ตำรวจไซเบอร์​จับสาวใหญ่อ้างเป็นตำรวจเมืองบุรีรัมย์ หลอกโอนเงินตรวจสอบ เหยื่อสูญเกือบ 2 ล้าน

27 มิ.ย.2566- ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งให้พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 , พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม ผกก.1 บก.สอท.5, พ.ต.ท.ปริพล นาคลำภา สว.กก.1 บก.สอท.5 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม น.ส.ปราถนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจเหยื่อลงเชื่อสูญเงินเกือบ 2 ล้านบาท

​สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่ามีการเอาข้อมูลผู้เสียหายไปเปิดใช้บัตรเครดิตและค้างชำระ ให้ผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์โดยให้โอนสายไปยังคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์ชื่อ “สถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์” และได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาคนร้ายได้โอนสายให้ผู้เสียหายพูดคุยกับผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเหตุการณ์ที่สนทนากันเป็นเรื่องจริง ซึ่งคนร้ายได้หว่านล้อมข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัวว่าจะต้องถูกดำเนินคดี โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

จากพฤติกรรมของคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง ผู้เสียหายเห็นว่าผิดปกติ เชื่อว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง จึงแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ เรื่องขบวนการคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พบความเชื่อมโยง 11 Case ID เสียหายรวมกว่า 1,876,000 บาท

​ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนว่า น.ส.ปราถนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี พักอาศัยในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จนกระทั่งวันที่ 25 มิถุนายน 2566 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ พบหญิงที่มีรูปพรรณสัณฐานตรงกับ น.ส.ปราถนาฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบ และเข้าจับกุม ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดทำบันทึก การจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท

ตร.ไซเบอร์อีสาน ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสานรวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท พบพฤติกรรมเดิมๆด้วยการหลอกให้ลงทุน แต่เปลี่ยนใหม่ด้วยการใช้บัญชีนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือเร่งล่าจีนเทา นายทุนใหญ่ที่ยังหลบหนีในไทย

จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน

ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน

ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ พบตร.ไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว ชี้ช่องโหว่เกิดจากรหัสผ่านจนท.หลุด ไม่ใช่ถูกแฮกระบบ

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome Cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี เดินทางเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลกรณีพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ทั้งรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงประชาชนจำนวนมาม โดยมีพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท1. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.

เหยื่อร้องตำรวจไซเบอร์ ยับยั้งเผยแพร่คลิป ดาบตำรวจบังคับถ่ายภาพลามก

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา พาหญิงผู้เสียหายที่ถูก ด.ต. ธนาวุฒิ พัฒนา สืบสวน สภ.ทุ่งลุง 45 ปี บังคับถ่ายคลิปขายในกลุ่มลับ เข้าให้ข้อมูลเอกสารแจ้งความกับ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5

'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่