'เนตร นาคสุข' มั่นใจคุณสมบัติครบ ลงสมัคร 'ก.อ.-ปปช.' ไม่เกี่ยวคำสั่งไม่ฟ้องคดีบอส

"เนตร นาคสุข"ยันสมัคร ก.อ.-ปปช.คุณสมบัติครบ ยืนยันสั่งคดี”บอส”สุจริต ลั่นยื่นดำเนินคดี วิชา กับพวกผิด ม.157 เเล้ว ทำเกินหน้าที่เเทรกเเซงดุลพินิจอัยการ

21 ก.พ.2566 - นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งภายหลังโดน ก.อ.มีมติให้ออกจากราชการ ต่อมาล่าสุดปรากฎรายชื่อลงสมัครทั้งคณะกรรมการอัยการเเละคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตเเห่งชาติว่า การที่ตนลงสมัคร ก.อ. จะไม่เกี่ยวเกี่ยวกับเรื่องที่เคยสั่งไม่ฟ้องคดีบอส ซึ่งคดีที่ ก.อ.มีมติให้ตนออกจากราชการอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุดแล้ว ตนได้ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการ ต้องรอคำสั่งศาล หากศาลสั่งเพิกถอนก็จะดำเนินการต่อ หากไม่เพิกถอนตนก็ยุติ

นายเนตร กล่าวว่า การลงสมัคร ก.อ.เพราะตนเคยเป็นข้าราชการอัยการระดับสูงก็น่าจะทำประโยชน์ให้อัยการได้บ้าง ก็เเล้วเเต่ดุลพินิจว่าอัยการทั่วประเทศจะเลือกหรือไม่ ส่วนที่ลง ปปช.ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน เเต่ยืนยันว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายทั้งในส่วนของ ก.อ.เเละ ปปช. อย่างกรรมการปปช.ตนไปสัมภาษณ์มา 3 ครั้งเเล้ว เเต่แค่คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ เเต่ในส่วนคุณสมบัติตนผ่านครบ ในส่วน ก.อ.ยืนยันว่าถ้าได้รับการเลือกจริงจะสามารถทำงานในหน้าที่ได้ แม้จะเคยโดนมติ ก.อ.ลงโทษวินัยมาก่อน เพราะตนก็เคยเป็น ก.อ.มาก่อน แต่ครั้งนี้เป็นประเภทที่มาจากการเลือกตั้งในประเภทบำเหน็จบำนาญ ที่ลงสมัคร ก.อ.หรือ ปปช.นั้นย้ำว่าไม่เกี่ยวกับการสั่งคดีบอส ซึ่งตนยืนยันมั่นใจถูกต้องว่าเป็นการสั่งคดีโดยสุจริต ตามระเบียบขั้นตอนกฎหมายที่มีการเผยแพร่คำสั่งไม่ฟ้องของตนออกไปก็ไม่กลัวเพราะเราสั่งตามขั้นตอนกฎหมายอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไป

ส่วนเรื่องกระเเสสังคมตนไม่สนใจ ตามที่เคยชี้แจง ว่าได้สั่งคดีตามสำนวนการสอบสวน

ส่วนที่กรรมการชุด นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มีผลสอบออกมาว่ากระบวนการทำสำนวนสมยอมโดยไม่สุจริต นั้นตนได้ยื่นดำเนินคดี ในความผิดต่อตำเเหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กับนายวิชา กับพวกรวม 10 คนไปยัง ปปช.เเล้ว เเละตนก็ได้สอบถามความคืบหน้าไปยัง ปปช.เป็นระยะก็ได้ทราบว่าคดีรอเข้าชั้นอนุกรรมการไต่สวนฯ เเละอยู่ระหว่างเเสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งตนก็โทรไปตามเรื่องอยู่

ประเด็นที่ตนเเจ้งดำเนินคดีเนื่องจากคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้เเต่งตั้งนายวิชาบอกอยู่เเล้วว่า เรื่องดุลพินิจของอัยการในการสั่งคดีของอัยการห้ามไปยุ่งซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่มีการคุ้มครองไว้ชัดเจน

“เเต่นายวิชากับพวกฝ่าฝืนจงใจกลั่นแกล้งผม ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ ปปช.เเล้ว”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง 'อัยการสั่งไม่ฟ้อง' อดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดียาเสพติด-ฟอกเงิน

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายข่าวจากพรรคประขาชนระบุ อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) ของพรรคประชาชนในคดียาเสพติดและฟอกเงิน ว่า

พลิก! อัยการสั่งไม่ฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน คดียาเสพติด-ฟอกเงิน

คดีอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 พรรคประชาชน มีความคืบหน้า หลังอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องข้อหายาเสพติดและฟอกเงิน แต่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ต้องรอ ผบ.ตร. พิจารณาว่าจะเห็นพ้องหรือแย้ง

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว

ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ  สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว  จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว

ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567