สั่งกวาดล้าง 'แก๊สหัวเราะ' ระบาดหนักสถานบันเทิง อันตรายถึงชีวิต

17 มี.ค. 2568 – นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ ให้หลีกเลี่ยงการใช้ลูกโป่งแก๊สหัวเราะ หรือการซื้อแก๊ส Nitrous oxide (ไนตรัสออกไซด์) ทั้งที่เป็นถัง 3.3 ลิตร และแบบกระเปาะ เนื่องจากหากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก แก๊สจะเข้าไปแทนที่ออกซิเจนในปอดและในระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึนงง ร่างกายไม่สามารถควบคุมระบบหายใจหรือประสานการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ได้ อาจทำให้หกล้ม ได้รับบาดเจ็บ และหมดสติ หากสูดดมบ่อยครั้งเป็นเวลานานจะทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม มึน ชา กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย เหน็บชา บริเวณนิ้วมือนิ้วเท้า รับความรู้สึกไม่ได้ เนื่องจากภาวะขาดวิตามินบี 12 ร้ายแรงสุดอาจเสียชีวิต

สำหรับ “ไนตรัสออกไซด์” คือสารประกอบทางเคมี ที่ไม่มีสี มีกลิ่นหอม และมีรสหวานเล็กน้อย เป็นหนึ่งในสารระเหยที่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดซึ่งก๊าซชนิดนี้เป็นก๊าซที่ใช้ในการแพทย์ โดยใช้เป็นยาดมสลบก่อนการผ่าตัด หรือถอนฟัน ลดอาการปวด จะออกฤทธิ์รวดเร็ว และหมดฤทธิ์เร็วเช่นกัน ตามกฎหมายถือว่าเป็นยาที่ใช้ตามโรงพยาบาล และยังใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมรถยนต์อีกด้วย

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่า แก๊สหัวเราะ หรือแก๊สไนตรัสออกไซด์ กลับมาแพร่ระบาดอย่างหนัก และมีผู้ลักลอบนำมาใช้ผิดประเภท โดยนำไปบรรจุใส่ลูกโป่งจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง เพื่อสูดดมสร้างความเคลิบเคลิ้ม มึนเมา ใช้ทดแทนยาเสพติดประเภทอื่น ในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสถานบันเทิงเพื่อให้บริการกับลูกค้าเนื่องจากสามารถหาซื้อง่ายและมีราคาไม่แพง

ส่วนผู้ที่นำแก๊สหัวเราะมาจำหน่าย ถือว่ามีความผิด ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ข้อหาผลิตหรือขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่นำมาใช้เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ผลิตหรือผู้ขายจะมีความผิดในข้อหาผลิตหรือขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย

“รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยเดินหน้าปราบปรามและคุมเข้มผลิตภัณฑ์อันตรายทุกชนิดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ไม่จำกัดเพียงบุหรี่ไฟฟ้าหรือยาเสพติด แต่รวมถึงสารที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ปฏิบัติการกวาดล้างตัดตอนลูกโป่งบรรจุแก๊สหัวเราะ ตรวจยึดแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง และมีมาตรการในการเฝ้าระวังการจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์แล้ว สำหรับประชาชนที่พบเห็นการลักลอบจำหน่ายลูกโป่งเเก๊สหัวเราะ หรือพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือเพจเฟซบุ๊ค ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวศศิกานต์ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' การันตีคดีโกงสอบไม่มีเส้นสาย ไร้เพดานสาวถึงใครก็คนนั้น

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นไม่มีสาย ชี้ 'ปปง. - ป.ป.ช. - ตร.' จับมือเร่งดำเนินการอยู่ ลั่นไร้เพดาน หากถึงใครก็คนนั้น

รัฐบาลแจง 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช. แต่จัดสรรผ่านกองทุน

รองโฆษกรัฐบาลแจง 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช.โดยตรง แต่เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดพึ่งพาหนี้นอกระบบ จัดสรรผ่านกองทุนที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั่วประเทศ

สามีคลั่งยาบ้า! บุกแทงเมียเจ็บหนัก หลังหาเงินซื้อเบียร์ไม่ได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ จึงประสานสายตรวจเขตและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ

“วันวิชิต” ชี้รัฐบาลมาถูกทาง คุมปืนคือจังหวะสำคัญเปลี่ยนสังคมไทย ชี้ รัฐบาล กำลัง ลดคุณค่าของปืน ให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย พร้อม ขอคนไทยก้าวข้ามดราม่านายกฯ ปม “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่”

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้ในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักร่วมกันว่า

ชื่นชม ตำรวจ สน.คันนายาว ใช้ AI ทำสำนวนสอบสวน เพจรีวิวชื่อดังเล่าเบื้องหลังได้เงินคืนจากมิจฉาชีพ

เพจเฟซบุ๊ก "ปลั๊กไทย by มหาชะนี" ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเป็นวิทยาทาน ภายหลังจากเหตุการณ์ถูกมิจฉาชีพโกงเงิน 14,500 บาท จากนั้นไปแจ้งความ สน.คันนายาว ทำสำนวนส่งอัยการก่อนจะมีคำสั่งฟ้อง จนกระทั่งศาลตัดสินคดี และได้รับเงินคืนจากมิจฉาชีพในที่สุด โดยมีเนื้อหาดังนี้

รัฐบาลลุยปราบสินค้าหนีภาษีอึ้ง! 10 เดือน 3.2 หมื่นคดี

รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต เผย 10 เดือน ปีงบประมาณ 2569 จับกุมคดีรวม 32,812 คดี ค่าปรับ 901.82 ล้านบาท คดียาสูบกระทำผิดมากสุด 20,160 คดี หรือกว่า 61%