คุมเข้มนครบาลฝึกยุทธวิธีเผชิญ 5 เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นบ่อย

ผู้ช่วยประจวบเข้มติดตามนครบาลฝึกยุทธวิธีฝ่ายปราบปรามเผชิญเหตุ 5 สถานการณ์เหมือนจริง ย้ำต้องทบทวนและฝึกให้คล่องเพื่อใช้จริง

27 ก.ค.2565 - ที่กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง จ.นครปฐม พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานการตรวจติดตามและประเมินผลการฝึกขยายผล โครงการพัฒนาประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานสายงานป้องกันปราบปราม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล

พล.ต.ท.ประจวบระบุว่า ตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งหวังให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าเผชิญเหตุและระงับเหตุต่างๆ จึงได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมพัฒนาประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติงานสายงานป้องกันปราบปราม ของ บช.น. และ ภ.1 - 9 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 5 รุ่น ในห้วงที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นครูต้นแบบ จากนั้น ให้ทุกหน่วยทำการฝึกขยายผลทบทวนยุทธวิธีตำรวจตามคู่มือการปฏิบัติสายงานป้องกันปราบปราม และถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติที่ได้รับการฝึกอบรมจากศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามในสังกัด ให้ปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามหลักยุทธวิธีตำรวจ ในวันนี้ จึงมอบหมายให้ตน เป็นหัวหน้าคณะตรวจติดตามและประเมินผลการฝึกขยายผลฯ ของ บช.น.

พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า การประเมินผลการฝึกขยายผลพัฒนาประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติงานสายงานป้องกันปราบปรามของ บช.น. ในวันนี้ จะพิจารณาทั้ง การอำนวยการจัดฝึกอบรม หลักสูตรที่ใช้ คุณสมบัติและสัดส่วนของครูฝึกต่อผู้เข้ารับการฝึก ระยะเวลาและสถานที่การฝึกอบรม ตลอดจนความสามารถ ในการถ่ายทอดความรู้ของครูต้นแบบและทักษะความรู้ทางยุทธวิธีตำรวจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในสังกัด นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการต้นแบบของ บช.น. จะต้องสาธิตการปฏิบัติตามยุทธวิธีตำรวจ เพื่อรับการตรวจประเมิน ในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง 5 เหตุการณ์ ที่พบบ่อยในสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อรับการเสนอแนะ และปรับปรุงแก้ไขจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่จริงได้ต่อไป ได้แก่ 1.การระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งโดยใช้ปืนไฟฟ้าและไม้ง่าม 2.กรณีมีเหตุยกพวกทำร้ายร่างกายในงานคอนเสิร์ตหรืองานรื่นเริงหรือเหตุนักเรียนยกพวกตีกัน
3.กรณีเหตุทำร้ายร่างกายและมีผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ. และมีเหตุทะเลาะวิวาทต่อเนื่อง ณ ห้องฉุกเฉิน รพ. 4.กรณีพบบุคคลต้องสงสัยจะใช้อาวุธปืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ 5.สาธิตการปฏิบัติสถานการณ์คนร้ายกราดยิง (Active Shooter) พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปฏิบัติการทุกสายงาน ฝึกฝนทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญในยุทธวิธีตำรวจและมีองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีที่เป็นมาตรฐานในการเข้าเผชิญเหตุ (S.O.P. : Standard Operation Procedure) มีขั้นตอนการปฏิบัติ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในการเข้าเผชิญเหตุและระงับเหตุ การตัดสินใจใช้กำลังในระดับที่เหมาะสมกับภยันตราย เพื่อมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนมีความปลอดภัย

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ มีความตระหนักและห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การปฏิบัติในการเข้าเผชิญเหตุและระงับเหตุจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนยุทธวิธีตำรวจด้วยความถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานสากล เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เข้าระงับเหตุมีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ และประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จ เกิดประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ”พล.ต.ท.ประจวบกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับข้อเสนอ 'Resilient Thailand' ขอแรง 'วปอ.' ช่วยสื่อสารประเทศ

'อนุทิน' ฟังข้อเสนอ วปอ.68 ‘Resilient Thailand’ ชี้​ต้องไม่ให้มีการเมือง​ -​อารมณ์ ทำเสียเกียรติภูมิศักดิ์ศรี ชู 3 หลักคิด ‘เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ-ปฏิรูประบบราชการ-พัฒนาคน’

ดร.ณัฏฐ์ จ่อยื่น 'ผบ.ตร.' ขอหมายจับ 'สมชัย-ยิ่งชีพ' พร้อมค้านประกัน

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ยื่นคำร้องขอหมายจับ “สมชัย-ยิ่งชีพ” พร้อมพวกรวม 6 คน ปมระดมทุนรับบริจาค พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว ย้ำเป็นผู้เสียหายโดยตรง ขณะที่ปมปะทะหน้า สน.ทองหล่อ เจ้าตัวอ้างไม่มีเจตนาผลักจักรยาน พร้อมแจ้งความกลับสัปดาห์หน้า

จับตาโผแต่งตั้ง"นายพลใหญ่" ปรับทัพวาง"ขุนศึก"ยุค"บิ๊กราญ"

ว่าที่ “ผบ.ตร.” คนที่ 16 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตัวแล้ว “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เตรียมรับไม้ต่อจาก “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณ 30 ก.ย.นี้

ถกบอร์ดกลั่นกรองฯ 21 ส.ค. 'บิ๊กเต่า' ขึ้น พล.ต.ท. 'เพื่อนผบ.ตร.' คุมภาค1 มือขวาสำราญ 'ผบช.สตม.'

จับตา 21 ส.ค .’ผบ.ตร.’นัดบอร์ดกลั่นกรอง เคาะรายชื่อ’นายพลใหญ่’ ก่อนชงเข้า ก.ตร.คาด ‘นพศิลป์’มือขวา ‘บิ๊กราญ’ โยกเป็น ผบช.สตม. ‘วสันต์’ คนสนิท’บิ๊กต่าย’ ผงาดคุมตะวันออก ‘รองเต่า’ เป็น ผบช.กมค. ‘นราเดช’ นรต..41  เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ต่าย โยกเป็น ผบช.ภ.1  ส่วน’บิ๊กหยาม’เก้าอี้แน่นคุมนครบาลต่อ

สตช. แจงเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดบริบทปฏิบัติหน้าที่ ย้ำสถานะ ตร. 24 ชม.

สตช. แจงหลักเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดความจำเป็นและบริบทการปฏิบัติหน้าที่ ชี้เป็นตำรวจ 24 ชม. เหตุซึ่งหน้าจับกุม ระงับเหตุได้ตามอำนาจหน้าที่ ส่วนสาธารณะต้องเก็บมิดชิดเหมาะสมกับภารกิจ