ญาติเหยื่อเมียนมาฆ่าฝังดิน เข้าพบสภาทนายความจังหวัดสงขลา ขอความช่วยเหลือทางคดี ด้านตำรวจสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 3 คนจากทั้งหมด 8 คน
9 มิ.ย.2565 - ความคืบหน้าคดีโหด นายหมัดดล บินสัน อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมางานของการไฟฟ้านาหม่อม ถูกฆ่าฝังดิน ในป่าหลังสนามกอล์ฟพื้นที่หมู่ 11 บ้านคลองปอม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจพุ่งเป้ากลุ่มผู้ต้องสงสัยไปที่กลุ่มชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองที่ถูกนำมาพักพิงไว้ในป่าเพื่อรอเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย และนายหมัดดล ไปพบจึงถูกฆ่าปิดปาก
ล่าสุดในวันนี้ น้องสาวของ นายหมัดดลได้เดินทางไปยังสภาทนายความจังหวัดสงขลา เพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านคดี ทั้งการติดตามความคืบหน้าของคดีและกระบวนการดำเนินคดีในชั้นศาล โดยมีทีมสภาทนายความรับเรื่องประกอบด้วย นายสัญญวีณ์ สาสุธรรม ประธานสภาทนายความจังหวัดสงขลา นายกรณัท เจริญศิลป์ กรรมการสภาทนายความจังหวัดสงขลา นายสุรเชษ บิลสัน กรรมการสภาทนายความจังหวัดสงขลา
จากการเปิดเผยของน้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า ญาติต้องการให้ทางสภาทนายความจังหวัดสงขลาเข้ามาช่วยเหลือและติดตามคดีนี้เนื่องจากญาติไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงความคืบหน้าการทำคดีของตำรวจในการติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุและสิทธิต่างๆในการเยียวยาทางกฎหมาย
ด้าน นายสัญญวีณ์ สาสุธรรม ประธานสภาทนายความจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า คดีนี้ทางสภาทนายความจังหวัดสงขลาได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นเพื่อที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือญาติของผู้เสียชีวิต และรับเป็นคดีช่วยเหลือของสภาทนายความจังหวัดในการติดตามคดี ล่าสุดได้สอบถามไปยังฝ่ายตำรวจทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เร่งดำเนินการและจะมีข่าวดีในเร็วๆนี้
นอกจากนี้ทางสภาทนายความจังหวัดสงขลาจะเข้าไปร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้เพื่อเรียกสินไหมทดแทนให้กับญาติด้วย พร้อมกับตั้งทีมทำงานในเรื่องของข้อกฏมายและว่าความ และจะสรุปความคืบหน้าแจ้งให้ญาติทราบทุกระยะ
ส่วนความคืบหน้าการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง ล่าสุดมีรายงานว่าตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 3 คนตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา เป็นชาวเมียนมาทั้งหมด โดยแยกเป็นคนขับรถกระบะขนชาวเมียนมา 1 คน และอีก 2 คนเป็นการ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง และจากการสอบสวนพบว่ามีชาวเมียนมาที่ร่วมก่อเหตุราว 8 คน ซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม
ส่วนมูลเหตุจูงใจในการฆ่าฝังดินอ้างว่าผู้ตายเข้าไปพบยังจุดเกิดเหตุขณะซ่อนตัวอยู่ในป่าจึงฆ่าทิ้ง ส่วนจะมีอะไรลึกไปกว่านี้อีกหรือไม่นั้นตำรวจจะเร่งสอบสวนขยายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิษน้ำมันแพงทำประมงพื้นบ้านกระอักรายได้หายกว่าครึ่ง!
เรือประมงพื้นบ้านเดือดร้อนหนัก หลังน้ำมันขึ้นไม่หยุด ล่าสุดหลายลำต้องหยุดออกทะเล บางลำประหยัดน้ำมันออกห่างฝั่งไม่ไกล ทำรายได้หายกว่าครึ่ง
ลุ้น 25 มี.ค.นี้ กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ 3.95 บาทต่อหน่วย
จับตาพลังงานจ่อชงรัฐบาลดึง 3 การไฟฟ้าช่วยพยุงค่าไฟประชาชน ลุ้นกกพ.25 มี.ค.เคาะค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.3.59 บาทต่อหน่วย ด้านปลัดพลังงาน เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำมันตึงตัว ราคาผันผวนอย่างหนัก สั่งรายงานสต๊อกน้ำมันทุกวันเวลา 18.00 น. ป้องกันน้ำมันรั่วไหลและลักลอบข้ามแดน ท่ามกลางต้นทุนโลกพุ่ง
เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า! ปั๊มน้ำมันสงขลา ขายแค่ครึ่งวันต้องปิดปั๊ม
ปั๊มสงขลา ขายน้ำมันครึ่งวัน คลังน้ำมันจ่ายให้ปั๊ม 1 ใน 3 ของยอดขาย ชาวบ้านสงสัยกันตุนไว้รอปรับราคาใหม่
จับแล้ว! มือฆ่าโหดสาวเสิร์ฟ ที่แท้พี่เขย ตร.เค้นจนสารภาพ
ความคืบหน้าคดีสลดฆ่าโหด “น้องแพรว” หญิงสาววัย 22 ปี พนักงานเสิร์ฟร้านคาราโอเกะ เสียชีวิตภายในบ้านพักกลางสวนลำไย ในพื้นที่ ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
'ทวี สอดส่อง' ชำแหละส่งออกน้ำมันไปลาวแลกไฟฟ้า ซ่อนเงื่อนงำสัญญาไม่เป็นธรรม ผลักภาระค่าไฟแพง
"ทวี สอดส่อง" แฉ "น้ำมันแลกไฟ" ซ่อนเงื่อนงำสัญญาไม่เป็นธรรมผลักภาระค่าไฟแพง

