
18 ส.ค.2569-นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) พร้อม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.โชติวัตน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังกว่า 100 นาย ปิดล้อมตรวจค้น 7 เป้าหมาย เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” บุกทลายแฟลตดินแดง ทุจริตยัดชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน ออกหมายจับทั้งหมด 7 หมาย เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย , เจ้าหน้าที่และนายหน้า 3 ราย , พยานรับรองลายมือ 1 ราย
สืบเนื่องจากช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2569 คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ตรวจสอบสำนักงานเขตดินแดง พบความผิดปกติในการย้ายบุคคลจำนวนมากเข้าอยู่ในทะเบียนบ้านเพียงไม่กี่แห่ง จึงขยายผลตรวจสอบแฟลตดินแดงทั้งหมด 5,726 ห้อง พบเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1,366 คน นอกจากนี้ ยังพบห้องพักต้องสงสัย 44 ห้อง ที่มีเด็กต่างด้าวตั้งแต่ 16 คนขึ้นไปถูกย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน โดยตรวจสอบเบื้องต้น 3 ห้อง พบเด็กต่างด้าวรวมถึง 140 ราย
ตำรวจทำสืบสวนพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐและเครือข่ายนายหน้า โดยมีพฤติการณ์อนุมัติย้ายชื่อเด็กต่างด้าวจำนวนมากในระยะเวลาสั้น แม้ระบบจะแจ้งเตือนว่ามีผู้อยู่อาศัยในทะเบียนบ้านเกิน 16 คน รวมถึงมีการใช้เอกสารลงนามล่วงหน้าและปลอมลายมือชื่อเจ้าบ้าน ก่อนนำไปใช้ประกอบการทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 7 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย คือ นาย พิธา, นาย ศุก และ นางสาว ณี / เจ้าบ้าน คนกลางและนายหน้า 3 ราย คือ นางสาว นา (เจ้าบ้าน), นาง สี (คนกลาง) และ นางสาว ยา (นายหน้า) / พยานรับรองอีก 1 ราย คือ นางสาว แพ จากปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 7 ราย ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ซึ่งหากบุคคลต่างด้าวที่ถูกนำชื่อเข้ามาในระบบ จะได้รับ “บัตรชมพูหมายเลข 7” ซึ่งทำให้สามารถใช้ชีวิตและทำธุรกรรมในประเทศไทยได้ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ทั้งการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน การรักษาพยาบาล และสิทธิ์ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ อาทิ การเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งจะเกี่ยวโยงไปถึงบัญชีม้า สแกมเมอร์ หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งกวาดล้างการทุจริตทางทะเบียนราษฎรอย่างจริงจัง เนื่องจากกระทบต่อความมั่นคงและอาจเชื่อมโยงอาชญากรรมหลายรูปแบบ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้เจ้าบ้านหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อบุคคลเข้าทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดงที่มีลักษณะผิดปกติ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อให้ข้อมูลโดยเร็ว หากให้ความร่วมมือจะนำไปประกอบการพิจารณาทางคดี แต่หากพบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและยังปกปิดข้อมูล จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
สำหรับประชาชนที่พบเบาะแสการสวมสิทธิทางทะเบียน การเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน หรือการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ยันไม่มีใบสั่ง จับแอดมินเพจโพสต์สลิปปลอม จ่อเอาผิดคนแชร์ซ้ำ ตร.ชี้หลักฐานมัดแน่น
"อนุทิน" ยืนยันตำรวจจับกุมแอดมินเพจ "Godd Dam" ตามหมายศาลและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ใบสั่งการเมือง พร้อมเอาผิดผู้แชร์โพสต์เท็จแม้จะลบหนี ด้านโฆษก ตร. ยันดำเนินคดีฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และปลอมเอกสารสิทธิ ลั่นไม่มีการเลือกปฏิบัติ ส่วนคนแชร์ต่อรอพนักงานสอบสวนพิจารณาเจตนาตามดุลยพินิจ
'อนุทิน' ชี้ตำรวจทำงานเร็ว เพราะมีหลักฐานชัดเจน จับทันควันแอดมินเพจ Godd Dam
“อนุทิน” ยังไม่ทราบ มือโพสต์สลิปปลอม นายกฯ รับค่าน้ำชา 7 ล้านบาทถูกจับแล้ว บอก ผบ.ตร. คงรายงาน ยืนยัน ดำเนินตามขั้นตอน เพจหมา ผิดเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน เหตุมีการโพสต์-เขียนขู่อาฆาต สวนกลับ “ไอซ์ รักชนก” ถ้าจะตรวจสอบให้ถามในสภาฯ ไม่ใช่แชร์จนคนเข้าใจผิด
'ณัฐพงษ์' ขอดูก่อนช่วยคดี 'รักชนก' แชร์สลิปปลอม ย้ำปิดชื่อ-ถือพฤติกรรม ต้องตรวจสอบเท่าเทียม
'เท้ง' อัด 'อนุทิน' หนีซักฟอก-เตะถ่วงลากยาวถึง ธ.ค. อ้าง ติดภารกิจ ตปท. ฟังไม่ขึ้น ซัด 'นายกฯ' ไม่พร้อมถูกอภิปรายที่สุด ลั่น พรรคประชาชนพร้อมตั้งนานแล้ว จะจัดสัปดาห์ที่แล้วก็ยังได้
'บุญรวี' หวั่น 'แตงกวา-พริก-มะเขือเทศ' เสี่ยง! ถูกยื่นคุ้มครองสิทธิต่อจาก 'ใบกะเพรา '
'บุญรวี' ห่วง 'แตงกวา-พริก-มะเขือเทศ' เสี่ยงถูกยื่นคุ้มครองสิทธิ เป็นคิวต่อจาก 'ใบกะเพรา' กระทุ้ง 'กระทรวงเกษตรและสหกรณ์' เร่งตรวจสอบ เผยเล่ห์กลุ่มทุนต่างชาติใช้นอมินีคนไทยแห่ยื่นจดทะเบียนเกือบ 3,000 รายการ
BIOTHAI ย้อนประวัติศาสตร์ 'กะเพรา' 7 ช่วง สะท้อนการต่อสู้พันธุกรรมพืชมรดกมนุษยชาติ
'BIOTHAI' ย้อนประวัติศาสตร์ 'กะเพรา' 7 ช่วง ตั้งแต่ 1930 สะท้อนการต่อสู้พันธุกรรมพืชเป็นมรดกที่มนุษยชาติควรเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกัน ผู้สร้างนวัตกรรมควรได้รับสิทธิคุ้มครองเพื่อเป็นแรงจูงใจในการวิจัยและพัฒนา เกษตรกรและชนพื้นเมืองต้องมีสิทธิในทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาและการพัฒนาพันธุ์ของตนเอง
รวบแล้ว! แอดมินเพจ Godd Dam ปมโพสต์สลิปค่าน้ำชา 7 ล้าน
ตำรวจไซเบอร์รวบแอดมินเพจ 'Godd Dam' ปมโพสต์ค่าน้ำชา 7 ล้าน นายกฯอนุทิน

