ศาลพิพากษาประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต

ศาลอาญาพิพากษา ประหารชีวิต "แอม ไซยาไนด์" วางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ก่อนจะลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต ชี้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

30 เมษายน 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 526/2568 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา9 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ วางยาฆ่า ร.ต.อ.หญิงกานดา โตไร่ หรือ ผู้กองนุ้ย อดีตสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีโดยอ้างสถานที่อยู่

โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางสรารัตน์มาโดยเจ้าตัวสวมแว่นตาสีดำ ท่าทางปกติ เข้ามาเพื่อฟังคำพิพากษาของศาล

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยและผู้ตายรู้จักกันมาก่อน โดยผู้ตายเป็นข้าราชการตำรวจ ในวันที่เกิดเหตุ คือ วันที่ 9 ส.ค.65 ผู้ตาย และจำเลย ไปดูดวงที่อาศรมร่างทรงแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดสมุทรสาคร พยานที่เป็นร่างทรงให้การว่าจำเลยเคยเดินมาดูดวงกับพยานหลายครั้ง วันดังกล่าวระหว่างที่จำเลย และผู้ตายมาที่อาศรม ผู้ตายต้อวมาดูดวงเรื่องงาน และความรัก แต่จำเลยที่มาด้วยมีพฤติกรรมเดินไปเดินมา ก่อนจะได้เข้ามาพูดแทรกระหว่างที่ผู้ตายกำลังดูดวง เพื่อขอให้รีบกลับ ทำให้พยานสามารถจดจำผู้ตายและจำเลยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมาดูดวงหลายครั้ง ต่อมาพยานเห็นจำเลยขึ้นของรถยนต์ผู้ตาย เพื่อเดินทางกลับโดยผู้ตายเป็นคนขับ ออกจากอาศรมในเวลา 19.00 น.

พยานอีกรายซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายได้ให้การว่าผู้ตายได้ส่งข้อความมาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ บอกว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน ที่จ.นครปฐม ซึ่งระหว่างนั้นอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงได้มีการกำชับผู้ตายห้ามดื่มสุรา ต่อมาเวลา 22.00 น. ผู้ตายและเพื่อนผู้ตายได้วีดีโอคอลหากัน และผู้ตายได้โชว์รูปภาพแก้วใส่น้ำเปล่า เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ และแสดงภาพให้เห็นบรรยากาศโดยรอบที่ผู้ตายอยู่ โดยพยานเพื่อนของผู้ตายให้การได้ยินเสียงผู้หญิง ระหว่างวิดิโอคอลเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมีลักษณะ อ้วน ขาว ตัวเล็ก นั่งอยู่ตรงข้ามผู้ตาย แต่พยานไม่ทันสังเกตว่าหญิงคนดังกล่าวใส่เสื้อผ้าสีใด ไม่ทราบว่าเป็นใคร

จากนั้น เวลา 22.00 เศษ พยานเพื่อนผู้ตายได้รับข้อความจากไลน์มีปรากฎหลักฐานชัดเจน โดยผู้ตายส่งข้อความมาเวลา 22.23น.ว่ากำลังเดินทางกลับ และผู้ตายยืนยันว่าไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์

ผู้ตายได้ขับรถยนต์ส่วนตัวเพื่อกลับจังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาในเวลา 23.00 น. พบว่าผู้ตายได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง พยานที่เป็นกู้ภัยในวันเกิดเหตุให้การว่า พบรถยนต์ของผู้ตาย ประสบอุบัติเหตุ และผู้ตายหมดสติอยู่ที่เบาะคนขับ เครื่องยนต์ยังติดอยู่ จากนั้นร.ต.อ.หญิงกานดาเสียชีวิตแล้ว จากนั้นพยานที่เป็นแพทย์ชันสูตรพลิกศพ ให้การว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจล้มเหลวแต่ในขณะนั้นไม่ได้ตรวจหาสารไซยาไนด์ เนื่องจากจะต้องเป็นการตรวจแบบเฉพาะเจาะจง

ทั้งนี้จากการชันสูตรศพผู้ตาย พบจุดจ้ำเลือดบริเวณปอดของผู้ตายเป็นสีดำประมาณ 10 ตำแหน่ง มีภาวะหมดสติเฉียบพลัน ผิวหนังผู้ตายเป็นสีชมพู ตรงกับคำให้การของผู้เชี่ยวชาญทางด้านเคมี ให้ความเห็นว่า ลักษณะดังกล่าวเกิดจากการได้รับสารพิษไซยาไนด์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัวและเป็นคนที่มีร่างกายสุขภาพแข็งแรง การที่จะเสียชีวิตโดยระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจล้มเหลว เป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ตำรวจได้มีการสืบทราบว่าจำเลย เคยสั่งซื้อสารพิษไซยาไนด์จากไรเดอร์ให้มาส่งกับจำเลย โดยจำเลยอ้างกับทางร้านว่าจะนำไปใช้ในงานวิจัย แต่ในชั้นพนักงานสอบสวนจำเลยอ้างว่าสั่งมาให้ผู้อื่น เพื่อไปใช้ในการขัดสีรถ ข้อต่อสู้นี้จึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ จึงเป็นเหตุเชื่อว่าจำเลยอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย และมีโอกาสใส่สารไซยาไนด์ลงไปในเครื่องดื่มหรืออาหารของผู้ตาย

และในส่วนที่จำเลยอ้างว่า วันที่เกิดเหตุไม่ได้พบผู้ตาย แต่จำดลยไปรับบุตรทั้งสองคนที่โรงเรียนตั้ง18.00 น. และกลับมาพักอาศัยอยู่ในบ้านกับบุตรที่บ้านใน จ.นครปฐม โดยมีพ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีเก่าเป็นพยาน เห็นว่า อดีตสามีของจำเลยถึงแม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ก็มีบุตรด้วยกัน เชื่อว่าที่ให้การดังกล่าวเพื่อต้องการช่วยจำเลย ดังนั้นจึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์

รวมถึงฝั่งโจทก์ได้มีการฟ้องจำเลยในพฤติการณ์การใช้สารไซยาไนด์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ถึง 15 คดี โดยจะกระทำต่อผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทางการเงินกับจำเลย วิธีการและรูปแบบดังกล่าวเป็นการกระทำลักษณะเฉพาะของจำเลย ทำให้พยานหลักฐานน้ำหนักฝั่งโจทก์น่าเชื่อถือมากขึ้น

พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากพฤติการณ์ของจำเลยได้ตระเตรียมการและไตร่ตรองเอาไว้ก่อน ส่วนความผิดเพื่อหลีกเลี่ยงพ้นอาญาในความผิดอื่น หรือ ฐานฉ้อโกง ในทางนำสืบของโจทก์เพียงแค่ระบุว่าเล่นแชร์ด้วยกันเท่านั้นไม่มีเหตุผลรับฟังได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดดังกล่าว

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตัดสินโทษให้ประหารชีวิต แต่ในการนำสืบของจำเลยมีประโยชน์บ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุกตลอดชีวิต

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องพิพากษาว่า นางสรารัตน์ ได้ใส่แว่นตาและใส่หน้ากากอนามัยสีชมพู มีสีหน้าเรียบเฉยตลอดการฟังคำพิพากษา ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 30 นาที

ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นฯมาแล้วรวม 4 คดี จาก 15 คดี เหลือ 11 คดี

คดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่าก้อย หรือ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์

คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่าสารวัตรปู หรือ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่าน.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่.นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์หรือประสงค์ต่อทรัพย์

โดยดดีที่ 4 วันนี้ของร.ต.อ.หญิง กานดา โตไร่ หรือผู้กองนุ้ย ศาลพิพากษา “ประหารชีวิต” ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 เหลือ “จำคุกตลอดชีวิต”เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

กระทุ้ง 'อนุทิน' ต้องปราบโกงจริงถึงขั้นประหารชีวิต รับรองคอร์รัปหมดแน่

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.)

แอมเนสตี้เผยยอดประหารชีวิตพุ่งสูงสุดรอบ 44 ปี

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยสถิติการประหารชีวิตทั่วโลกปี 2568 เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อปี 2524 พบมีการประหารอย่างน้อย 2,707 คน ใน 17 ประเทศ ขณะเดียวกัน 145 ประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้วทั้งทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ

ศาลพิพากษายกฟ้อง 'แอม ไซยาไนด์' คดีที่ 3 วางยาฆ่าชิงทรัพย์ 'นิตยา'

ศาลอาญายกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” คดี 3 ถูกกล่าวหา วางยาฆ่า “วิศวกรสาว” นครปฐม ปี 63 ชี้โจทก์นำสืบไม่ได้ว่า จำเลยครอบครองใช้สารพิษอย่างไร ทนายพัช เตรียมใช้คำพิพากษานี้ เป็นแนวทางสู้คดีอื่น

ประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ฆ่าสารวัตรปู ก่อนลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่สอง 'แอม ไซยาไนด์' ศาลพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต วางยาฆ่า 'สารวัตปู' ชี้เจตนาฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน ครอบครัวเหยื่อขอบคุณศาล แม้อยากให้ลงโทษประหารเหมือนคดีแรก