สลด! พบร่างลูกเรือ 'โชคกัญญา' รายที่ 3 ลอยไกล 80 กม

พบร่างลูกเรือประมง “โชคกัญญา” รายที่ 3 ลอยกลางทะเลบริเวณแหลมงอบ ห่างจุดเรือล่มกว่า 80 กิโลเมตร เจ้าของเรือยืนยันเบื้องต้นเป็นช่างเครื่องวัย 44 ปี ด้านนายกสมาคมประมงจังหวัดตราดยอมรับ ผู้สูญหายอีก 2 รายมีโอกาสเสียชีวิตทั้งหมด พร้อมเร่งประสานเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต คาดได้รับเงินชดเชยรายละ 7-8 แสนบาท

20 กรกฎาคม 2569 - อาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่าพบร่างผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางทะเล บริเวณหน้าบ้านยายม่อม ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่นำเรือออกตรวจสอบทันที

นายชาคริต สังข์ผาด อาสาสมัครกู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายลอยอยู่กลางทะเล ห่างจากสะพานกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ประมาณ 2 ไมล์ทะเล สภาพศพนอนคว่ำหน้า ศีรษะเหลือเพียงโครงกระดูก ร่างกายอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย และสวมเพียงกางเกงในสีเขียว เจ้าหน้าที่จึงกู้ร่างขึ้นฝั่งบริเวณปลายสะพานแหลมงอบ เพื่อให้ญาติและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล

ต่อมา นายอำนาจ สุดสงวน เจ้าของเรือประมง ได้เดินทางมาตรวจสอบและยืนยันเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายวันทอง นวน อายุ 44 ปี ช่างเครื่องประจำเรือ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งร่างไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมงอบ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์และยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ

สำหรับเหตุเรือประมง “โชคกัญญา” อับปาง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ขณะออกทำการประมงห่างจากเกาะกูดประมาณ 3 ไมล์ทะเล ก่อนถูกคลื่นลมแรงซัดจนเรือจมลงสู่ก้นทะเลที่ความลึกกว่า 25 เมตร ส่งผลให้ไต๋เรือและลูกเรือรวม 5 คน สูญหาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายแรก บริเวณชายหาดเกาะกูด ได้แก่ นายทิต ยิ้ม อายุ 47 ปี ลูกเรือชาวกัมพูชา และ นายทัดเทพ พุทธเกษร อายุ 31 ปี ไต๋เรือ

ล่าสุดพบร่าง นายวันทอง เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 3 บริเวณช่องช้าง ระหว่างเกาะช้างกับอำเภอแหลมงอบ โดยร่างลอยห่างจากจุดเรือล่มกว่า 80 กิโลเมตร ขณะที่ยังเหลือลูกเรือสูญหายอีก 2 ราย คือ นายเชือน และ นายลัน ทึม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายณรงค์ ชัยศิริ นายกสมาคมประมงจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในขณะนี้ คาดว่าผู้สูญหายอีก 2 รายน่าจะเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากเรือประสบเหตุจากคลื่นลมแรงระหว่างออกทำการประมงและเติมน้ำมัน

นายณรงค์ กล่าวว่า สมาคมประมงจังหวัดตราดและเจ้าของเรือจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามสิทธิประโยชน์และหลักประกันที่ลูกเรือและเจ้าของเรือได้ทำไว้ โดยคาดว่าผู้เสียชีวิตแต่ละรายจะได้รับเงินชดเชยประมาณ 700,000-800,000 บาท ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิรับเงินจะต้องสามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์ตามกฎหมายกับผู้เสียชีวิตได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพบผู้สูญหายทั้ง 2 รายในน่านน้ำจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่ใช่บุคคลตามที่มีการแจ้งสูญหาย หากท้ายที่สุดไม่พบตัว จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อรับรองการสูญหายและการเสียชีวิต ก่อนเข้าสู่กระบวนการเยียวยาอย่างเป็นทางการ

นายกสมาคมประมงจังหวัดตราด กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะต้องดำเนินการกู้เรือประมง "โชคกัญญา" ขึ้นจากทะเล เพื่อตรวจสอบและเก็บรวบรวมหลักฐานสำหรับประกอบการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงใช้เป็นหลักฐานในการขอรับการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป พร้อมฝากเตือนชาวประมงให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตราดเผชิญฤทธิ์ 'บาหวี่' น้ำตกคลองแก้วประกาศปิด

ตราดเจออิทธิพลบาหวี่ ฝนตกหนักลมกรรโชกแรง ต้นไม้ใหญ่-เล็กล้มหลายจุด เสาไฟฟ้าโค่นขณะน้ำตกคลองแก้ว ประกาศปิดน้ำตก หลังน้ำป่าหลาก ด้านบ่อไร่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้าน

3 ลูกเรือ 'มยุรี นารี' ฟ้องนายจ้าง เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ปมเรือถูกยิงช่องแคบฮอร์มุซ

ลูกเรือ 3 รายยื่นฟ้องบริษัทเจ้าของเรือและผู้เกี่ยวข้อง เรียกค่าเสียหาย หลังเผชิญเหตุเรือถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ จนมีผู้เสียชีวิตและเกิดภาวะ PTSD อ้างนายจ้างไม่เยียวยาค่ารักษา-ชดเชยตามสัญญาจ้าง ด้านศ

นาวิกโยธินหนุนพัฒนา 'บ้านสามหลัง' แหล่งท่องเที่ยวชายแดนตราด

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดเปิดทางเอกชน-อบจ.ตราด พัฒนาพื้นที่บ้านสามหลัง ต.ชำราก เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายแดน ย้ำพื้นที่อยู่ในฝั่งไทยปลอดภัย

ตราด 4 หมู่บ้านเจอฤทธิ์ไมสักท่วมบ้านเรือนตัดขาดถนนสัญจร

คลองสะตอวิกฤต พายุไมสักทำน้ำล้นตลิ่ง ตัดขาดร้อยกว่าหลังคาเรือน ชาวบ้านโอดท่วมทุกปีห่วงผู้พิการติดในบ้าน ด้านนายอำเภอเร่งส่งเรือท้องแบนบรรเทาทุกข์ด่วน

CAATสั่งคุมเข้มห้ามใช้สถานะลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่นทุกกรณี

’CAAT‘ออกประกาศกำหนดมาตรการควบคุมสัมภาระลูกเรืออย่างเข้มงวด ห้ามใช้สถานะลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่นทุกกรณี พร้อมให้สายการบินจัดระบบตรวจสอบ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อการบินพลเรือนไทยตามมาตรฐานสากล