รัฐบาลเร่งดัน SME ใช้สิทธิ FTA ลดต้นทุน–เพิ่มแต้มต่อส่งออก หลังครึ่งปีแรก โต 7.33%

รัฐบาลเร่งดัน SME ใช้สิทธิ FTA ลดต้นทุน–เพิ่มแต้มต่อส่งออก หลังครึ่งปีแรกใช้สิทธิแล้ว 1.57 ล้านล้านบาท โต 7.33%

4 ก.ย. 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ผ่านการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อลดต้นทุนทางภาษีและเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมเร่งเตรียมผู้ประกอบการรองรับความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA ที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในช่วงต้นปี 2570

ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA รวมมูลค่า 48,069.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.33 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิร้อยละ 80.83 ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า FTA สามารถช่วยลดต้นทุนและสร้างแต้มต่อให้สินค้าไทยได้จริง แต่รัฐบาลมองว่ายังมีช่องว่างในการเพิ่มการใช้สิทธิ โดยเฉพาะในบางตลาดที่ผู้ประกอบการยังใช้ประโยชน์จากสิทธิทางภาษีได้ไม่เต็มศักยภาพ จึงต้องเร่งแก้ข้อจำกัดด้านข้อมูล ความเข้าใจกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และขั้นตอนการใช้สิทธิ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงประโยชน์จาก FTA ได้มากขึ้น

เมื่อพิจารณาตามความตกลง การใช้สิทธิภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มีมูลค่า 15,937.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิร้อยละ 67.50 ขณะที่อาเซียน–จีน มีมูลค่า 14,264.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วนการใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 94.50 ส่วนอาเซียน–อินเดีย มีมูลค่า 6,110.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 78.73 ไทย–ญี่ปุ่น มูลค่า 3,819.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 85.86 และไทย–ออสเตรเลีย มูลค่า 3,027.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 59.03

รัฐบาลจึงมุ่งเพิ่มอัตราการใช้สิทธิในตลาดที่ยังมีช่องว่าง โดยให้ความสำคัญกับการทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่า “สินค้าใด–ตลาดใด–ใช้สิทธิอย่างไร” ตั้งแต่การตรวจสอบพิกัดสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการเลือกใช้ความตกลงที่ให้ประโยชน์เหมาะสมที่สุด เพื่อเปลี่ยนสิทธิทางภาษีที่ไทยเจรจาไว้ให้เป็นต้นทุนที่ลดลงและโอกาสทางการค้าที่เพิ่มขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ

สำหรับโครงสร้างการใช้สิทธิ สินค้าอุตสาหกรรมมีมูลค่า 34,919.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 72.64 ของมูลค่าการใช้สิทธิทั้งหมด โดยสินค้าที่มีการใช้สิทธิสูง อาทิ ยานยนต์สำหรับขนส่งของ ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ เครื่องทอง–เครื่องเงินและส่วนประกอบ รวมถึงเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า อีกภารกิจสำคัญคือการเตรียมผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในช่วงต้นปี 2570 เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ได้ทันทีเมื่อความตกลงมีผล ทั้งในด้านการลดภาษี การปฏิบัติตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และการวางแผนเข้าสู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะ SME ที่อาจยังขาดบุคลากรหรือความเชี่ยวชาญด้านกฎการค้าระหว่างประเทศ

“รัฐบาลไม่ได้มองความสำเร็จของ FTA เพียงจำนวนความตกลงที่ไทยมี แต่ต้องทำให้สิทธิที่เจรจาไว้ถูกนำมาใช้จริงและช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้จริง เป้าหมายต่อจากนี้คือทำให้ SME เข้าถึงแต้มต่อทางภาษีได้ง่ายขึ้น ใช้สิทธิได้ถูกต้อง และพร้อมคว้าโอกาสจากตลาดใหม่ เพื่อให้ประโยชน์จากการค้าเสรีกระจายไปถึงผู้ประกอบการไทยในวงกว้างมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุมเข้มปัญหาหนี้! 'คลัง–ธปท.' เสนอวงเงินไม่เกิน 2 หมื่น ผ่อนสูงสุด 6 เดือน ดอกเบี้ย 15%ต่อปี

รัฐบาลเดินหน้าป้องกันหนี้จาก “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” คลัง–ธปท. เสนอคุมวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาท ผ่อนสูงสุด 6 เดือน ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 15% ต่อปี เปิดรับฟังความเห็นถึง 15 พ.ย. นี้

ศุภจี ส่งทีมพาณิชย์ร่วมเวที IMF–World Bank หารือแนวทางสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม

รัฐบาลเปิดมุมใหม่การเข้าถึงเงินทุนธุรกิจ ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ “ศุภจี” ส่งผู้แทนพาณิชย์ร่วมเวที IMF–World Bank หารือแนวทางสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม 13 ต.ค. นี้

ผลักดัน CEPA ไทย–UAE เชื่อมการค้า–ลงทุน ย้ำผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม

รัฐบาลเดินหน้าขยายโอกาสการค้าไทยสู่ยุโรป–ตะวันออกกลาง เจรจา FTA ไทย–EU รอบ 10 คืบหน้า พร้อมผลักดัน CEPA ไทย–UAE เชื่อมการค้า–ลงทุน ย้ำผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนความตกลงมีผล

กทม.จับมือ 'กลาโหม' เร่งฟื้นฟูเคหะร่มเกล้าให้เสร็จใน 4-5 วัน

3 ถนนสายหลัก กทม.น้ำแห้งแล้ว ด้าน กทม. จับมือ 'กลาโหม' เร่งฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 4-5 วัน พร้อมผนึกกำลังระบายน้ำออกจาก 80 ชุมชน

เฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังฝนเติม

รองโฆษกรัฐบาล เผยหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย แต่ยังเฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังมีฝนเติมช่วง 10-12 ต.ค. เขื่อนเจ้าพระยาจ่อลดการระบายเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที