
แก๊งตุ๋นออนไลน์ป่วนดูดเงินคนละครึ่ง! ร้านค้าโดนระนาว แบงก์จนปัญญาโยนคลังแก้ข้อมูล ตร.เร่งล่าตัว
20 ธ.ค. 2564 – เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงหลังพบว่าร้านค้าหลายแห่งในเขต อ.บ้านไผ่ ถูกคนร้ายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารทำทีมาสอบถามข้อมูลเรื่องเครื่อง EDC จากนั้นไม่นานเงินในระบบบัญชีของทางร้านก็ได้ถูกเปลี่ยนบัญชีโอนเงินไป

โดยได้พบกับนางบัวพิศ เรืองแสง อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน “เรืองแสง มินิมาร์ท ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 17 บ.โนนสวรรค์ ม.2 ต.ภูเหล็ก อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. มีโทรศัพท์โทรมาที่ร้านอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่ง (กรุงไทย) โทรมาสอบถามว่ามีเครื่อง EDC หรือเครื่องรูดบัตรประชารัฐหรือไม่ พร้อมขอข้อมูลส่วนตัวของตนเองและทางร้าน โดยบอกว่าจะทำการแก้ไขหากไม่รีบดำเนินการจะไม่สามารถใช้เครื่องรูดบัตรได้
“จึงได้บอกทั้งเลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรประชาชน รหัสบัตรATM และเลข OTP จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. วันเดียวกัน มีพนักงานบริษัทส่งสินค้ามาเล่าว่ามีร้านค้าหมู่บ้านข้างเคียงถูกหลอกถามข้อมูลใช้โอนเงินออกจากบัญชีสูญเงินนับแสน จึงรีบโอนเงินไปยังอีกบัญชีทันทีและรีบเดินทางไปติดต่อธนาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าถูกหลอกแล้ว พร้อมทั้งเปลี่ยนรหัสให้ ต่อมาวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่กระทรวงการคลังโอนเงินประชารัฐเข้าบัญชี จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงหลังเงินเข้า กลับพบว่าเงิน 20,000 กว่าบาทถูกโอนไปยังบัญชีอื่น เหลือในบัญชีเพียง 78 บาท จึงนำหลักฐานไปแจ้งความที่ สภ.บ้านไผ่ และติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีอีกครั้ง กลับได้รับคำตอบว่าไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนบัญชีที่ใช้โอนเงินประชารัฐได้” นางบัวพิศ ระบุ
นางบัวพิศ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารระบุอีกว่าต้องเป็นอำนาจของกระทรวงการคลังในการแก้ไขข้อมูล โดยให้ร้านส่งเรื่องไปใหม่ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าไม่เป็นธรรมธนาคารควรออกมารับผิดชอบ พร้อมอยากฝากเตือนร้านค้าที่เป็นร้านประชารัฐให้ระมัดระวัง อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัญชีธนาคารกับใครเด็ดขาด เพราะมิจฉาชีพร้านค้าหลายหมู่บ้านถูกหลอกในลักษณะเดียวกันนี้จำนวนมาก คิดว่าน่าจะทำเป็นขบวนการ
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่ บ.ขณะโนนสวรรค์ ม. 2 ต.ภูเหล็ก พบกับ นางวราภรณ์ มูลมาตร เจ้าของร้าน “เอ ร้านถูกใจ” ซึ่งเป็นร้านที่ถูกมิจฉาชีพก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน นางวราภรณ์ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ๆ ก็มีข้อความแจ้งมายังโทรศัพท์ตนว่ามีการใช้บัญชีขอเลข OTP จากนั้นก็มีข้อความแจ้งว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีเป็นเงินจำนวน 89,700 บาท เหลือในบัญชีเพียง 2.97 บาทเท่านั้น จึงรีบไปแจ้งความที่ สภ.บ้านไผ่ และไปติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชี ต่อมาเจ้าหน้าที่แจ้งว่าทราบว่าชื่อและที่อยู่จากบัญชีที่รับโอนแล้วแต่เจ้าของบัญชีปฏิเสธ
“จากนั้นเรื่องก็ไม่คืบหน้า ขณะนี้ต้องหาหยิบยืมเงินมาลงทุนซื้อสินค้า อีกทั้งต้องโอนเงินโครงการคนละครึ่งที่ได้จากลูกค้าซื้อสินค้าออกจากบัญชีที่ถูกแฮ็กทุกวัน จึงอยากให้ธนาคารหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งออกมารับผิดชอบและแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งทราบว่ามีหลายร้านอีกหลายตำบลถูกมิจฉาชีพยักยอกเงินและหลอกนำข้อมูลไปใช้สูญเงินจำนวนมาก ขอให้เข้าใจคนทำมาหากินเพราะเงินทุกบาททุกสตางค์มีค่า” นางวราภรณ์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.โจ' ยำ 'ไทยช่วยไทยพลัส' แค่กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต ไม่เหลืออะไรไว้ ริด่ายันคนละครึ่งยุคลุงตู่
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า เป็นก
เริ่มแล้ว! ปชช.ทยอยใช้จ่ายผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลาดจอมพลขอนแก่นแม่ค้าเข้าร่วมกว่า 95%
ตลาดจอมพลขอนแก่นคึกคัก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 95% ขณะที่ลูกค้าซื้อของเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พายุถล่มบ้านไผ่ ขอนแก่น หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหาย 19 หลัง
นายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ ต แคนเหนือ และ ต.หนองน้ำใส หลังได้รับรายงานความเสียหายจากผู้นำชุมชน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายในภาพรวมพบว่า ได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 19 ครัวเรือน จาก 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แคนเหนือ ม.1 และ ม. 2 ได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลังคาเรือน
เริ่มแล้ว! ขอนแก่นจัดยิ่งใหญ่ 'คาร์นิวัลหมอลำ' 3 วัน 3 คืน
ขอนแก่น เปิดฉากยิ่งใหญ่ คาร์นิวัลหมอลำ สู่เวทีโลก จัดเต็มแสง สี เสียง 3วัน 3 คืน วธ.ย้ำชัด ดันหมอลำอีสานสู่เวทีโลก-เดินหน้าผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมยูเนสโก รักษามรดกภูมิปัญญาหมอลำ

