ฝากขัง 2 ผู้ต้องหาค้าเฮโรอีน คดีโยงแอร์สาว 'มีนา' ค้านประกันหวั่นหลบหนี

บช.ปส. คุมตัว 2 ผู้ต้องหาฝากขังคดีค้าเฮโรอีนเชื่อมโยงแอร์โฮสเตสสาว “มีนา” ที่ถูกจับในออสเตรเลีย พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุเป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวข้องเครือข่ายข้ามชาติ

6 กรกฎาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 (บก.ปส.1) ได้นำตัวนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี และนายนันทวัฒน์ ยิ่งพัฒนาวงศ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาล

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียประจำกรุงเทพฯ แจ้งข้อมูลมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีทางการออสเตรเลียจับกุม น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสายการบินไทย หลังเดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์นด้วยเที่ยวบิน TG465 จากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569

จากการตรวจสอบสัมภาระ เจ้าหน้าที่สำนักงานพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลียพบกระเป๋าผ้า 12 ใบ โดย 2 ใบมีความผิดปกติ ก่อนตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในน้ำหนักรวมประมาณ 9 กิโลกรัม

เบื้องต้น น.ส.มีนา ให้การว่ารับขนสิ่งของจากการติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก โดยได้รับกระเป๋าจากผู้ใช้บัญชีชื่อ “Rose Rose” ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน เพื่อนำไปส่งให้บุคคลชื่อ “เดียร์” ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเมลเบิร์น และยืนยันว่าไม่ทราบว่าภายในเป็นยาเสพติด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสืบสวนขยายผลจนพบว่า นายอุทัยเป็นบุคคลที่นำพัสดุดังกล่าวไปวางไว้ที่อาคารพักของ น.ส.มีนา ก่อนถูกควบคุมตัวมาสอบสวน

จากการสอบปากคำ นายอุทัยรับสารภาพว่าได้นำเฮโรอีนส่วนที่เหลือไปซุกซ่อนไว้ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นห้องของนายนันทวัฒน์

ด้านนายนันทวัฒน์ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอุทัยได้นำถุงดำบรรจุกระเป๋าผ้าลายช้างไทยจำนวน 6 ใบมาฝากไว้ โดยภายในซุกซ่อนยาเสพติดอยู่จริง

ผู้ต้องหารายนี้ยังให้การว่า ภายหลังได้รับการติดต่อจากนายอุทัยให้จัดการกับของกลาง ตนจึงทำลายกระเป๋าผ้าและนำเฮโรอีนที่ซุกซ่อนอยู่เททิ้งลงชักโครกภายในห้องพัก ก่อนนำเศษกระเป๋าและวัสดุที่เกี่ยวข้องไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ รวม 3 จุด

พนักงานสอบสวนระบุว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และยังต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก รวมทั้งรอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง ผลตรวจลายนิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสอง

จึงขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-17 กรกฎาคม 2569 พร้อมคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและยากต่อการติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้ยื่นคำร้องฝากขังนายอุทัยในอีกสำนวนหนึ่ง ในข้อหาร่วมมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย

ภายหลังพิจารณาคำร้องแล้ว ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองตามคำร้องของพนักงานสอบสวน.

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ตร.' คุมตัวฝากขังศาล 'อัจฉริยะ' ลั่นเงิน 191 ล้าน แจงได้ทุกประเด็น เชื่อมีใบสั่งเล่นงาน

ตำรวจไซเบอร์คุมตัว ’อัจฉริยะ’ ฝากขังคดีฟอกเงิน-ฉ้อโกงประชาชน เจ้าตัวลั่นเงิน 191 ล้านชี้แจงได้ทุกประเด็น เชื่อมีใบสั่งเล่นงาน

ศาลอาญาตัดสินประหาร 'แอม ไซยาไนด์' อีกคดีลวงฆ่า 'จุ๋มจันทรรัตน์' ล้างหนี้เงินกู้

ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำอ856/2568 แอม ไซยาไนด์วางยาคดีที่8 ที่พนักงานอัยการคดีอาญ

อสส. สั่งฟ้องแก๊งค้ายาข้ามชาติ เครือข่าย 'แอร์มีนา' ขนเฮโรอีนซุกกระเป๋าผ้าช้าง

อัยการสูงสุดเซ็นสั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แอร์มีนา” คดีขนเฮโรอีนข้ามชาติ หลัง “อธิบดีอัยการวัชรินท