
'วิรุตม์' ตอกย้ำตำรวจทำงานไร้มาตรฐาน ทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ ยันการไม่ดำเนินคดี 'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' นำทองคำไปให้กรรมการปปช. กำลังถูกกันเป็นพยาน ทำไม่ได้ เหตุตามป.วิ อาญา ไม่ได้บัญญัติไว้ แม้กฎหมายปปช.ให้ทำได้ ก็ขัดหลักความยุติธรรม ทำให้ 'คนร้าย' กลายเป็นผู้บริสุทธิ์
9 ม.ค.2569 - พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่า กรณีตำรวจดำเนินคดีกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตนรองผบ.ตร. ด้วยข้อหาต่างๆ มากมาย แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ด้วยสาเหตุต้องการกีดกันมิให้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผบ.ตร.นั้น สะท้อนปัจจุบันว่าองค์กรตำรวจมีปัญหาความน่าเชื่อถือจากประชาชนอย่างร้ายแรงยิ่ง แม้แต่การดำเนินคดีตามกฎหมายก็กลายเป็นเรื่องถูกตั้งข้อสงสัยว่ากลั่นแกล้งแต่งพยานหลักฐานกัน
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าววว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากความไร้มาตรฐานในการปฏิบัติของตำรวจทุกระดับ มีคดีอาญาที่ตำรวจผู้ใหญ่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมากมาย แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยด้วยความรวดเร็วเช่น กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยเฉพาะมาตรการทางปกครองในการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างรอฟังผลคดี เช่น คดีเป้รักผู้การ 140 ล้าน หรือ คดีผู้การนครศรีธรรมราช 'ทวงส่วย' และอีกมากมาย หลักฐานการกระทำผิดปรากฎชัด แต่ก็ไม่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือแม้แต่พักราชการมิให้มีตำแหน่งหน้าที่ไม่เป็นที่เชื่อถือไว้ใจของประชาชน
"การทำงานที่ไร้มาตรฐานเช่นนี้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อถือ ฉะนั้นกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผู้คนจึงคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งอันเนื่องมาจากการแย่งตำแหน่ง ผบ.ตร.กัน หรือกรณีการไม่ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 ในการนำทองคำไปให้กรรมการ ปปช. ก็ถูกตำรวจผู้รับผิดชอบการสอบสวนอธิบายว่า 'น่าจะขาดเจตนาแต่ต้น' เพราะแค่ทำหน้าที่เป็นคนนำทรัพย์สินไปส่งให้ตามที่ถูกสั่งเท่านั้น และกำลังจะถูกกันเป็นพยานไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายซึ่งข้อเท็จจริงตำรวจไม่สามารถทำได้ เพราะ ป.วิ อาญา ไม่ได้บัญญัติไว้"
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า หรือแม้แต่กฎหมาย ปปช.ที่อนุญาตให้ทำได้ แต่ก็ไม่สอดคล้องกับหลักความรับผิดทางอาญาและความยุติธรรมที่ผู้กระทำผิดทุกคนต้องรับโทษตามกฎหมาย ส่วนใครจะรับสารภาพให้การเป็นประโยชน์ ศาลก็มีอำนาจลดโทษเป็นแรงจูงใจให้อยู่แล้ว
"นอกจากนั้น การกันผู้กระทำผิดเป็นพยาน ก็ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบได้ง่าย ทำให้ผู้กระทำผิดที่ตำรวจเรียกกันว่า 'คนร้าย' กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ไป ไม่ถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัย ซ้ำไม่มีแม้แต่ประวัติอาชญากรรม เช่น กรณีเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส การกระทำมีคลิปเสียงเป็นหลักฐานชัด แต่ ปปช.กลับกัน ผบช.พฐ. ผู้ร่วมดำเนินการอยู่ในห้องนั้นเป็นพยานโดยค้านต่อสายตาประชาชนอย่างยิ่ง" พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วิรุตม์' ยก พรบ.สถานบริการ ชี้ ไฟไหม้ 'ผับเถื่อน' คนตายเกลื่อน เพราะตำรวจละเว้นหน้าที่
'วิรุตม์' ชี้ไฟไหม้ 'โรงเบียร์ ณลาดพร้าว' เกิดจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจที่ขออนุญาตเพียงการขายอาหาร ยกพ.ร.บ.สถานบริการ ในเขตกรุงเทพฯ ผบช.น.เป็น 'พนักงานเจ้าหน้าที่' ทำหน้าที่ตรวจตรามิให้มีผู้ใดฝ่าฝืนเปิด 'สถานบริการเถื่อน' หากพบการทำผิดต้องจับกุมดำเนินคดี
'วิรุตม์' ชี้ผู้ว่าฯกทม.ไม่ว่าใครก็ทำให้เป็นระเบียบปลอดภัยไม่ได้ ชงตร.นครบาลต้องขึ้นกับผู้ว่าฯ
'วิรุตม์' ฟันธง ผู้ว่าฯกทม.ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกตั้งเข้ามา ก็ทำให้เกิดความเป็นระเบียบและสงบปลอดภัยไม่ได้ เสนอตราพรฎ.โอนตำรวจนครบาล สังกัดกทม. ให้ ผู้ว่าฯ คุมตำรวจ 88 สน.ทำหน้าที่ตามกฎหมายได้
อวสาน 'การฟ้องปิดปาก' 'วิรุตม์' ชื่นชมปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำให้ศาลยกฟ้องได้แต่ชั้น 'ตรวจฟ้อง'
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประธานศาลฎีกาได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการฟ้องคดีที่ไม่สุจริต
'วิรุตม์' ยกหลักกฎหมาย ไขปม รถเมล์-รถไฟ ใครผิด การจราจรกทม.วิปริต ไร้คนรับผิดชอบ
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารที่หยุดคร่อมรางบริเวณทางตัดใกล้แยกอโศก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คนและบาดเจ็บอีก 30 ชีวิต
'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' ยื่นสอบมรรยาททนาย 'บิ๊กโจ๊ก' ชี้เสียงในคลิปสร้างพยานเท็จคดีสินบนทอง
พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยื่นสภาทนายตรวจสอบมรรยาททนายความบิ๊กโจ๊ก ชี้เสียงในคลิปเป็นการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เผยวันนี้ได้เจอเจ้าตัวช่วงขึ้นศาล ยันความเป็นพี่เป็นน้องยังอยู่ แต่เรื่องคดีความก็ต้องว่ากันไป
ไม่มีละเว้น! ผู้การฯชลบุรี เซ็นให้ออกจากราชการ 'ร.ต.ต.' สายสืบเมืองพัทยา เมากร่างยิงคนเสียชีวิต
โฆษกบช.ภ.2 ลั่น ร.ต.ต.สายสืบเมือพัทยา เมากร่างยิงคนเสียชีวิต จะดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด

