ที่ประชุม กมธ.ตำรวจ สภาฯ เรียก 5 หน่วยงานหารือปัญหาซื้อขายยาเสพติดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พบยอดพุ่งกว่า 8 หมื่นรายในครึ่งปี ด้าน บช.น. แจงผลงานจับกุมทะลุเป้า พร้อมเสนอให้สภาผลักดันกฎหมายอุดช่องโหว่และเร่งทำลายของกลางเร็วขึ้น
9 ตุลาคม 2568 - ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายยาเสพติดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน
หน่วยงานที่เข้าชี้แจงประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)
น.ส.ปวิตรา กล่าวว่า ปัจจุบันมีการซื้อขายยาเสพติดผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่ายเพียง “คลิกเดียวส่งถึงบ้าน” โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้โรงเรียนและชุมชน จากการสำรวจของ ป.ป.ส. พบว่าภายในครึ่งปีที่ผ่านมา มียอดการจำหน่ายยาเสพติดมากกว่า 80,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เธอระบุว่า “เพียงแค่พิมพ์คำว่า อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ หรือ น้ำแข็ง ในแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ก็จะพบโพสต์ขายยาเสพติดและอุปกรณ์เสพจำนวนมาก” พร้อมเสนอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันเร่งอุดช่องโหว่ก่อนสถานการณ์จะบานปลาย
ด้าน พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 ผู้แทนจาก บช.น. ชี้แจงว่า ในรอบปีที่ผ่านมา บช.น. จับกุมคดียาเสพติดได้ 7,328 ราย คิดเป็น 51.2% ของเป้าหมาย ป.ป.ส. ออกหมายจับ 398 ราย (88.41%) และขยายผลถึงผู้สนับสนุน 225 ราย มากกว่าเป้าหมายถึง 197.27%
ส่วนการดำเนินคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องยาเสพติด จับกุมได้ 13 ราย ยึดทรัพย์รวมกว่า 1,193 ล้านบาท และจับผู้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า 223 ราย มูลค่ากว่า 257 ล้านบาท รวมถึงคดีน้ำกระท่อมอีก 11 ราย แม้หลายคดีศาลมีคำสั่งยกฟ้องเพราะยังเป็น “สมุนไพรควบคุม”
บช.น. ระบุว่า มีการแฝงตัวในกลุ่มออนไลน์เพื่อล่อซื้อและตรวจสอบคำค้น เช่น “บุหรี่ไฟฟ้าใกล้ฉัน” พบว่าบางร้านมีอยู่จริงและสามารถจับกุมได้ พร้อมยกตัวอย่างคดีสำคัญ เช่น “หมอฉีดยาไอซ์ให้ลูกค้าถึงเตียง” และแก๊งขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านบัญชีม้า โดยใช้ธุรกิจขายเสื้อวินเทจบังหน้า
นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนา ระบบ AI เพื่อรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน และตรวจจับโพสต์ผิดกฎหมายในโลกออนไลน์
หลังประชุมกว่า 3 ชั่วโมง น.ส.สุณัฐชา เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบปัญหาและแบ่งกรณีออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. การซื้อขายยาเสพติดจริงในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งหน่วยงานยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังพัฒนา AI ตรวจจับคีย์เวิร์ด
2. การหลอกลวงขายยาเสพติดปลอมเพื่อโกงเงินผู้ซื้อ ซึ่งผู้เสียหายมักไม่กล้าแจ้งความเพราะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายทั้งสองฝ่าย
เธอกล่าวต่อว่า หน่วยงานต่าง ๆ ยังพบปัญหาด้านอำนาจการควบคุมแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ “X” และ “Instagram” ที่ยังไม่สามารถปิดกั้นได้เต็มรูปแบบ ขณะที่ “Facebook,” “LINE,” และ “TikTok” เริ่มมีความร่วมมือแล้ว
ส่วนประเด็นการจัดเก็บของกลาง โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า บช.ก. ขอให้ฝ่ายนิติบัญญัติช่วยแก้กฎหมาย เพราะต้องเช่าโกดังเก็บของกลางเดือนละกว่า 200,000 บาท รอจนคดีถึงที่สุดจึงทำลายได้ ทั้งที่ควรให้อำนาจอธิบดีสั่งทำลายได้ทันที เพื่อลดงบประมาณและป้องกันการนำของกลางกลับไปขาย
น.ส.สุณัฐชา กล่าวด้วยว่า กมธ.จะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมด ส่งต่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งผลักดัน “ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย ปิดทางค้าออนไลน์” เพื่อสกัดขบวนการยาเสพติดยุคดิจิทัลให้ได้โดยเร็วที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ปลื้มผลงานเพื่อน 'ปราบสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ' โอ่ช่วยไทยไต่ระดับเชื่อมั่นนานาชาติ
‘อนุทิน’ นำแถลงผลปราบสแกมเมอร์ - ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ เผยพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง
น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง
สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพัก
เด้ง 'ผบช.8' เข้ากรุ! เซ่นปมคลิปประชุมว่อนโซเชียล
ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 ช่วยราชการ ศปก.ตร. พร้อมขาดจากตำแหน่งเดิม ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีข้อมูลเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จนกระทบความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สมุทรสาครโชว์ตรวจฉี่ตำรวจ 102 นาย กู้ภาพลักษณ์องค์กร
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้จัดโครงการ “ตำรวจสีขาว” ของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร

