รวบเอเย่นต์ยาบ้ารายใหญ่ ของกลางเกือบ 7 พันเม็ด ประวัติเพิ่งพ้นคุกไม่ถึงปี

30 ม.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ที่ว่าการอำเภอปลาปาก จ.นครพนม นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร รักษาราชการแทนนายอำเภอปลาปาก พร้อม นายคณินทร์ ผมงาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง (ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดนครพนม) ร่วมกับกองกำลังทหารชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามยาเสพติด พร้อมผู้นำชุมชนท้องถิ่น แถลงผลงานการปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้ายาบ้ารายสำคัญในพื้นชายแดน ตามนโยบายรัฐบาล

จนกระทั่งในช่วงฟ้าสาง ได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนม เข้าจับกุมเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายสำคัญ ในพื้นที่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ควบคุมตัวนายชาคริต วงษ์จันดา หรือเสี่ยทอม อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 342 หมู่ 11 ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม ตรวจค้นภายในบ้าน และรถยนต์ พบของกลางยาบ้า จำนวน 6,459 เม็ด อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 25 นัด ยาไอซ์ จำนวน 2.91 กรัม และ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง พบประวัติเสี่ยทอมผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกจับกุมดำเนินคดี ข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลตัดสินจำคุก 6 ปี เพิ่งพ้นโทษมาไม่ถึงปี ก็ไม่สำนึกถึงความผิดชอบชั่วดี ยังคงค้ายาบ้าเหมือนเดิม เพราะหวังรวยทางลัด พร้อมเปิดคาร์แคร์ล้างรถบังหน้า กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบสวนทางลับ พบเบาะแสว่าเสี่ยทอมเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ในพื้นที่ อ.ปลาปาก จึงเข้าตรวจค้นจับกุม และตรวจยึดของกลางทั้งหมด

เบื้องต้นจากการสอบสวน เสี่ยทอมผู้ต้องหาสารภาพว่า สั่งซื้อยาบ้ามาจากนายทุนชาวลาว ที่เคยติดต่อซื้อขายกันตลอด ครั้งละประมาณ 50,000 –100,000 บาท เพื่อนำมาส่งขายให้เครือข่าย รวมถึงลูกค้ารายย่อยในพื้นที่ ราคาเม็ดละ 30 -50 บาท รวมถึงจัดโปรโมชั่นจูงใจนักเสพ เปิดขาย 3 เม็ด 100 บาท อ้างทำไปเพราะอยากรวยทางลัด

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนโดยละเอียด เพื่อเร่งขยายผลติดตามจับกุมเครือข่าย รวมถึงนายทุนทุกราย เนื่องจากพบข้อมูลเป็นผู้ค้ารายสำคัญที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาบ้าสองฝั่งโขงไทยลาว เป็นที่รู้จักในชื่อเสี่ยทอม อ.ปลาปาก เพื่อจะได้เพิ่มมาตรการปราบปรามตัดวงจรผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ชายแดน และขยายผลยึดทรัพย์ตามนโยบายรัฐบาล

โดยขณะเดียวกันจังหวัดนครพนมได้ประกาศพื้นที่พิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5(10) กำหนดให้จังหวัดนครพนม ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมืองนครพนม และ อ.ธาตุพนม เป็นพื้นที่พิเศษที่มีความเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งตัน และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และเพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงจัดตั้งหน่วยบัญชาการฯ อยู่มณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) ค่ายพระยอดเมืองขวาง ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

สนองนโยบาย 'ฝ่ายปกครองภูเก็ต' ตั้งจุดตรวจเข้ม คุมอาวุธปืน–ยาเสพติด

อธิบดีกรมการปกครอง สั่งยกระดับความปลอดภัย ฝ่ายปกครองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจเข้ม คุมอาวุธปืน–ยาเสพติด ป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่

'นครพนม' ฝนตกหนักถล่มเมือง

ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้า ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม.(มิลลิเมตร)

สกัดจับหน้าโรงพัก สองหนุ่มควบกระบะบุโรทั่ง ขนเฮโรอีน-ไอซ์ มูลค่า 100 ล้าน

ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ รองผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายยาเสพติด 'Dark Farm 888' ที่ร้อยเอ็ด ยึดทรัพย์กว่า 95 ล้าน

ตำรวจ ปส.ทลายรังเครือข่าย “Dark Farm 888” ที่ร้อยเอ็ด ใช้เงินยาเสพติดเนรมิต พื้นที่กว่า 4 ไร่ เป็นฟาร์มสัตว์ ยึดทรัพย์กว่า 95 ล้านบาท 

ครม. อนุมัติ 16 ล้านบาท ร่วมมือ 3 ประเทศ สกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้นก่อนเข้าสู่ไทย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสกัดกั้นยาเสพติดและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 16 ล้านบาท ตามที่กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือสำนักงาน ป.ป.ส.