DSI ส่งสำนวนคดี 'เว็บพนันเครือข่ายแม่มนต์' ให้อัยการแล้ว

13 ก.ค.2567 - กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.67 เวลา 10.00 น. ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นายราชพฤกษ์ ชูดำ รองผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ หัวหน้าคณะพนัก งานสอบสวนคดีพิเศษที่ 76/2566 มอบหมายให้นายรัชพร วรอินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์สืบสวนไซเบอร์ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางไปยังสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อส่งสำนวน จำนวน 22 แฟ้ม รวม 7,618 แผ่น เพื่อให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ พิจารณาดำเนินการ

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 76/2566 กรณีกลุ่มผู้กระทำผิดมีการเข้าถึงบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของตนผ่านแอพพลิเคชั่นโมบายแบงก์กิ้ง และ/หรือ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เพื่อกระทำความผิดในลักษณะเป็นการโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันโดยผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อันทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการพนันออนไลน์ได้ โดยได้สรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 38 ราย ในความผิดฐาน ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ร่วมกันฟอกเงินและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม ขณะนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาและควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีแล้ว 15 ราย และอยู่ระหว่าง การติดตามจับกุมอีก 23 ราย

คดีนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษมีการสนธิกำลังกับกรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นคดีพิเศษที่ 76/2566 เครือข่ายเว็บพนันออน ไลน์(เครือข่ายแม่มนต์) 15 จุดพร้อมกัน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดลพบุรี เมื่อวันอังคารที่ 30 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออน ไลน์และจับผู้ต้องหา 13 ราย เป็นหญิง 7 ราย ชาย 6 ราย ซึ่งเป็นระดับกลุ่มนายทุนและผู้บริหารเว็บไซต์พนันออนไลน์ ต่อมาได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาหญิงเพิ่มเติมอีก 2 ราย รวม 15 ราย ยึด/อายัดทรัพย์สินมากกว่า 500 ล้านบาท โดยมีพฤติการณ์ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเพื่อเอาทรัพย์สินกัน จัดให้มีการเล่นการพนันทางออนไลน์หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านหลายเว็บไซต์ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เมื่อได้เงินจากประชาชนทั่วไปที่เข้าไปเล่นพนันแล้วจะโอนไปยังบัญชีม้า และโอนต่อไปบัญชีธนาคารอื่นอีกหลายทอด หรือซุกซ่อนรูปแบบเส้นทางการเงิน แล้วนำเงินออกจากระบบด้วยการกดเงินสดด้วยบัตรกดเงินสด ATM เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ

โดยเว็บพนันออนไลน์เครือข่ายดังกล่าวมีเว็บไซต์ในเครือรวม 6 เว็บไซต์ และเว็บไซต์อื่นๆ อีกหลายเว็บไซต์ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหน้าเว็บไซต์แถวที่ 1 มากกว่า 700 ล้านบาท แต่มีเงินทุนหมุนเวียนทั้งระบบกว่า 5,000 ล้านบาท นับเป็นขบวนการขนาดใหญ่ จำนวนสมาชิกผู้เล่นพนัน มากกว่า 1 แสนราย ทีมงานแอดมินหลายสิบคนและมีการใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงินหลายสิบบัญชี รวมถึงใช้บัญชีของผู้ตายในการรับโอนเงินด้วย โดยทรัพย์สินที่ยึด/อายัดได้มากกว่า 500 ล้านบาทนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการแจ้งให้สำนักงาน ปปง. ทราบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว ทั้งนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ จะได้ประสานงานกับศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว เพื่อขยายผลและติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก จำนวน 23 รายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่