เกิดเหตุสลด คนร้ายใช้มีดฟันหนุ่มใหญ่ อ.บางระกำ เสียชีวิตกลางทุ่งนา คาดว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์
11 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.อ.ไกรวิทย์ ศรีอุ่นดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบางระกำ โดยจุดเกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนาพื้นที่หมู่ที่ 10 บ้านบึงน้อย ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนนำกำลังตำรวจชุดสืบสวนพร้อมประสานตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นายทวิช ย่อมแอ่น กำนันตำบลบ่อทอง นายบัญชา รักษาแดน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 นายณรงค์ แซ่วี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 นายนิธิศ ธนะชูติวีรนันท์ สท.เขต 1 บางระกำ ที่เกิดเหตุกลางทุ่งนาห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 500 เมตร มีเพิงพักสร้างไว้อย่างดีและมีระบบโซล่าเซลล์พร้อมเครื่องสูบน้ำ พบกองเลือดที่พื้นอยู่จำนวนมาก
โดยผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมา คือ นายชนก สุขเมือง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 10 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ มีบาดแผลถูกอาวุธของมีคมฟันเข้าที่ใบหน้า กกหู และท้ายทอย เบ้าตาเขียวช้ำบวมปูด เสียเลือดจำนวนมาก ก่อนมีชาวบ้านมาพบร่างแจ้งญาติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลบางระกำ แต่เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนนำร่างส่งผ่าชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบอาวุธมีดหวดดายหญ้าตกอยู่ 1 เล่ม แต่ด้ามไม้หักจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้จึงถอดเมมเมอรี่การ์ดไปตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
จากการสอบถาม นายเกตุ ราชขวัญ อายุ 70 ปี อาเขยของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้พบร่างคนแรก ให้การว่า นายชนก สุขเมือง ผู้เสียชีวิต ประกอบอาชีพทำนาประมาณ 100 ไร่ โดยปกติทุกวันจะขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อมาดูนาข้าวที่ปลูกเอาไว้ยังจุดเกิดเหตุ และจะกลับเข้าบ้านไปกินข้าวเช้าช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. เป็นประจำทุกวัน
แต่วันนี้หายไปนานจนผิดสังเกตจึงติดตามออกมาดูก็พบว่า นายชนกนั้นนั่งก้มหน้าฟุบจมกองเลือดอยู่ในเพิงพักกำลังจะหมดสติถามตอบไม่รู้เรื่องแต่ยังมีชีพจร ตนพยายามจะอุ้มขึ้นรถแต่ก็ไม่ไหว จึงไปตามภรรยาและลูกของผู้บาดเจ็บให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ไม่ทันการณ์จึงเสียชีวิตในที่สุด สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะนายชนกเป็นคนดีไม่เคยไปมีเรื่องบาดหมางกับใครในหมู่บ้านเลย นอกจากนี้ยังพบว่าเงินสดที่ผู้ตายพกติดตัวจำนวนหลายหมื่นบาทหายไป เหลือในตัวเพียง 20 บาท เท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาเบาะแสเชื่อมโยงในคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว สันนิษฐานคาดว่าอาจจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์หรือไม่ เพราะผู้ตายมักชอบพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก หรือจะเป็นเหตุการณ์ซึ่งหน้า เพราะชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่ามีคนร้ายกำลังอาละวาดตระเวนลักเครื่องสูบน้ำและลักตัดสายไฟโซล่าเซลล์ไปขาย อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าระหว่างที่นายชนกเดินทางมาดูนาข้าวอาจจะไปบังเอิญพบเจอว่ามีคนร้ายเข้ามาลักขโมยทรัพย์สินของตัวเอง จึงเข้ามาห้ามปรามจนเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นลงไม้ลงมือจนเสียชีวิต ซึ่งถือว่าก่อเหตุอย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ทางตำรวจชุดสืบสวนจะเร่งคลี่คลายคดีนี้ พร้อมจะสอบปากคำพยานแวดล้อมอื่นๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิษณุโลกฝนหยุด น้ำหลายพื้นที่ลด แต่บางระกำยังสูง เตรียมรับฝนระลอกใหม่ 25-27 ส.ค.
สถานการณ์น้ำพิษณุโลกเริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตก น้ำป่าที่เนินมะปราง-ชาติตระการลดลง ขณะที่แม่น้ำวังทองยังเฝ้าระวัง ส่วนลุ่มน้ำยมบางระกำระดับน้ำยังสูง เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำน่านรับฝนระลอกใหม่ปลายเดือน
ปภ. อัปเดต! 6 จังหวัดยังจมบาดาล น่านหนักสุด 6 หมื่นคนประสบภัย
ปภ. เผย 6 จังหวัด ยังน้ำท่วม ประสบภัยแล้ว 23,823 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ภาครัฐ-เอกชน-อาสารวมพลังเร่งฟื้นฟูเยียวยา
พิษณุโลกอ่วม! ท่วม 150 ครัวเรือน ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เยียวยา
ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ลงพื้นที่เนินมะปราง ติดตามสถานการณ์น้ำคลองชมพู มีประชาชนได้รับผลกระทบ 150 ครัวเรือน พร้อมกำชับเร่งช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง
อ.เนินมะปราง เฝ้าระวังน้ำป่าเทือกเขาเพชรบูรณ์ ระดับน้ำคลองชมพูเพิ่มสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำในลำน้ำชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลอง และที่ราบลุ่มต่ำ โดยลำน้ำชมพู นั้นเป็นลำน้ำที่รับน้ำหลากลงมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะนี้ยังมีฝนตกอยู่บนเทือกเขาตลอดเวลา นานกว่า 2 วันแล้ว
รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว
เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ฝากทีละ 50-100 สะสมทั้งชีวิต! ชาวบ้านช้ำเงินออมถูกยักยอก ศาลสั่งคุกประธานกลุ่ม 1 ปี 6 เดือน
ชาวบ้านท่าช้าง พิษณุโลก รวมตัวฟังคำพิพากษาคดีเงินกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หลังต่อสู้นานกว่า 6 ปี ศาลสั่งจำคุกประธานกลุ่ม 1 ปี 6 เดือน

