21 มี.ค.2567 - ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง นำโดย พ.ต.อ.ชนฤกดิ พงศ์ศิริ ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ พลเดช, พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ แซมเขียว รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.มนัสวี กะดะแซ สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. และ ร.ต.อ.อนุวัฒน์ ณ ปัตตานี รอง สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. เปิดปฏิบัติการ “ตามหาเจ้าของสุนัขที่หายไป” โดยเป้าหมายผู้ต้องหาตามหมายจับปฏิทินตำรวจแห่งชาติ ลำดับที่ 101 ซึ่งหนีการติดจับกุมมานานกว่า 5 ปี หลังก่อเหตุใช้ของมีคมแทงนายคำ นามน อายุ 52 ปี เข้าที่บริเวณหน้าอก 14 แผล เลือดไหลนองพื้น เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดที่ลานวัดบ้านเด่นเวียงไชย หมู่ 8 ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561
จากการสอบสวนทราบว่ามูลเหตุมาจากการที่ผู้ตายมาต่อว่านายหนึ่งนรินทร์ฯ เกี่ยวกับเรื่องที่สุนัขของนายหนึ่งนรินทร์ฯ ไปกัดไก่ของผู้ตาย จึงเกิดการชกต่อยกันขึ้น เป็นเหตุให้เกิดการฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติของนายหนึ่งนรินทร์ฯ โดยละเอียดพบว่าเคยมีประวัติรับการรักษาเกี่ยวกับอาการทางจิต และเคยก่อคดีจ้างวานฆ่า เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อปี พ.ศ.2559
ต่อมาชุดสืบสวนของตำรวจทางหลวงใช้วิธีการสะกดรอยบุคคลที่ใกล้ชิดของนายหนึ่งนรินทร์ฯ ซึ่งได้เดินทางจากอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งถึงอำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยที่เป้าหมายกลับไม่รู้ตัว เพื่อมาหานายนรินทร์ มาถึงบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสวี จ.ชุมพร
จนกระทั่งเวลา 20.30 น.วันที่ 20 มี.ค.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยตามจนพบเห็นนายหนึ่งนรินทร์ฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวในพื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร และกำลังเดินออกจากห้องอาบน้ำในสภาพที่ไม่สวมเสื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาวุธติดตัว บุกเข้าชาร์ตประชิดตัวจับกุมได้แบบไม่ทันตั้งตัว จับแบบไม่ทันได้ตั้งตัว หรือแม้แต่คิดจะหลบหนี
จากการสอบสวนในชั้นจับกุม นายหนึ่งนรินทร์ฯ ยังคงให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าที่ทำไปเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มของผู้ตาย ยกพวกกันมา 4 คน มารุมทำร้ายตนเองและครอบครัว ซึ่งได้พยายามวิ่งหนีแล้ว เพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็ยังถูกตามมารุมทำร้ายอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าจวนตัวจึงได้ใช้เหล็กแหลมที่หาได้จากบริเวณใกล้เคียงแทงไปที่ผู้ตายหลายครั้งเพื่อป้องกันตัว หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีออกจากพื้นที่ทันที แล้วมาอาศัยอยู่กับญาติที่ อ.สวี จ.ชุมพร
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พาตัวนายหนึ่งนรินทร์ฯ ไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.สวี จ.ชุมพร และส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เสนอทำลายให้สิ้นซาก! สวนปาล์มหมดสัมปทาน 2.3 หมื่นไร่ หักดิบแก๊งนายทุนมาเฟียฮุบผลประโยชน์
สวนปาล์มหมดสัมปทาน 2.3 หมื่นไร่ กว่า 2 แสนต้น ป่าสงวนรับร่อ-สลุย สส.-นายกอบจ.ชุมพร เสนอทำลายทิ้ง ล้างแก๊งสวาปาล์มมาเฟียผลประโยชน์ เร่งบริหารจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน ผุด 3 อ่างยักษ์แก้ภัยแล้ง
ทะเลชุมพรคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชม 'น้องพริกไทย' ฉลามวาฬเจ้าถิ่นสุดฮอต ทำเงินสะพัดสัปดาห์ละ 20 ล้าน
ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า บรรยากาศท้องทะเลชุมพรช่วงไฮซีซันเดือนเมษายน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา มาท่องเทียวทางทะเลดำนำชมปะการัง และชมฉลามวาฬกันจำนวนมาก เนื่องจากที "น้องพริกไทย"
ข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จังหวัดชุมพร
'อัยรินทร์' เผยข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จ.ชุมพร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่า 27 ล้านบาท คาดช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เพิ่มขึ้น
'กลุ่มปกป้องบ้านพ่อ' เฮลั่น! คดีสิ้นสุด นายทุนออกโฉนดทับ 'แก้มลิงหนองใหญ่' จ.ชุมพร กว่า 700 ไร่
จบแล้วสู้เกือบ 9 ปี ทวงคืนแผ่นดินบ้านพ่อ ร.9 แก้มลิงหนองใหญ่ชุมพร มูลค่าพันล้านในมือนายทุน กลับคืนสำเร็จ

