ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งได้ดำเนินการกับทรัพย์สิน 996 รายการ 35 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,191 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 31 รายคดี -ด้านดีเอสไอยังไม่พบนักการเมืองเอี่ยวนำเข้าหมูเถื่อน แต่มีการโอนเงินหลีกภาษี
12 ธ.ค.2566 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 12/2566 เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2566 คณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีการยึดและอายัดทรัพย์สิน 20 รายคดี ทรัพย์สิน 769 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,071 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการลักลอบหนีศุลกากร
โดยเฉพาะคดีการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน ปปง.ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 24 รายการรวมมูลค่า 53 ล้านบาทและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมก่อนอายัดเพิ่มอีก28 รายการ พร้อมดอกผลอีก37ล้านบาท
ด้าน พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคดีจับกุมขบวนการนำเข้าหมูเถื่อน กล่าวว่า เบื้องต้นดีเอสไอ ได้มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 12 คน และออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก1คน เป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่ง(เรนโบว์) ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหมูเถื่อนให้เดินทางมาให้ปากคำวันที่ 20 ธ.ค.นี้ และแจ้งข้อหานิติบุคคล 10 บริษัท
จากการเข้าตรวจค้นห้องเย็นที่จังหวัดนครปฐม 2 แห่ง พบหลักฐานว่ามีบริษัทชิปปิ้ง 3 แห่งใช้บริการโอนเงินให้เอเย่นต์โดยไม่ผ่านธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสุกรร้อยละ30 โดยพบหลักฐานจากใบอินวอยซ์ประเทศต้นทางตู้ละ3หมื่นดอลล่าร์ แต่สำแดงเท็จตู้ละ1หมื่นดอลล่าร์ ทั้งนี้ มีข้อมูลตั้งแต่ปี 2564 จำนวน 282 ตู้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษี และขณะนี้ดีเอสไอ อยู่ระหว่างพิจารณารับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายองค์กรอาชญา กรรมส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร และพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐสองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ยังไม่ระบุว่ามีกี่ราย
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวว่าจนถึงตอนนี้การสืบสวนยังไม่พบข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองระดับประเทศ ส่วนที่มีคลิปเสียงเรียกรับเงิน10ล้านบาท เพื่อเคลียร์คดี ยังไม่พบเช่นกันโดยทางกระทรวงเกษตรฯยังไม่ส่งข้อมูลให้และยังไม่มีการเรียกบุคคลใดมาสอบปากคำ โดยดีเอสไอกำลังเร่งขยายผล 161 ตู้ที่ตั้งเป็นคดีแล้ว
ด้านนายวิทยา กล่าวว่า แม้คดีดังกล่าวมีทรัพย์สินหรือเส้นทางเงินที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิดระหว่างประเทศ หากรวบรวมพยานหลักฐานและสามารถพิสูจนข้อเท็จจริง ทาง ปปง.ก็มีขั้นตอนในการตรวจยึดอายัดทรัพย์ดังกล่าวได้แต่อาจจะต้องใช้เวลาเนื่องจากเป็นความผิดระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ
“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว
รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

