
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 , ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 , ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายวินัทธิ์ เสนีย์ หรือออย อายุ 25 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ จ.461/2566 ลงวันที่ 19 ก.ค. 66 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น” จับกุมตัวได้ที่ ห้างโรบินสัน ถ.ศรีสุนทร ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
สืบเนื่องจากแอปฯ อ้าง “กรมที่ดิน” มุกใหม่สุดแสบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกรมที่ดิน จ.ภูเก็ต โทรศัพท์มาหาเหยื่อก่อนสร้างสตอรี่ตุ๋นเหยื่อว่า เป็นช่วงการเสียภาษีที่ดิน ต้องให้เหยื่อทำการอัปเดตข้อมูลที่ดิน ก่อนหลอกเหยื่อเข้าไปสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อสนทนาทางไลน์ได้แล้ว ก็จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองทะเบียนออนไลน์สนทนาต้มตุ๋นให้เหยื่อโหลดแอปพลิเคชันชื่อว่า “SmartLand”
โดยมันจะเข้ามาควบคุมระบบมือถือ(ระบบแอนดรอยด์) เหยื่อโดยที่เหยื่อไม่สามารถทำอะไรกับมือถือได้ หรือที่เหยื่อเข้าใจกันว่า มือถือค้าง หลังจากนั้นเงินทั้งหมดในบัญชีจากทุกแอปธนาคารในโทรศัพท์ของเหยื่อ ก็จะถูกโอนออกไปยังบัญชีของคนร้ายจนเกลี้ยง และหากเป็นกรณีบัตรเครดิต คนร้ายจะถอนเงินจากบัตรเครดิตไปไว้ในบัญชีออมทรัพย์บัญชีใดบัญชีหนึ่งของเหยื่อก่อน แล้วจึงค่อยโอนออกไปยังบัญชีของคนร้าย
ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแก๊งนี้คือจะโอนดูดออกไปจำนวนครั้งละ 49,999 บาท หลาย ๆครั้ง เฉกเช่นเดียวกับเหตุการล่าสุดที่ผู้ประกาศข่าวชื่อดังรายหนึ่งโดนมาสดๆถูกดูดไปกว่าล้านบาท ทาง เจ้าหน้าที่ PCT 5 สืบสวนติดตามแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้มาระยะหนึ่งแล้ว กระทั่งทราบว่าหนึ่งในขบวนการรายสำคัญของแก๊งนี้แฝงอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทำหน้าที่คอยจัดหาบัญชีส่งไปให้กับแก๊งในประเทศเพื่อนบ้าน หลังทราบเบาะแส พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังชุด PCT5 และสืบนครบาล เข้าจับกุมตัว นายวินัทธิ์ ได้ที่ห้างโรบินสัน ถ.ศรีสุนทร ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
ในชั้นจับกุม นายวินัทธิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเองต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว จึงหลงผิดไปขายบัญชีให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยตอนแรกนั้นไม่ทราบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่พึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอปกรมที่ดินที่กำลังเป็นข่าวที่ จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อบอกข้อมูลของแก๊งนี้ที่ติดต่อกับตนเองโดยละเอียด และเชื่อว่าเบาะแสของตนจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถไปตามต่อได้แน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจบุกช่วยนักศึกษาปี 4 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินกว่า 7 แสน
ตำรวจเมืองย่าโมมือถึงบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลังถูกหลอกพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนขอเงินพ่อโอนไปให้มิจฉาชีพกว่า 7 แสนบาท โดยผู้กำกับเตือนภัยสแกมเมอร์ระบาดหนัก นักศึกษาปี 4 สูญเงินกว่า 8 แสนบาท พบเอกสารปลอมหลอกผู้ปกครอง ตำรวจเร่งตรวจสอบบัญชีม้า
นักศึกษาตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ วันเดียวถูกหลอก 3 ราย สูญนับล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ช่วย 3 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังโดนบังคับ-ข่มขู่ให้กุเรื่องหลอกผู้ปกครองโอนเงินอ้างทุนเรียน สูญเงินนับล้านบาท
'ทนายวัดป่าอดุลฯ' หอบคำพิพากษาศาล บี้สำนักงานที่ดินโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อวัด
'ทนายวัดป่าอดุลฯ' ยื่นข้อเสนอกฎหมาย-แนวคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 100 หน้า ถึงอธิบดีกรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัด ขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อวัดได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ทายาทมาจดทะเบียนโอน
ล้วงคองูเห่า! รมว.ดีอี รับเคยโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรถึงห้องทำงาน
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และสแกมเมอร์ ตัวรัฐมนตรีเคยถูกหลอกลวงหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า เคยถูกแก๊งคอลเซนเตอร์
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่
พาณิชย์จับมือหน่วยงานรัฐ จัดการปัญหาต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี
พาณิชย์ ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าป้องกันและปราบปราม การใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เชื่อมโยงข้อมูลสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

