'บิ๊กโจ๊ก' เตรียมบินกัมพูชาล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชนวนฆ่ายกครัว 3 ศพ ออกหมายจับบัญชีม้าแล้ว 11 ราย แต่จับได้แค่ 2 คน
30 ส.ค.2566 - ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ เรียกประชุมติดตามความคืบหน้า คดีนายสาณิช อายุ 42 ปี ได้ลงมือฆ่าปาดคอภรรยาและบุตรชายอีก 2 คน เสียชีวิตภายในบ้านของตนเองในพื้นที่ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ก่อนพยายามปาดคอตนเองเพื่อหนีความผิด จนบาดเจ็บสาหัส สาเหตุเกิดมาจากเป็นหนี้สินจำนวนมากจนทำให้ถูกยึดบ้าน ประกอบกับถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินไปจำนวน 1.7 ล้านบาท จึงเกิดเครียดก่อเหตุดังกล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า ในส่วนของคดีฆ่านั้น เจ้าหน้าที่ได้มีการขออนุมัติหมายจับดำเนินคดีกับนายสาณิช ผู้ก่อเหตุในคดีนี้ไว้แล้ว ซึ่งปัจจุบันนายสาณิชยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดตัวไว้แล้ว ส่วนการขยายผลดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น จากการสืบสวนพบบัญชีที่ถูกใช้ในการรับโอนเงินจากการหลอกลวงประชาชน จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับเจ้าของบัญชีม้าแล้ว 11 ราย สามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 2 ราย โดยผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่อยู่ในจังหวัดสระแก้ว ทำหน้าที่กดเงินสดออกจากบัญชีและข้ามแดนนำไปให้นายทุนชาวจีนซึ่งอยู่ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา รวมทั้งเข้าตรวจค้นตามหมายค้นเป้าหมายอีกหลายจุดในพื้นที่ริมชายแดน จ.สระแก้ว ตรวจยึดบัญชีธนาคาร เงินสด และบัตรเอทีเอ็มอีกหลายรายการ จึงได้สั่งการให้ขยายผลดำเนินคดีกับนายทุนชาวจีนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยจะเดินทางไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาด้วยตนเองวันพรุ่งนี้ (31ส.ค.)
“คดีดังกล่าวเป็นเหตุสลดซึ่งประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสาเหตุของการก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าว เกิดจากปัญหาหนี้สินและการถูกหลอกเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง จึงได้สั่งการให้มีการขยายผลดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ให้หมดทั้งขบวนการ โดยสืบสวนทราบว่า กลุ่มนี้มีนายทุนจีนเป็นหัวหน้าอยู่ที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ดังนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายทุนจีนกลุ่มนี้เพื่อนำตัวมาลงโทษให้ได้ โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา เพื่อขอให้ติดตามตัวผุ้ต้องหากลุ่มนี้กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยจนถึงที่สุด” รอง ผบ.ตร.กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สภาสูง' ตบหน้าเขมร! เปิดหลักฐานโชว์ 'ทูตอาเซียน+3'
วุฒิสภาไทยไม่ทนเฟกนิวส์เขมร 'กมธ.ยกเลิก MOU 2543-2544' เชิญทูตอาเซียน+3 แฉหลักฐานชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมใช้นโยบายเชิงรุกตอบโต้ หลัง 'ประธานมงคล' ตั้งคณะทำงานแล้ว
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 'นายร้อยปอยเปต' หลอกโอนเงิน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
ตำรวจปฏิบัติการ The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต ลวงหมออ้างเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินบังคับวีดีโอคอลโดยมีฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ พบประวัติพัวพัน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
'กกล.บูรพา' เจรจาเขมร งดทำเกษตรในพื้นที่ฝั่งไทย
ทภ.1 โดย กกล.บูรพา เจรจาให้ชาวบ้านฝั่งกัมพูชางดทำการเกษตร ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ควบคู่ประสานแม่กองสนามเข้าสำรวจพื้นที่ ยืนยันเดินหน้ารักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

