ทภ. 2 ขยายผลหลังทลายรัง 'สแกมเมอร์กัมพูชา' พื้นที่ช่องจอม พบหลักฐานเพียบ

กองทัพภาคที่ 2 ขยายผลภายหลังควบคุมพื้นที่อาคารสแกมเมอร์โดยทำการตรวจค้นภายในอาคารที่ถูกทำเป็นที่ตั้งศูนย์กลางสแกมเมอร์ในพื้นที่ช่องจอม พบหลักฐานเพียบ

3 มกราคม 2569 - กองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินหน้าปฏิบัติการขยายผลภายหลังการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ เข้าตรวจค้นอาคารที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นโรงแรมและบ่อนคาสิโน ใช้เป็นศูนย์กลางดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในอาคารประกอบด้วยตึกจำนวน 3 หลัง มีรูปแบบเหมือนกันทั้งหมด โดยชั้นที่ 1–5 ใช้เป็นที่พักของผู้ที่ทำงานในเครือข่ายสแกมเมอร์ ส่วนชั้นที่ 6 เป็นพื้นที่ทำงานส่วนรวม แบ่งย่อยเป็นห้องลักษณะคล้ายห้องเก็บเสียง และบางส่วนใช้เป็นที่พักของกลุ่มหัวหน้าควบคุมงาน

โดยภายในแต่ละตึกมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบตามประเทศเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง ประมาณ 4–5 ประเทศต่อตึก โดยภายในห้องทำงานแต่ละโซนจะจัดสภาพแวดล้อมให้เสมือนประเทศนั้นจริง ทั้งโต๊ะทำงาน ตราสัญลักษณ์ รูปภาพ ธงชาติ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเอกสารคู่มือการทำงานจำนวนมาก ซึ่งประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติงาน สคริปต์การพูด เทคนิคดึงดูดความสนใจ แบบทดสอบความรู้ของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลของเหยื่อที่ถูกหลอกลวง โดยเอกสารดังกล่าวกระจายอยู่ทุกโต๊ะทำงานภายในอาคาร

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือกว่า 30 เครื่อง แท็บเล็ต ซิมการ์ดจำนวนมาก สมุดบันทึก แฟ้มเอกสารทางการเงิน บัตรประจำตัว บัตรเครดิต เครื่องสแกนบัตร NFC แบงก์ปลอม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายในมิติอื่นต่อไป

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนโครงสร้างและกระบวนการทำงานของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและบ่อนทำลายความมั่นคงของหลายประเทศ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน

ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน

พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า

'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย

พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ

ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า

ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”