สองหนุ่มเมียนมาซิ่งบิ๊กไบค์เจอเก๋งกลับรถตัดหน้าศีรษะฟาดกับเสาประตูรถดับ

27 กุมภาพันธ์ 2565 – เมื่อเวลา 00.30 น. ร.ต.อ.ปัญญาพล บุญศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่บริเวณถนนพุทธรักษาขาออกมุ่งหน้าคลองเก้า หน้าบริษัท พัฒนวรรณโมลด์ จำกัด หมู่ 6 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ยี่ห้อ คาวาซากิ นินจา 300 สีเขียว ทะเบียน 4 กฒ 2311 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ข้างถนนในสภาพด้านหน้าพังยับเยินแม็คล้อหน้าแตกกระจาย ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บเป็นชายชื่อนายวิน เป หน่อง อายุ 30 ปี สัญชาติพม่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลที่ใบหน้าและศีรษะรวมทั้งลำตัวเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ทำการปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตอยู่นานกว่า 30 นาที แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างกันประมาณ 10 เมตร พบผู้บาดเจ็บอีก 1 รายชื่อนายไหว เพียว อายุ 24 ปี สัญชาติพม่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสศีรษะแตกและมีบาดแผลหลายแห่งตามร่างกาย เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ห่างไปอีกประมาณ 15 เมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า บริโอ้ สีขาว ทะเบียน 1 กถ 2998 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพตั้งแต่ประตูหลังข้างซ้ายไปจนถึงประตูหน้ามีร่องรอยการเฉี่ยวชนจนประตูพังยับเยินทั้งสองบานและมีคราบเลือดติดอยู่ที่บริเวณเสาประตู

จากการสอบถามนายเอกวัช เติบสูงเนิน อายุ 37 ปี คนขับรถเก๋ง ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังขับรถจะกลับบ้านพักและกำลังเลี้ยวกลับรถในช่องยูเทิร์น ขณะที่กลับรถมาถึงเลนกลางรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวซึ่งขี่มาทางด้านทางตรงในเลนซ้ายด้วยความเร็วได้พุ่งเข้ามาชนเข้าที่ประตูหลังข้างซ้ายรถตนอย่างแรงจนเสียหลักไปชนกับขอบฟุตบาทด้านหน้าก่อนที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวรวมทั้งคนขี่และคนซ้อนจะลอยไปชนกับกิ่งของต้นไม้ที่ปลูกอยู่ริมฟุตบาทจนหักและตกลงมาทั้งรถทั้งคน ด้วยความตกใจตนจึงรีบประคองรถเข้าจอดข้างทางก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้านนาย ธีรภัทร บุญเสริม อายุ 24 ปี ที่ขี่รถจักรยายนต์เลี้ยวตามหลังรถเก๋งคันดังกล่าวมาและเห็นเหตุการณ์ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์เลี้ยวกลับรถตามหลังรถเก๋งคันดังกล่าวมา ได้เห็นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเลี้ยวกลับรถแต่ตีวงกว้างมากจนเกือบข้ามไปเลนซ้าย ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ขี่มาทางด้านทางตรงด้วยความเร็วทางด้านกลางเลนซ้ายระหว่างที่รถเก๋งเลี้ยวกลับรถมาก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถจักรยานยนต์ขี่มาถึงพอดีจึงพุ่งชนตั้งแต่ประตูหลังข้างซ้ายของรถเก๋งอย่างแรงรูดยาวไปจนถึงประตูหน้าและศีรษะของผู้ตายได้ฟาดเข้ากับเสาประตูรถเก๋งอย่างแรงก่อนที่รถจักรยานยนต์จะเสียหลักพุ่งชนขอบฟุตบาทลอยขึ้นไปกลางอากาศไปชนกิ่งไม้ข้างทางจนหักก่อนที่ร่างของผู้ตายและผู้บาดเจ็บจะตกลงมากระแทกพื้นถนนทั้งรถทั้งคน จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนขับรถเก๋งไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บางปู และจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อเป็นแนวทางในการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.