คืบหน้าเหตุป่วนหลายจุดเดือนรอมฎอน คนร้ายมุ่งทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่ จชต.

23 มี.ค.2567 - จากเหตุการณ์ คนร้ายกลุ่มใหญ่ก่อกวนหลายจุด ในเขตจังหวัดปัตตานี, จ.ยะลา, จ.นราธิวาส และจ.สงขลา สำหรับ จังหวัดปัตตานี เกิดเหตุมากที่สุด กระจายทั้ง 10 อำเภอ จำนวน 20 จุด ล่าสุดผวจ.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบ ความเสียหาย เยี่ยมญาติกรณีผู้เสียชีวิต1ราย เป็นชาวต่างด้าว สัญชาติพม่า ซึ่งเข้ามาใช้แรงงานในพท. ได้ตรวจสอบการดำเนินการเยียวยา และประเมินสถานการณ์การวางมาตรการป้องกันต่อไป
โดยผู้ว่า พร้อมเข้าหน้าที่ ได้เข้าเยี่ยมพื้นที่ กระทบการณ์ ทั้ง 6 อำเภอ เหตุไฟไหม้ร้านสะดวกซื้อ (เซเว่น) 5 แห่ง อ เมือง สาขาบางปู อ.ยะหริ่ง สาขามหาวิทยาลัยฟาตอนี อ ยะรัง สาขาหน้าโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ สาขาอำเภอไม้แก่น อำเภอไม้แก่นจังหวัดปัตตานี

จุดระเบิด 1 แห่ง ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ตำบลเกาะจัน อำเภอมายอ ,เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ อำเภอมายอ ซึ่งช่วงเช้าหลังจาก เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียรพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นติดตามที่ จุดวางเพลิงห้องพักรายวันโฮมสวีทโฮมรีสอร์ท พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้สำนักงานการไฟฟาส่วนภูมิภาคอำเภอทุ่งยางแดง บ้านปาแดปาลัส หมู่ที่ 1 ตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ซึ่งบางจุดเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ รวบรวมวัตถุพยาน และเก็บพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายต่อไป

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี กล่าวเปิดเผยว่า เกิดความเสียหายอย่างหนัก และตกกับเป้าหมายที่กระทบกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด 80% ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และคลี่คลายสถานการณ์ให้เร็วที่สุด ครั้งนี้คนร้ายลงมือหวังทำลายระบบเศรษฐกิจ สาธารณูปโภค ลดความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง เกิดเหตุช่วงรอมฎอน เป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ว่าสามารถก่อเหตุรุนแรงได้พร้อมๆ กันในหลายพื้นที่

ด้านจังหวัดปัตตานีได้เรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต้องเน้นให้เร่งดำเนินการตรวจสอบสภาพความเสียหาย ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น จุดระเบิด วางเพลิง ปั๊มน้ำมัน วางเพลิงรีสอรท โรงแรม โรงไฟฟ้า เสาไฟฟ้า โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อทั้ง 5 แห่ง ครั้งนี้เป็นร้านที่อยู่ลึกในชุมชนรอง ไม่ใช่จุดเมืองหลัก และด้านการป้องกัน ได้ประชุมให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ต้องควบคุม รัดกุม เฝ้าระวังให้มากขึ้น รวมทั้งการตรวจสอบการติดตั้งกล้องวงจรปิด ด้านเยียวยาก็ต้องเร่งอำนวยความสะดวกดำเนินการให้ได้เยียวยาโดยได้รับความยุติธรรมทั้งหมด
ซึ่งวันนี้มาเยี่ยมเคสที่เสียชีวิต จากลูกหลงครั้งนี้ ตรวจสอบแล้วเป็นชาวต่างชาติ เป็นแรงงาน ผู้หญิงชาวเมียนมา อายุ 27 ปีแต่เขาก็ได้รับการเยียวยาด้วยเช่นเดียวกัน

พลโทศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการตามขั้นตอน โดยเฉพาะการดูแลป้องกันพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เร่งสอบสวนหาสาเหตุ และแรงจูงใจการก่อเหตุ พร้อมให้ขยายผลไปยังผู้ร่วมก่อเหตุ ในขณะที่ เหตุการณ์ปล้นรถ กระบะจากสงขลาเข้ามาซึ่งได้รับรายงานว่า จับตัวคนร้ายได้แล้ว 9 คน กำลังนำตัวมาสอบสวนเพื่อดูว่าจะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์นี้ด้วยหรือไม่ ถือว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งยังฝากความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วน ย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และกันพื้นที่เกิดเหตุ กันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ในช่วงเดือนรอนฎอนอันประเสริฐของพี่น้องประชาชน ที่มุ่งเป้าหวังสร้างความหวาดกลัว ทำลายเศรษฐกิจของพื้นที่ที่กำลังฟื้นตัวเป็นสำคัญและขอความร่วมมือประชาชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ตร. สั่งดูแลการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ห่วงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวด

‘ผบ.ตร.’ ประชุมติดตามผลการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบผิดกฎหมายเลือกตั้ง 7 คดี

ปะทะเดือดยะลา วิสามัญคนร้าย 1 ราย แกนนำก่อเหตุยิง-วางระเบิด 3 หมายจับ

กำลัง 3 ฝ่าย ปิดล้อมบ้านต้องสงสัย คนร้ายเปิดฉากยิง ปะทะนานกว่า 8 ชั่วโมง  มีรายงานคนร้ายดับ 1 ผบช.ภ.9 รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชื่อเป็นคนร้ายคนสำคัญก่อเหตุยิง-วางระเบิด ในพื้นที่ยะลา

รอง ผบ.ตร. สั่งทบทวนแผนด้านความมั่นคง หลังเกิดเหตุบึ้มปั๊ม 11 จุด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ