บุกร้อง 'อสส.' สามีถูกจนท.อุทยานยิงตาย คดี 3 ปีไม่คืบหน้า!

8 เม.ย.2565 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นางพิลดา รัตฒนะ อายุ 48 ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมทนายความ เดินทางมาสอบถามความคืบหน้า เกี่ยวกับกรณี นายอภิชัย รัตฒนะ อายุ 45 ปี (ขณะเกิดเหตุ)ประกอบธุรกิจส่วนตัว ไปหาปลาในพื้นที่เกาะพะลวย แล้วถูกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานียิงเสียชีวิต เมื่อช่วงเดือน ก.ค. พ.ศ.2562 โดยมีนายกฤษฎา กสานติกุล อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคณะกรรมการ 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมารับเรื่อง

นางพิลดา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค.62 สามีของตนได้ไปพักผ่อนหาปลาที่เกาะพะลวย เป็นปกติ จากนั้นตนได้รับแจ้งว่านายอภิชัย สามีถูกยิงเสียชีวิตโดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯโดยอ้างว่า เพื่อปกป้องเขตอุทยาน และคดีได้ผ่านชั้นพนักงานสอบสวนและช่วงปลายปี 2563 ส.ค.2564 ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดเกาะสมุย ต่อมาตนได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม 1 ครั้ง และมีการประสานตามเรื่อง 3 ครั้ง แต่กลับได้คำตอบเดิมๆ ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายิงจริง ทำให้ไม่น่าจะต้องใช้เวลาขนาดนี้ในการสั่งฟ้องคดี

นางพิลดา กล่าวว่าต่อว่า หลังเกิดเหตุทางอุทยานไม่เคยเข้ามาชี้แจงว่าเหตุใดถึงยิงทำร้ายสามีตน ทั้งที่สามีมีเพียงฉมวกแทงปลาเท่านั้น และในที่เกิดเหตุก็ไม่มีพยาน หรือกล้องวงจรปิด ไม่มีการขอโทษ เยียวยาใดๆ อีกทั้งยังมีคนมาคุกคามตนและครอบครัวตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงอยากมาขอความชัดเจนเรื่องคดี รวมถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการของอัยการ

นายกฤษฎา รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายมาสอบถามเร่งรัดคดี การดำเนินการต่อไปก็คือจะนำเรียนท่านอัยการสูงสุด ว่ากรณีนี้มีการติดตามเรื่อง และให้ท่านพิจารณาสั่งการต่อไป ส่วนเรื่องที่ว่าขั้นตอนมีการล่าช้า เบื้องต้นยังไม่สามารถตอบได้ว่าเพราะเหตุใด เนื่องจากยังไม่เห็นสำนวนและไม่ทราบว่าล่าช้าตรงจุดใดและข้อเท็จจริงต้องไปดูในสำนวน ว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบข้อมูลคร่าวๆคือ อยู่ระหว่างการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม แต่โดยปกติทางอัยการจะดำเนินอย่างโดยเร็วอยู่แล้ว ถ้าสำนวนข้อเท็จจริงครบถ้วน แต่เข้าใจว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอาจจะยังไม่มีความชัดเจนที่จะพิจารณาสั่งคดีได้ ซึ่งคดีกรณีข้อพิพาทเช่นนี้และมีผู้ถึงแก่ความตาย ดังนั้นการพิจารณาสั่งสำนวน ต้องดูข้อเท็จจริงให้รอบคอบ ครบถ้วน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อัยการสูงสุด' สั่งฟ้องตู้ห่าวกับพวก 41 ราย 9 ข้อหาหนัก ค้ายา ฟอกเงิน อั้งยี่

สำนักงานอัยการสูงสุดได้รับสำนวนการสอบสวนคดีนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์
 กับพวก จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13ม.ค. 66 และอัยการสูงสุดได้พิจารณาสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวแล้ว นั้น

‘อสส.’ ทำงานไม่เว้นวันหยุด มั่นใจสั่งคดี ‘ตู้ห่าว’ ทันตามกรอบ กม.

อสส. ทำงานไม่เว้นวันหยุด เร่งตรวจสำนวนคดีตู้ห่าว หลังรับสำนวนจากคณะพนักงานสอบสวนกว่า2หมื่นหน้า ‘โกศลวัฒน์’ มีเเผนทำงานสั่งคดีทันตามกรอบกฎหมาย

ผบ.ตร. เซ็นส่งสำนวนคดี 'ตู้ห่าว' กับพวก 2.6 หมื่นหน้าให้อสส.แล้ว มั่นใจเอาผิดได้

ผบ.ตร. เซ็นส่งสำนวนคดี'นายตู้ห่าว' กับพวก 2.6 หมื่นหน้าให้อัยการสูงสุดพิจารณา มั่นใจพยานหลักฐานแน่นหนา เอาผิดเครือข่ายทุนจีนสีเทาได้

ผบ.ตร.เผยฟัน 6 ปลาซิวปลาสร้อยเซ่นคดีตู้ห่าวแล้ว!

'บิ๊กเด่น' ระบุคดีตู้ห่าวใกล้จบแล้ว คาด 1-2 วันส่งให้อัยการฟ้องได้ตามกำหนด ระบุฟัน 6 นายตำรวจให้ออกจากราชการไว้ก่อนเซ่นคดีแล้ว ส่วนกรณีหลานนายกฯ ก็สั่งตรวจสอบแล้ว

อัยการสั่งสอบเพิ่ม คดีอดีตรองนายกฯ 'ย' ฟ้องครอบครัวผัวเมียร่วมฉ้อโกง

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าได้รับทราบจากนายจิระประวัติ แบบประเสริฐ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน ว่าเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนสน.บางยี่ขัน นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนาง ธ. นาย จ. กับนาย ก.และนาง ข.(มารดาและบิดาของนางธ.)

'เชาว์' จี้นายกฯตั้งกก.อิสระรื้อคดี 'สวนงูภูเก็ต' ส่อสมคบคิด ตร.-อัยการ ทำสำนวนอ่อน

'เชาว์' หนุน อสส.รื้อคดี 'สวนงูภูเก็ต' เปิดข้อมูลเชิงลึก ส่อ สมคบคิด ตร.-อัยการ ทำสำนวนอ่อนตั้งแต่ต้น ซ้ำรอยคดีบอส แนะ นายกฯ ตั้ง กก.อิสระตรวจสอบ เหตุเกี่ยวพันทั้งองค์กรอัยการ-ตร. สอบกันเอง สังคมอาจไม่เชื่อถือ