รวบ 2 สาวแสบ หลอกลงทุนหุ้นต่างประเทศ ชายสูงวัยสูญเงิน 35 ล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์รวบ 2 สาวแสบ เครือข่ายหลอกลงทุนหุ้นต่างประเทศลวงชายสูงวัย สูญเงินกว่า 35 ล้านบาท พบโยงคดีอื่นอีกกว่า 65 เคส

3 ก.ค.2567 - พ.ต.อ.พิเชียรยศ อรุณพันธกุล ผกก.1 บก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม น.ส.วราภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 32 ปี และ น.ส.ศรัณยา (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 30 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยควบคุมตัวได้ที่บริเวณภายในซอย เขตบางกอกน้อย และเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจไซเบอร์ ว่าตนเองได้ถูกคนร้ายหลอกลวงให้ลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง ผ่านทางเว็บไซต์ Hysuncapital.com หรือ แอปพลิเคชันชื่อ “Hysun” ซึ่งผู้เสียหายที่เป็นชายสูงอายุรายหนึ่ง ได้หลงเชื่อและโอนเงินไปจำนวน 25 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น จำนวน 35,125,421.98 บาท

ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 จัดเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว พบว่าคดีนี้ได้มีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 65 คดี จนพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้กว่า 19 ราย กระทั่ง พ.ต.อ.พิเชียรยศ อรุณพันธกุล ผกก.1 บก.สอท.1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง2ไว้ได้

สอบสวนเบื้องต้น น.ส.วราภรณ์ ยอมเปิดเผยว่าเมื่อประมาณปี 2566 ได้มีรุ่นพี่แถวบ้านชักชวนให้เปิดบัญชีเพื่อร่วมลงทุนทอง โดยให้ค่าตอบแทนการใช้บัญชีดังกล่าวเป็นรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1,000 – 2,000 บาทหรือแล้วแต่กำไรที่ได้ เนื่องจากตอนนั้นตนยังอยู่ในช่วงว่างงาน และรุ่นพี่แจ้งว่าจะใช้บัญชีแค่ 15 วัน ตนจึงได้ตอบตกลงและเปิดบัญชีธนาคารให้ พร้อมมอบบัญชี บัตร ATM และซิมการ์ดที่ผูกธนาคารทั้งหมดให้

ส่วน น.ส.ศรัณยา เปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี 2566 ได้มีเพื่อนของตนที่รู้จักกันมานาน ได้มาขอยืมบัญชี เพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ (สล๊อต) โดยแจ้งว่าจะให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 1,400 บาท ตนจึงยินยอมและให้เพื่อนพาไปเปิดบัญชีธนาคาร จำนวน 1 บัญชี พร้อมบัตรเอทีเอ็ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท

ตร.ไซเบอร์อีสาน ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสานรวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท พบพฤติกรรมเดิมๆด้วยการหลอกให้ลงทุน แต่เปลี่ยนใหม่ด้วยการใช้บัญชีนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือเร่งล่าจีนเทา นายทุนใหญ่ที่ยังหลบหนีในไทย

จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน

ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน

ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ พบตร.ไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว ชี้ช่องโหว่เกิดจากรหัสผ่านจนท.หลุด ไม่ใช่ถูกแฮกระบบ

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome Cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี เดินทางเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลกรณีพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ทั้งรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงประชาชนจำนวนมาม โดยมีพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท1. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.

เหยื่อร้องตำรวจไซเบอร์ ยับยั้งเผยแพร่คลิป ดาบตำรวจบังคับถ่ายภาพลามก

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา พาหญิงผู้เสียหายที่ถูก ด.ต. ธนาวุฒิ พัฒนา สืบสวน สภ.ทุ่งลุง 45 ปี บังคับถ่ายคลิปขายในกลุ่มลับ เข้าให้ข้อมูลเอกสารแจ้งความกับ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5

'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่