"เคนโด้-อี้" จี้ดีเอสไอ สอบบริษัทเครือข่ายขายซิม และ รถยนต์ของสามารถ หลังยึดได้ 15 คัน พบชื่อเจ้าของคือ บริษัทเครือข่ายขายซิม
2 ธ.ค.2567 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ เคนโด้ และ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ร่วมกันแถลงถึงขบวนการของนายสามารถ เจนชัยจิตรวณิช ที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทเครือข่ายขายซิมดัง และเปิดหลักฐานใหม่ ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบที่มาของรถประจำตำแหน่งเป็นชื่อของใคร เชื่อมโยงร่วมกันฟอกเงินหรือไม่
นายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า จากกรณีที่ดีเอสไอมีหมายจับศาลต่อนายสามารถ และมารดา และดีเอสไอได้มีการยึดรถจำนวนประมาณ 15 คัน อาทิ รถยนต์หรูยี่ห้อโตโยต้า รุ่น อัลพาร์ด สีดำ แต่ที่น่าสงสัย คือ มีการตรวจยึดรถของนายสามารถ แต่เมื่อพวกตนไปตรวจสอบ ตอนแรกคาดว่าจะเป็นชื่อของนายสามารถ แต่เมื่อตรวจสอบทะเบียนรถ กลับไม่ใช่รถของนายสามารถ แต่เป็นรถของบริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด – K4 Communication Company Limited ที่มีการจำหน่ายซิมเติมเงิน อีกทั้งทราบว่าที่ผ่านมา ทาง กสทช. ได้มีการชี้แจงถึงการห้ามนำซิมมาทำเป็นธุรกิจขายตรง หรือ MLM ดังนั้น จึงสงสัยว่าใช่บริษัทนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันปรากฏจำนวนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากบริษัทนี้แล้ว และตนยังตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทแห่งนี้ เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน จำนวนกว่า 100 ล้านบาท กับนายสามารถ หรือไม่ จึงอยากให้บริษัทฯ ออกมาชี้แจง
นายเกรียงไกรมาศ กล่าวอีกว่า สำหรับบริษัทดังกล่าวมีการให้คนไประดมทุนในแผนธุรกิจ จึงอยากให้ดีเอสไอได้เข้าไปตรวจสอบบริษัทนี้อย่างจริงจัง เพราะชื่อของเจ้าของรถชัดเจน สื่อมวลชนจะได้เห็นว่าทะเบียนรถที่จอดอยู่หน้าตึกดีเอสไอจากการตรวจยึดมานั้น ไม่ใช่ของนายสามารถ แต่เป็นเพียงรถประจำตำแหน่งของนายสามารถ หรือไม่ และเป็นรถของบริษัทหรือไม่ รวมทั้งจะขอให้ดีเอสไอได้ตรวจสอบรถคันอื่น ๆ ที่หายไปด้วย
สำหรับเงินจำนวนกว่า 100 ล้านบาทที่แม่ของนายสามารถ ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเงินจากการเทรดวันละ 6-7 แสนบาทนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ จึงอยากให้ดีเอสไอได้ตรวจสอบจากบริษัทแห่งนี้ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายสามารถ อย่างไรบ้าง เพราะตกเป็นที่สงสัยของพี่น้องในโซเชียลว่าบริษัทมีแผนการจ่ายสูงถึง 300% และให้ลงทุนสูงสุดได้ถึง 5 ล้านบาท มีการให้ค่าแนะนำมหาศาล มีแผนการตลาดแบบขายตรงจริงหรือไม่ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าไม่ได้ปรักปรำบริษัทว่ากระทำผิด นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวยังมีคนดังมาเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง มีการมาทำการตลาดให้
นายเกรียงไกรมาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า พวกเราตั้งข้อสังเกตถึงระยะเวลาการทำการของบริษัทเพราะเปิดมากว่า 6 ปี แต่เหตุใดจึงเอาซิมมาใช้ทำแบบขายตรงได้ ทั้งที่ กสทช. ระบุชัดเจนว่า หากได้ License ไปแล้ว จะไปทำขายแบบขายตรงไม่ได้ ดังนั้น เรื่องนี้มีเทวดาคุ้มกะลาอยู่หรือไม่ จึงต้องจี้ไปทาง กสทช. ที่ออกใบอนุญาตให้บริษัท ทั้งนี้บริษัทยังมีนักการเมืองรายหนึ่ง ซึ่งเป็นนักการเมืองน้ำดี ขึ้นเวทีของบริษัท (ทำมือท่าเลข 4 พลิกคว่ำลง) ซึ่งเหมือนให้แม่ทีมเอาไปทำการตลาด และเอาไปแอบอ้างกับคนต่างจังหวัด ให้รู้สึกว่าขนาดเป็นนักการเมืองน้ำดี ยังมาอยู่กับบริษัทนี้ ตนจึงไม่รู้ว่านักการเมืองรายนี้ไปเสียรู้อะไรหรือไม่
ด้านนายแทนคุณ กล่าวว่า ช่วงที่นายสามารถขึ้นตำแหน่งผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม มีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการใช้ตำแหน่งดังกล่าวทางการเมือง หมายรวมถึงเรื่องเทวดาด้วยหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ เพราะมันมีการกระทำ 3 พฤติการณ์ที่น่าสงสัย คือ 1.การอ้างผู้ใหญ่ อ้างมีแบ๊กดี อ้างมีเทวดาคุ้มครอง 2.อ้างว่าต้องจ่ายเงินค่าดูแล ค่าส่วย หาเงินเซ่นเทวดา 3.มักมีการแสวงหาข้อมูลจากผู้เสียหายที่มาร้องเรียนให้ช่วยเหลือ และนำเอาไปเจรจากับทั้งคนที่ผิดและคนที่กำลังสับสนว่ามีความผิดหรือไม่ แต่พอมีการเรียกร้อง กลับต้องจ่ายเงินต้องดูแลกันไป ดูแลแบบรายเดือน ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักหลายแสนบาท รวม ๆ หลายล้านบาท และยังมีอ้างถึงเรื่องเงินทำบุญยิบย่อยอีกหลายรายการ
ด้านนายหน่อง ตัวแทนผู้เสียหายของนายสามารถ เจนชัยจิตรวณิช เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายสามารถ มาประมาณ 10 ปี ตั้งแต่ ปี 2557 แต่เมื่อเดือนเมษายน 66 นายสามารถได้ทักชวนให้ร่วมทำบุญวันเกิด ตนจึงโอนเงินร่วมทำบุญไป 10,000 บาท จากนั้นเดือนพฤษภาคม 66 นายสามารถ ได้ส่งรูปโบชัวร์ธุกิจขายปุ๋ยของตนเองมา โดยอ้างว่ามีคนมาร้องเรียนกับนายสามารถ ว่า นายหน่องนำสารปรับปรุงดินมาทำเป็นปุ๋ยหลอกขายประชาชน ซึ่งตนยืนยันกับนายสามารถว่าไม่ได้ทำเช่นนั้น แต่นายสามารถกลับมีการขอค่าดูแลเดือนละ 50,000 บาท กระทั่งต่อรองเหลือ 30,000 บาท และตนก็ยอมจ่ายไป เพราะรู้สึกกลัวเนื่องจากนายสามารถ มักส่งรูปภาพที่ไปทำกิจกรรมร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ส่งลิงก์ข่าวของตัวเอง มาสร้างอำนาจบารมี ตนจึงยอมโอนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 66 จนถึงเดือนกรกฎาคม 67 ทุกวันที่ 1 ของเดือน รวมถึงมีการให้ตนทำบุญร่วมเป็นประจำ
โดยที่ผ่านมาตนคุยแชตกับนายสามารถมาตลอด และบัญชีที่โอนไปให้คือบัญชีของนางวิลาวัลย์ แม่ของนายสามารถ จึงเชื่อว่าเงินบัญชีของแม่นายสามารถที่มีเงินหมุนเวียนจำนวน 100 ล้านบาท น่าจะเป็นเงินของตนด้วยส่วนหนึ่ง จึงมาร้องดีเอสไอเพื่อขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหาย และขอให้เจ้าของธุรกิจอื่นที่เคยกลัวและต้องโอนเงินให้นายสามารถแบบเดียวกับตนเปิดหน้าออกมา
ขณะที่ตัวแทนผู้เสียหายจากเพจออยศรีและผองเผือก กล่าวว่า สำหรับกรณีของบริษัท ได้มีผู้เสียหายร้องเรียนมายังเพจ ว่าบริษัทแห่งนี้มีการอ้าง กสทช. ได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และมีการลงทุนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงคนมีเงิน ซึ่งถ้าคนรากหญ้าให้ลงทุน 5,000 บาท จะได้กลับคืน 15,000 บาท เหมือนเอาเงินก้อนไปแล้วทยอยจ่ายวันละ 30 บาท จำนวน 500 วัน สูงสุดให้ลงทุนได้ถึง 5,000,000 บาท ดังนั้น หากดีเอสไอบอกว่าธุรกิจของบริษัทนี้ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ตนจะได้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนไปลงทุนเพิ่ม
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีจำนวนผู้เสียหาย 5,000 รายที่มาร้องเรียน เพราะเขายังมีการจัดสัมมนาทุกเดือน และบริษัทยังมีการข่มขู่คนที่จะออกมาร้องสื่อ ว่าหากออกมาจะไม่ได้เงินคืน เพราะเขาอ้างว่าที่จ่ายเงินคืนให้ไม่ได้ก่อนหน้านี้เป็นเพราะระบบขัดข้อง แต่ขัดข้องมาแล้ว 2 เดือน หากใครอยากถอนเงิน บริษัทก็อ้างว่าต้องหานักลงทุนคนใหม่เข้ามาในระบบ ฉะนั้น มูลค่าความเสียหายอาจถึง 2,000 ล้านบาท และจำนวนผู้เสียหายอาจถึงหมื่นคน ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีการจ่ายเงินคืนผู้เสียหายตามนัดหมาย ระเบิดลงแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ
ดีเอสไอ สอบเพิ่มอีก 1 บริษัทเรือขนส่ง ปมน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร
โฆษกดีเอสไอ เผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน เม.ย.69
ทีมสุดซอย นำหลักฐานยื่นดีเอสไอ พบพิรุธใบขนส่ง 166 ฉบับ คลังน้ำมัน 6 แห่งส่อกักตุน
"ฐิติภัสร์" พร้อมทีมกฎหมาย หอบหลักฐานเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ กว่า 166 ฉบับ ของคลังน้ำมัน 6 แห่งในจังหวัดระยองและชลบุรี ร้อง “ดีเอสไอ" ดำเนินคดีเอาผิด เหตุ ส่อปิดบังรายละเอียดสำคัญช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน
DSI ผนึกกำลังเครือข่าย จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 2.8 ล้านเม็ด
ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติด (ยาบ้า) ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 23 อ.เมือง จ.สกลนคร
ดีเอสไอ เผยเรือขนน้ำมัน อ้างปัญหาร่องน้ำ เครื่องจักรเสีย แจงขนส่งล่าช้าก็เสียผลประโยชน์
“ดีเอสไอ” เผย พนักงานสอบสวนสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปแล้วทั้งสิ้น 5 เจ้า จากทั้งหมด 8 เจ้า ช่วงบ่ายนัดสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 1 เจ้า และอีก 2 บริษัทเจ้าของเรือขอเลื่อนให้ปากคำในฐานะพยานไปเป็นสัปดาห์
DSI เรียก 8 เจ้าของเรือแจง พบ 4 บริษัทโยงน้ำมันล่องหนสุราษฎร์
'อธิบดีดีเอสไอ' พร้อมรับโอนสำนวนตำรวจ ปคบ. ปมทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้งฯ เป็นคดีพิเศษ ด้านชุดสอบคดีกักตุนน้ำมันเรียก 8 บริษัท แจง 21 - 23 เม.ย. พบ 4 ราย โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร

