ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

5 มิ.ย. 2569 – นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

โทษประหารชีวิตคดีทุจริตไม่มีอยู่จริง

เท่าที่ตรวจสอบว่า มีคดีที่นักโทษประหารชีวิตมีอยู่มากพอควร แต่เป็นคดีความมั่นคงและคดีอุกฉกรรจ์อื่น ล่าสุดมีการไปเพียง 1 ราย เมื่อ 2561 ข่าวว่าเพราะจะครบเงื่อนไขสากล ว่า 10 ปี ที่ไทยไม่มีการประหารชีวิต อาจเข้าหลักเกณฑ์ยอมรับการไม่มีการประหารชีวิตในประเทศนี้โดยปริยาย จึงต้องมีการประหารชีวิต 1 ราย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะจำยอม แต่ก็เป็นเพียงคดีอุกฉกรรจ์ฆ่าคนตายเท่านั้น

เท่าที่ตรวจสอบมา (ถ้าไม่ถูกต้อง ผู้อยู่ในวงการหรือผู้รู้ช่วยทักท้วงด้วย นะครับ) พบว่า ในประวัติศาสตร์ ยุติธรรมไทย นับแต่มีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 149 ที่ให้อำนาจศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิตเจ้าพนักงาน สมาชิกรัฐสภา ท้องถิ่น ฯลฯ ได้ นั้น

ไม่เคยมีคำพิพากษาประหารชีวิตตาม 2 มาตรานี้ แม้แต่รายเดียว

ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นมะเร็งร้ายเกาะกินจนประเทศตกต่ำสุดๆ ในวันนี้

ผู้นำและผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม บริหาร และนิตบัญญัติ คงต้องเลือกทางสองแพร่งนี้แล้วครับ

ทางที่ 1 บังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา 2 มาตรานี้ โดยใช้โทษประหารสำหรับคนทุจริตคอร์รัปชันโกงชาติอย่างจริงจัง ที่โบราณเรียกว่า

“เชือดไก่ให้ลิงดู” เอาอย่างแบบจีน เวียดนาม ฯลฯ ที่ทำสำเร็จแล้ว หรือจับและลงโทษจำคุกผู้นำจริงแบบเกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซียฯลฯ

ทางที่ 2 สภาออกกฎหมาย เลิกประมวลกฎหมายอาญา 2 มาตรานี้ไป เพราะตามหลักธรรมชาติแล้ว “อวัยวะส่วนใดของร่างกายไม่ได้ใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องมี”

ประชาชนไทยว่าอย่างไรดีครับ ช่วยกันส่งเสียงดังๆ ให้นายกรัฐมนตรี รัฐบาล รัฐสภา ศาลและองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งกันดีมั้ยครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แตะเบรกการเมืองน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งเงินเยียวยา – ผ่อนปรนปล่อยสินเชื่อ

“อภิสิทธิ์”เร่งรบ.ตรวจสอบ ปชช.อุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจ แนะมอบหมาย ผวจ.เป็นเจ้าภาพแผนเผชิญเหตุ  ชี้ไม่ควรเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางการเมือง

หลุมดำ 'งบประมาณ-เงินกู้' ในช่วงวิกฤต พยุงความเชื่อมั่น-เลิกแบกการเมือง

การตั้ง "งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570” เป็นปัญหาที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับตรงกันว่ามีความ “ตึงตัว” จากภาระรายจ่ายประจำ เม็ดเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

ผศ.ดร.เชษฐา ชี้ รัฐบาลยังมั่นคง ไร้จุดแตกร้าว นายกฯ ไม่สะเทือน แม้ข่าวลือโหมรายวัน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องสมการ “2 น. 1 พ.” รวมถึงข่าวการผลักดัน “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” ว่า กระแสดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหรือใกล้แตกหั

ชื่นมื่น! อันวาร์ต้อนรับ 'อนุทิน' เยือนเป็นทางการ

นายกฯ เยือนมาเลเซีย 'อันวาร์' ต้อนรับ สานสัมพันธ์ผู้นำไทย–มาเลเซีย เดินหน้าขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือ สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน

นายกฯ ฟิต! เที่ยงคืนลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้

นายกฯ ฟิตกลางดึก ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ หวั่นซ้ำรอยถนนยุบหน้าวชิรพยาบาล รับมีบทเรียนไม่ดี ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อความปลอดภัยปชช. ด้านรมต.ลูกเทพ ตบเท้าร่วมด้วย

ผศ.ดร.วันวิชิต ชี้ข่าวลือนายกฯ อยู่ไม่ยืดเป็นกระแสที่ถูกปั่น ไร้น้ำหนัก มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นต่อกระแสข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจอยู่ได้ไม่นาน