ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว

ผอ.JIC เผย นายกฯ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ไม่ใช่มาปักหลักเขต ชี้ ใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว ลั่น “กัมพูชากล่าวซ้ำๆ กี่ครั้ง” ก็ไม่ทำให้ข้ออ้างเป็นข้อยุติ

26 สิงหาคม 2569 - พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า ใครเป็นผู้ให้อำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตัดสินเรื่องเขตแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่าการกล่าวอ้างซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างนั้นกลายเป็นข้อยุติเรื่องเขตแดนโดยอัตโนมัติ ว่า การที่กัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” เป็นข้อกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา แต่ไม่ว่าจะแถลงหรือกล่าวซ้ำกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถทำให้ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวกลายเป็นข้อยุติเรื่องเขตแดนได้โดยอัตโนมัติ

สำหรับการเดินทางของนายกรัฐมนตรีไทย เป็นการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง ไม่ใช่การปักหลักเขต ไม่ใช่การลากเส้นเขตแดน และไม่ได้ทำให้เส้นเขตแดนเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด

“การเยี่ยมกำลังพลไม่ใช่การปักปันเขตแดน และคำว่า ‘unauthorised’ ที่ฝ่ายหนึ่งเขียนขึ้นเอง ก็ไม่ใช่คำตัดสินเรื่องอธิปไตย” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

กรณีกัมพูชายืนยันว่ามีแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 รองรับ และอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกกำหนดและปักปันไว้แล้วนั้น ผอ.JIC กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ปฏิเสธหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือเอกสารใดโดยไม่มีเหตุผล แต่ไม่ยอมรับการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหยิบหลักฐานเพียงบางส่วนขึ้นมาแล้วประกาศผลเรื่องเขตแดนแทนกระบวนการที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน

“หากมีความเห็นต่าง เรามี JBC มีผู้เชี่ยวชาญ มีเอกสาร มีหลักฐาน และมีกระบวนการสำรวจและปักปันที่ต้องดำเนินการร่วมกัน” ผอ.JIC กล่าว

ส่วนกรณีกัมพูชาอ้างข้อ 1 ของถ้อยแถลงร่วม GBC วันที่ 27 ธันวาคม 2568 และกล่าวหาว่าการเดินทางของนายกรัฐมนตรีไทยเป็นการยั่วยุที่อาจเพิ่มความตึงเครียด รวมถึงตั้งคำถามว่าไทยกำลังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่นั้น พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยยึดถือถ้อยแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และต้องการให้ทุกฝ่ายอ่านและปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน ไม่ใช่เลือกเฉพาะข้อความที่สนับสนุนข้อกล่าวหาของตน

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงกำลัง ณ ที่ตั้งปัจจุบัน แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “การยั่วยุ” กับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรวมถึงการตรวจเยี่ยมกำลังพล การรับฟังสถานการณ์ และการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เท่ากับการเปิดฉากใช้กำลัง ไม่ได้เท่ากับการเปลี่ยนแปลงเขตแดน และไม่ได้หมายความว่าไทยต้องสละสิทธิในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่

“หากเราจะอ้างถ้อยแถลงร่วม ก็ควรใช้ถ้อยแถลงร่วมนั้นเพื่อลดความตึงเครียด ไม่ใช่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างข้อกล่าวหาใหม่ ไทยพร้อมรักษาข้อตกลง และเราก็คาดหวังให้กัมพูชาปฏิบัติเช่นเดียวกัน” ผอ.JIC กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชากล่าวหาว่าไทยยึดครองพื้นที่อย่างผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า คำว่า “ยึดครอง” เป็นคำที่มีน้ำหนักมาก และไม่ควรนำมาใช้เพียงเพื่อสร้างภาพทางการเมืองหรือสงครามข้อมูล

“หากฝ่ายหนึ่งสามารถประกาศเองว่านี่คือดินแดนของฉัน แล้วเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ผู้ยึดครอง’ ได้ทันที กลไกการเจรจาทวิภาคีอย่าง JBC รวมถึงกระบวนการสำรวจร่วมที่เราตกลงกันไว้ ก็คงไม่อาจทำหน้าที่แก้ไขความเห็นต่างได้อย่างที่ควรจะเป็น”

ผอ.JIC ย้ำว่า เรื่องเขตแดนต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎหมาย และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ด้วยจำนวนครั้งที่คำกล่าวหาถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ พร้อมระบุว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ขณะเดียวกัน ไทยจะไม่ยอมให้การกล่าวอ้างฝ่ายเดียวกลายเป็นเหตุผลบังคับให้ไทยละทิ้งหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประเทศ

“หากมีความเห็นต่างเรื่องพื้นที่ ควรนำเข้าสู่ JBC นั่นคือทางออกที่รับผิดชอบที่สุด อย่าใช้สื่อแทนโต๊ะเจรจา อย่าใช้แถลงการณ์แทนหลักเขตแดน และอย่าใช้คำว่า ‘รุกราน’ เพื่อสร้างข้อสรุปก่อนที่กระบวนการเรื่องเขตแดนจะได้ทำงาน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า ประเทศไทยไม่ต้องการดินแดนของใคร แต่ประเทศไทยก็จะไม่ยอมให้ใครเปลี่ยนข้อกล่าวอ้างฝ่ายเดียวให้กลายเป็นข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมพูดคุย พร้อมพิสูจน์ด้วยหลักฐาน และพร้อมรักษาสันติภาพ แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเคารพซึ่งกันและกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”

'ผอ.JIC' สวน 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนปมบ้านหนองจาน ย้ำเขมรต้องกลับพื้นที่ของตนเอง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณี นาย Tom Andrews เรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยอนุญาตให้ชาวกัมพูชากลับบ้านในพื้นที่หนองจาน ว่า ขอให้กลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมทั้งฉบับ ไม่ควรหยิบข้อความเพียงบางส่วนมาตีความโดยตัดบริบทออก

รัฐบาลอนุมัติงบ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลอนุมัติงบ 433.5 ล้านบาท ให้ มท. เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างบังเกอร์ -หอกระจายข่าว เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัย

ตชด. แจงปมค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา ทำเรื่องของบแล้วยังอยู่ระหว่างพิจารณา

บช.ตชด. ชี้แจงค้างเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา หลังโฆษกพรรค ปชป.เผชิญปัญหาเบี้ยเลี้ยงไม้ออก เผยจัดสรรงบให้แล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 อยู่ระหว่างเบิกจ่ายให้กำลังพล ส่วนห้วงเดือน พ.ค.-ก.ค.69อยู่ระหว่างสำนักงบประมาณพิจารณา

สถานทูตจีน โพสต์ย้ำส่งอาวุธให้กัมพูชาเป็นความร่วมมือปกติ ไม่เกี่ยวขัดแย้งชายแดน หวังสองประเทศเจรจาสันติ

เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถาม: เกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ผอ. JIC ลั่นไม่กลัวอาวุธจีน กัมพูชาจะใช้หรือไม่ใช้ หากขึ้นลำกล้อง ไม่ปล่อยให้ยิง เราต้องจัดการก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแบะกำลังใจเจ้าหน้าที่