'ณัฐชา' แนะอัยการขอศาลฟันโทษเยาวชนคดีป้าบัวผันเทียบเท่าผู้ใหญ่

'ณัฐชา' แนะอัยการขอศาลฟันโทษคดีป้าบัวผันเทียบเท่าผู้ใหญ่ มองเป็นเหตุตั้งใจ ไม่ได้พลาดพลั้ง จี้ ผบ.ตร. ลงคุมคดีเอง ถามอ้างแค่หยอกล้อในเคสฆ่าคนตายเหมาะสมหรือไม่

18 ม.ค.2567 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มเยาวชนกรณีป้าบัวผัน ว่าวันนี้ยังมีข้อถกเถียงเรื่องการให้โอกาสเด็กที่บางครั้งการกระทำบางอย่างของเด็กทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ นอกจากนี้ยังมีการอำพรางศพด้วย เรื่องนี้บางครั้งเราไม่สามารถใช้ข้อกฎหมายตรงนี้ได้ อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนขอให้แก้กฎหมาย เรื่องกฎหมายคุ้มครองเด็ก แต่ตนอยากจะบอกว่า หลักใหญ่ใจความของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็ก คือต้องการให้โอกาสเด็กที่กระทำผิดโดยไม่ตั้งใจ ไม่อยากให้เป็นตราบาปไปตลอดชีวิต ซึ่งสามารถให้ได้กับเด็กที่ไม่ได้กระทำความผิดโดยรุนแรง

นายณัฐชา มองว่า ครั้งนี้เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เพราะฉะนั้นอัยการในคดีนี้ สามารถร้องขอต่อศาลได้ว่าจะต้องพิจารณาคดีในรูปแบบพิเศษ คือให้เด็กกลุ่มนี้ถูกพิจารณาคดีเทียบเท่าอัตราของผู้ใหญ่ โดยมีเหตุผลว่ามีการกระทำที่ซ้ำซากจากวันที่เป็นข่าวจนถึงวันนี้มีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยความจริงอีกมากมาย แต่ละคดีที่เปิดเผยก็เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นในส่วนกฎหมายก็ยังอยากให้คุ้มครองเด็กกลุ่มอื่นอยู่

“อัยการมีอำนาจในการร้องขอต่อศาลได้ในเคสแบบนี้ ซึ่งมีการกระทำความผิดที่ซ้ำซากด้วย เราอาจจะต้องไปยกเคสต่างๆที่ตอนนี้กำลังมีผู้เสียหาย ทยอยออกมาให้ข้อมูล” นายณัฐชา กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าโทษจะเหมือนผู้ใหญ่เลยหรือไม่นายณัฐชา กล่าวว่า ใช่ โทษจะหนักขึ้น และศาลสามารถจะพิจารณาได้ว่าในการกระทำครั้งนี้มีเหตุก่อนหน้าเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งการกระทำไม่ได้เกิดจากการพลาดพลั้ง เป็นการกระทำที่คุ้นชินกับการทำความผิดไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่เป็นการกระทำที่ไม่ตั้งใจแต่เป็นเหตุที่ตั้งใจ อาจจะเป็นเพราะคนใกล้ชิดที่เคยช่วยเหลือกันมาหลายครั้ง ทำให้เด็กกลุ่มนี้คุ้นเคยกับการกระทำความผิด

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการชี้แจงว่าการคลุมถุงดำลุงเปี๊ยก สามีของป้าบัวผัน เป็นแค่การหยอกล้อนั้น นายณัฐชา กล่าวว่า วันนี้ความศรัทธาของพี่น้องประชาชน ที่มีต่อองค์กรตำรวจเสื่อมถอยและเสื่อมคลายลงเยอะมาก การที่ตำรวจพยายามบอกว่าเป็นการกระทำหยอกล้อ หรือล้อเล่นในการตัดสินคดีที่มีความเป็นความตายอยู่ด้วย คิดว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

“ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควรต้องออกมาพูดเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าสุดท้ายแล้วการกระทำของท่าน ที่กระทำไปแล้วมาบอกว่าหยอกล้อกันในคดีที่มีผู้เสียหายจนถึงชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้หลายครอบครัวต้องตกระกำลำบาก และผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ออกมาพูดแบบนี้ ผมว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวย้ำว่า สังคมมองเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เมื่อมีการกระทำความผิดโดยลูกหลานเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีชื่อเสียงทางสังคมก็จะมีการนำแพะมารับบาป ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควรลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เรียกความเชื่อมั่นในสังคมขึ้นมาให้ได้

ส่วนที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ด้วยตัวเองจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นคืนมาได้หรือไม่นั้น นายณัฐชา กล่าวว่า วันนี้เลยคดีฆ่าคนตายมาแล้ว ดังนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควรลงมาด้วยตัวเองและประกาศว่าคดีนี้ไม่ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครจะต้องได้รับความเป็นธรรม

ส่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับปากว่าจะปรับ กฎหมายคำว่าเยาวชนจากคำว่า 15 ปีเหลือ 12 ปี นายณัฐชา กล่าวว่า ในช่วงบ่ายจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวในกมธ. ยอมรับว่าอยากให้แยกเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ตนได้พูดคุย กับกมธ.การตำรวจ ว่าในวันพรุ่งนี้(19 ม.ค.) จะเดินทางไปตรวจสอบและพูดคุยกับนายเปี๊ยก เพื่อให้สิ้นข้อสงสัยถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน

'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด

พล.ต.ท.ทวีศิลป์หัวทิ่ม! เจอเบรกลาออก ผบ.ตร.ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง

ผบ.ตร.ตั้งจเรตำรวจแห่งชาตินั่งประธานสอบวินัยร้ายแรง 'พล.ต.ท.ทวีศิลป์' ปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เบรกลาออกก่อนเกษียณ ย้ำต้องรอผลสอบวินัยร้ายแรง

ก.ตร. ไฟเขียว 'พล.ต.อ.สำราญ นวลมา' ผงาด ผบ.ตร. คนที่ 16

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่7/2569 หนึ่งในวาระการประชุมที่สำคัญคือ วาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อทราบ (เรื่องที่ 3) การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง “ผบ.ตร.” คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้