักกฎหมายบุก DSI ร้องสอบ 'นอมินีทุนข้ามชาติ' ธุรกิจขนส่ง จี้ขุดโครงสร้างหุ้น-เส้นเงิน

นักกฎหมายยื่น DSI-พาณิชย์ ตรวจสอบข้อสงสัย “นอมินี” ในธุรกิจขนส่ง หลังสุ่มตรวจข้อมูลจากกลุ่มบริษัทเสี่ยง พบ 2 แห่งมีโค

กกต. แจงมติ 4:3 ไม่รับเส้นเงินดีเอสไอ โยน 'อนุฯ ชุด 36' ประชุม 11 ครั้ง ไม่มีกรรมการร้องขอสำนวนคดีพิเศษ

กกต. ชี้แจงกรณีกระแสข่าวระบุว่า กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงิน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อใช้การพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือกสว.ว่า

ดีเอสไอ ขยายผล 'คดีฮั้ว สว.' ชี้ทำเป็นขบวนการใหญ่ จ่อฟัน 'เอกราช' ให้การเท็จ

ดีเอสไอ เตรียมร่อนหนังสือถึง กกต. ขอคำวินิจฉัยคดี "ฮั้วเลือก สว." หลังมีมติส่งฟ้องศาล 77 ราย เพื่อนำขยายผลสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ ขณะที่แหล่งข่าวยุติธรรมสะ

'ทวี' โต้สั่ง DSI กลั่นแกล้งรับ 'ฮั้ว สว.' คดีพิเศษ โบ้ยกันพยานอำนาจ กกต.

'ทวี' ร่ายยิบ โต้กลั่นแกล้งรับ 'ฮั้ว สว.' คดีพิเศษ ยันไม่ใช่ รมว.ยุติธรรม ตัดสินใจ แต่ใช้มติ กคพ. ชี้ขาด ส่วนการกันพยาน อำนาจ กกต. ขณะที่ DSI แค่เสนอความเห็น

ร้องสอบวินัยร้ายแรง ‘บิ๊ก DSI’ ปมทำคดีฮั้ว สว. คณะที่ 26

มีหนังสือร้องสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ระดับสูง DSI ซึ่งร่วมคณะไต่สวน กกต.ชุดที่ 26 ปมพยานกลับคำให้การ กล่าวหาข่มขู่-สร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย พร้อมเปิดประวัติเคยเป็นหน้าห้องอดีตรองอธิบดี DSI เพื่อนร่วมรุ่นอดีต รมว.ยุติธรรม