ตำรวจจับเจ้าพ่อเงินกู้ ดอกเบี้ยสุดโหด ร้อยละ 730 ต่อปี

6 ก.ย. 2567 – พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก. 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) ได้นำกำลังตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ศรีชัยชนะ ผกก.ตชด.34 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. ร่วมนำหมายค้นศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ ค 231 /2567 ลงวันที่ 4 กันยายน 2567 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลีงหนึ่ง ในหมู่บ้านเดอะนีโอ ถนนราชดำเนิน 1 ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร จับกุมนายพัลลภ หรือหนุ่ม อายุ 44 ปี ชาวสมุทรสงคราม พักอาศัยอยู่ในบ้าน ผลการตรวจค้นพบพยานหลักฐานรวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบหลายรายการ พร้อมแจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 5 (7)ข้อ 16 ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกิจการที่จะต้องขออนุญาติ ตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ)และให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด”

สืบเนื่องจาก ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ว่าตนเองได้กู้เงินนอกระบบจากนายพัลลภ หรือ หนุ่ม อายุ 44 ปี ในพื้นที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เมื่อประมาณต้นปี 67จำนวน 2,610,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อวัน(ดอกลอย) ซึ่งคำนวณเป็นรายปีตกประมาณ 730 ต่อปี ซึ่งตนเองต้องส่งเฉพาะดอกเบี้ยให้แก่นายพัลลภฯ จำนวน 16,000 บาทต่อวัน เพื่อนำเงินที่กู้มาไปลงทุนค้าขาย ซึ่งช่วงแรกสามารถผ่อนชำระได้ตามปกติ ต่อมา เกิดผลพวงจากวิกฤติโควิด 19 ทำให้ตนค้าขายไม่ได้ และเริ่มส่งดอกเบี้ยไม่ไหว จึงโดนนายพัลลภ คิดเงินต้นทบเงินดอกที่ได้ติดค้างไว้จนมาถึงปัจจุบัน รวมยอดเงินทั้งหมดเป็นเงิน 2,190,000 บาท และโดนข่มขู่บังคับให้ตนเองส่งดอกเบี้ยจำนวนเป็นเงิน 16,000 บาทต่อวัน ผู้เสียหายได้อ้อนวอนขอความเห็นใจจากนายพัลลภ ว่าไม่สามารถที่จะจ่ายดอกเบี้ยมากมายขนาดนั้นได้เนื่องจากไม่มีรายได้ แต่ได้รับคำตอบมาว่าให้หาเงินมาจ่ายค่าดอกเบี้ยให้ได้

ภายหลัง นายพัลลภ เริ่มมีพฤติการณ์ ข่มขู่และคุกคามตนเอง และเริ่มไปคุกคามครอบครัวของผู้เสียหายด้วย ทั้งการส่งข้อความทางโซเชียล แอปไลน์ และตามคุกคามถึงที่บ้าน จนผู้เสียหายกับครอบครัวเกิดความหวาดกลัว และไม่สามารถพักอาศัยอยู่ที่บ้านได้เนื่องจากเกรงว่าไม่ปลอดภัย จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชรไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อหวังว่าเจ้าหนี้จะหยุดคุกคาม แต่หลังจากแจ้งความแล้ว ก็ยังโดนข่มขู่คุกคามเหมือนเดิม จึงได้เข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 อีกทางหนึ่ง

จากการสอบสวน นายพัลลภหรือหนุ่ม ให้การรับสารภาพว่าตนเองมีอาชีพปล่อยเงินกู้นอกระบบจริง ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 730 ต่อปี นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบอีกว่า มีประชาชนที่เดือดร้อนด้านการเงินได้มากู้ยืมเงินดอกเบี้ยสุดโหดจากนายพัลลภ หรือนายหนุ่ม อีกกว่า 20 ราย รวมทั้งนายพัลลภ ยังเปิดรับจำนำรถยนต์และอาวุธปืนอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สตช. แจงเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดบริบทปฏิบัติหน้าที่ ย้ำสถานะ ตร. 24 ชม.

สตช. แจงหลักเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดความจำเป็นและบริบทการปฏิบัติหน้าที่ ชี้เป็นตำรวจ 24 ชม. เหตุซึ่งหน้าจับกุม ระงับเหตุได้ตามอำนาจหน้าที่ ส่วนสาธารณะต้องเก็บมิดชิดเหมาะสมกับภารกิจ

จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน

ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน

'อนุทิน' การันตีคดีโกงสอบไม่มีเส้นสาย ไร้เพดานสาวถึงใครก็คนนั้น

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นไม่มีสาย ชี้ 'ปปง. - ป.ป.ช. - ตร.' จับมือเร่งดำเนินการอยู่ ลั่นไร้เพดาน หากถึงใครก็คนนั้น

สามีคลั่งยาบ้า! บุกแทงเมียเจ็บหนัก หลังหาเงินซื้อเบียร์ไม่ได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ จึงประสานสายตรวจเขตและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ

นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง

นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด

'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'

'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว