'วิรุตม์' ยกหลักกฎหมาย ไขปม รถเมล์-รถไฟ ใครผิด การจราจรกทม.วิปริต ไร้คนรับผิดชอบ

20 พ.ค.2569 - พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารที่หยุดคร่อมรางบริเวณทางตัดใกล้แยกอโศก
ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คนและบาดเจ็บอีก 30 ชีวิต ว่า ปัญหาที่ผู้คนสงสัยกันมากก็คือ ระหว่างคนขับรถโดยสารกับคนขับรถไฟใครเป็นผู้กระทำความผิดอาญาข้อหาประมาททำให้มีผู้ถึง
แก่ความตายกันแน่ เพราะแม้แต่คนให้สัญญาณธงแดงก็ถูกตำรวจจับตัวดำเนินคดีข้อหาประมาทอย่างแปลกประหลาดไปด้วยเช่นกัน

พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ทั้งคนขับรถไฟและคนให้สัญญาณกระทำประมาทซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสี่หมายถึง "การกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคล ในภาวะเช่นนั้นต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่"

"เขาทั้งสองได้กระทำหรือไม่กระทำอะไรตามระเบียบของการรถไฟที่สามารถทำได้ตามวิสัย แต่ไม่ทำจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังสงสัยไม่เข้าใจ เพราะตำรวจไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง"

พ.ต.อ.วิรุตม์ กลาวอีกว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 63 บัญญัติว่า "ในทางเดินรถตอนใดที่มีรถไฟผ่านไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณให้ระวังรถไฟและสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็วรถและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่าห้าเมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงขับรถผ่านไปได้"

"ฉะนั้น การที่คนขับรถโดยสารไปหยุดรถคร่อมรางรถไฟเพราะขับต่อไปไม่ได้เนื่องจากรถติดตรงจุดนั้นอย่างวิปริตนานกว่าสี่นาที รถทุกคันขับไปได้ทีละนิด ทำให้พนักงานไม่สามารถ เอาเครื่องกั้นลงได้ แม้จะน่าเห็นใจกันทุกฝ่ายแต่ก็ถือว่าคนขับรถโดยสารทำผิดกฎหมายเป็นฝ่ายประมาทแน่นอนเพราะถ้าได้หยุดรถก่อนตามกฎหมายในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงค่อยขับต่อไป คือเห็นทางข้างหน้าว่างลื่นไหลสามารถขับไปจนพ้นรางได้ อุบัติเหตุเช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น"

ส่วนข้อเท็จจริงการหยุดรถก่อนถึงทางรถไฟในระยะ 5 เมตร ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครบริเวณแยกอโศกนั้น คนขับรถแต่ละคนทำกันได้หรือไม่ เป็นอีกปัญหาหนึ่ง

พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า สำหรับคนขับรถไฟนั้นตามปกติไม่มีหน้าที่หยุดรถให้ใคร เพราะธรรมชาติของรถไฟมีน้ำหนักมหาศาลจึงเป็นการยากที่จะหยุดได้ง่ายๆ ขึ้นอยู่กับความเร็วและระยะทางที่เหลือตามระเบียบที่การรถไฟกำหนดไว้

อย่างไรก็ดีกรณีนี้คนขับรถไฟก็ได้พยายามหยุดอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่ทันก่อนถึงจุดที่รถเมล์คร่อมทางอยู่ได้ปัญหาจึงอยู่ที่ข้อเท็จจริงและหลักฐานว่าได้พยายามหยุดในระยะเท่าใด เริ่มเห็นสัญญาณธงแดงเมื่อใด เป็นไปตามระเบียบหรือไม่ รวมทั้งปัจจัยเรื่องรถไฟโดยสารกับรถไฟบรรทุกสินค้า ก็น่าจะมีระยะทางเบรคแตกต่างกันตามน้ำหนัก

ส่วนประเด็นเรื่องการมีสารเสพติดในร่างกาย ถ้าหากจริงก็เป็นความผิดตามกฎหมายยาเสพติด ถือเป็น 'ผู้ป่วย' ข้อหานี้แต่ไม่ทำให้มีความผิดฐานประมาทแต่อย่างใด เพราะเป็นคนละเรื่องกัน รวมไปถึงการให้ข่าวมั่วเรื่องคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต แต่แท้จริงเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านจาก 'การรถไฟ' ไปเป็น 'กรมราง' ซึ่งจะต้องออกใบอนุญาตให้ใหม่ แต่ยังทำกันไม่เรียบร้อยเท่านั้น รวมไปถึงปัญหาการไม่แต่งเครื่องแบบพนักงานการรถไฟซึ่งไม่เกี่ยวกัน

"แต่อีกปัญหาหนึ่งซึ่งผู้คนไม่ได้พูดถึงก็คือ การจราจรที่ติดขัดอย่างสาหัสใน กทม. ปัจจุบันไม่มีใครรู้ว่าเป็นความรับผิดชอบของใครกันแน่ระหว่างผู้ว่า กทม. กับ ผบช.น. เพราะประชาชนไม่เคยเห็นใครออกมาพูดจาถึงปัญหานี้หรือชี้ช่องทางแก้ไขให้ประชาชนได้ยินกันแต่อย่างใด" พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' บี้มหาดไทยสอบ กทม. ยกเลิกบึงคู้บอน ส่อเอื้อทุนใหญ่ ระบายน้ำล้มเหลว

'อภิสิทธิ์' ไล่บี้กลางสภาฯ แฉปมยกเลิก 'แก้มลิงบึงคู้บอน' ซัด ปัญหาน้ำท่วมกรุง เครื่องสูบพัง-อุโมงค์ยักษ์ทำงานไม่เต็มร้อย 'วรศิษฎ์' รับการประสานงานไร้ประสิทธิภาพ ยัน 'อนุทิน' สั่งลุยตรวจสอบ กทม.

ดร.อานนท์ ตั้งโพลเดือด! ควรปลดใครมากกว่ากัน นายอำเภอบ้านสร้าง-ผู้ว่าฯ กทม.

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระหว่างนายอำเภอบ้านสร้าง (1) กับ ผู้ว่า กทม. (2) ควรปลดใครมากกว่ากัน โหวตสิครับ

เปิดบันทึก 'รอยดินสอบนแผนที่ของในหลวง ร. 9' นำมาสู่การศึกษาโครงการ 6 บึงรับน้ำของกทม.

'ณัฏฐ์ มงคลนาวิน' เปิดบันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ 'รอยดินสอบนแผนที่ของในหลวง รัชกาลที่ 9' นำมาสู่การศึกษาโครงการ 6 บึงรับน้ำของกทม. ชี้การถอดโครงการออกโดยไม่มีพื้นที่รองรับ เป็นการสูญเสียแนวกันชนน้ำหลากทางยุทธศาสตร์ที่สืบทอดมาจากแนวพระราชดำริ ปลุกปชช.นำพื้นที่แก้มลิงกลับคืนสู่ผังเมืองรวมก่อนรับฟังความเห็นร่างผังเมือง 9 พ.ย.

'ชัชชาติ' แจงยิบปรับแผนแก้มลิง 'บึงรับน้ำคู้บอน' เซฟงบเวนคืน 1.1 หมื่นล้าน ยันไม่ได้ยกเลิกโครงการพระราชดำริ

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันไม่ได้ยกเลิกโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ แต่เน้นปรับวิธีบริหารจัดการน้ำให้เหมาะกับพื้นที่ เผยโครงการบึงคู้บอนหากเวนคืนตามแบบเดิมต้องใช้เงินสูงถึง 1.1 หมื่นล้าน จึงเลือกขุดลอกคลอง-ทำอุโมงค์ระบายน้ำแทน พร้อมแจงยิบไร้การเอื้อประโยชน์เอกชน ส่วนกระแสกดดันให้ปลดออกจากตำแหน่ง ลั่นเคารพทุกความเห็น แล้วแต่นายกฯ พิจารณา

คลี่คลาย! ถนนสายหลัก 'บางกะปิ-ลาดพร้าว' น้ำลด กทม. เบนเข็มลุยฟื้นฟูฝั่งตะวันออก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณ เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ โดยสำนักงานเขตบางกะปิรายงานสถานการณ์และการดำเนินงานในพื้นที่ เคหะคลองจั่นสถานการณ์คลี่คลาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง

'อดีตผู้สมัครสส.กทม.ภท.' สงสัย อุโมงค์ยักษ์กลางบึงมักกะสัน ไม่ทำงาน ถามกทม.ไม่มีคำตอบ

'ถนอม อ่อนเกตุพล' อดีตผู้สมัครสส.กทม.ภูมิใจไทย สงสัย อุโมงค์ยักษ์กลางบึงมักกะสัน สูบน้ำไปออกเจ้าพระยาที่ช่องนนทรี ทำงานหรือไม่ ทำไมผู้ว่าฯ กทม.ไม่พานักข่าวไปดู ถามไป 3 วันแล้ว กทม.ไม่มีคำตอบ จึงสรุปว่าไม่ทำงานจากเหตุ สิ่งอุดตัน ระบบชำรุด น้ำมีปริมาณมากเกิน