เพื่อไทยซัดปราบยายุค 'ประวิตร' ล่าช้า ชี้กฎหมายพิจารณาจากพฤติการณ์เปิดช่อง จนท.ทุจริต แนะสืบหาต้นตอ นำตัวลงโทษเด็ดขาด เสนอแยกผู้ป่วยไปบำบัด
23 พ.ย.2565 – น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การประกาศกวาดล้างยาเสพติด จับกุมผู้ค้าเข้มงวดเส้นทางลำเลียงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตามนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาตินั้น ดูเป็นความพยายามที่มาล่าช้าสวนทางกับความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในขณะนี้ ข่าวรายวันที่เกิดขึ้นทั้งเด็ก เยาวชนมั่วสุมเสพยาในโรงเรียน ลูกทำร้าย ฆ่าบุพการีที่ไม่ให้เงินซื้อยาเสพติด ยาเสพติดจีนบุกตลาด ปรากฎการณ์เหล่านี้พบเห็นตามสื่อต่างๆ ได้ทุกวันในยุคนี้ อาจมาจากการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นแก่ประโยชน์ ทำให้การป้องกันและปราบปรามทำได้ไม่ดีพอได้แก่
1.กฎหมายยาเสพติดในปัจจุบัน การจับกุมผู้เสพยาเสพติดโดยพิจารณาจากพฤติการณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจใช้เป็นช่องทางในการทุจริต ขูดรีดรับสินบน เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิดเพราะสามารถใช้ดุลพินิจในการลงโทษหรือเอาผิดกับผู้เสพและผู้จำหน่ายได้ เพื่อเปลี่ยนจากผู้ค้าเป็นผู้เสพบางรายถูกปล่อยตัวไปอย่างง่ายดายใช่หรือไม่
2.เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดนบกพร่องต่อหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการขนถ่ายยาเสพติดผ่านทางชายแดนไทยได้โดยง่าย เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้ใช่หรือไม่ จนเกิดกรณีเลวร้ายที่สุดคือมีการขนส่งยาเสพติดจากจีนมาในไทยได้อย่างไร
น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรเคยอยู่ในกระบวนการปฏิรูปตำรวจน่าจะรู้ดีและต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง แก้ปัญหาที่โครงสร้าง อย่ามองปัญหาเพียงผิวเผินเน้นสั่ง แต่ไร้การประเมินผล โดยมองข้ามแก่นของปัญหาที่แท้จริง ขอเสนอแนะทางออกดังนี้ 1.เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจริงจังกับการจับกุมผู้เสพและผู้ค้า ลงโทษขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ พร้อมสืบค้นหาต้นตอของการกระจายยาเสพติดในทุกระดับชั้น 2.คัดแยกผู้เสพติดออกมาบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพ เปลี่ยนค่ายทหารให้เกิดประโยชน์กับผู้เสพรายย่อย โดยอาจฟื้นฟู โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ที่กองทัพบกเคยตอบสนองต่อนโยบายในสมัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาใช้อีกครั้ง และ 3.จัดให้มีระบบการติดตามช่วยเหลือผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟู สร้างการจ้างงานให้ครบวงจร โดยประสานความร่วมมือกับเอกชนรับผู้ที่บำบัดแล้วเข้าทำงาน โดยรัฐต้องให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีกับบริษัทเอกชนด้วย
“ฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร อย่าแก้ปัญหายาเสพติด คิดจะใช้เป็นผลงานการหาเสียงหรือไม่ เพราะ 8 ปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความจริงจังในการปราบปราม ถ้าคิดแก้ปัญหายาเสพติดต้องคิดให้ครบวงจร ผู้เสพจะต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟู คืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว และผู้ค้ายาต้องหมดไปจากสังคมไทย”น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ปานเทพ งัดราชกิจจาฯ สะกิด 'พี่แต๋ม' น้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าบริการควบคุมตามกม.
ปานเทพ ชี้กกร. ออกแถลงข่าวกระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้
'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง
สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี” ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน
'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด
ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
'ปกรณ์' ปัดตอบคั่วเก้าอี้มือกฎหมายรัฐบาล!
'ปกรณ์' ปัดตอบนั่งมือกฎหมายรัฐบาล บอกเอาเรื่องประชาชนก่อน
น้ำมันหมดเป็นเหตุ! โชเฟอร์ดวงกุด รถดับจอดขวางถนน อาการพิรุธ ตร.ค้นเจอยาบ้า 15 เม็ด
โชว์เฟอร์รถทัวร์ดวงกุดน้ำมันหมดจอดขวางการจราจร อาการมีพิรุธตำรวจขอดูใบขับขี่กลิ่นยาเสพติดโชย ค้นกระเป๋าพบ 15 เม็ด

