ไข้ดินระบาดอีสานล่าง! ป่วย 538 ราย ดับ 40 ศพ เตือนช่วงน้ำท่วมเสี่ยงติดเชื้อ

สคร.9 นครราชสีมา เตือนประชาชนระวังโรคเมลิออยโดสิส หรือ ‘โรคไข้ดิน’ หลังพบผู้ป่วยใน 4 จังหวัดอีสานล่าง 538 ราย เสียชีวิต 40 ราย บุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด เผยเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนในดินและน้ำ เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การสูดดม และการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน แนะ 4 วิธีป้องกัน โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้มีโรคประจำตัว หากมีไข้สูงต่อเนื่อง 2 วัน รีบพบแพทย์ทันที

24 ตุลาคม 2569 - ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นพ.สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และวางแนวทางเฝ้าระวังโรคเมลิออยโดสิส หรือ ‘โรคไข้ดิน’ หลังหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องและประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในดินและน้ำ

ข้อมูลจากระบบ Digital Disease Surveillance (DDS) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 หรือ ‘นครชัยบุรินทร์’ ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ พบผู้ป่วยโรคไข้ดินรวม 538 ราย เสียชีวิต 40 ราย

จังหวัดบุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือสุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ตามลำดับ โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือกลุ่มอายุ 55-64 ปี และ 45-54 ปี สะท้อนให้เห็นว่าโรคไข้ดินยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง

นพ.สายลักษณ์ กล่าวว่า โรคเมลิออยโดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่สัมผัสดินและน้ำปนเปื้อนเชื้อ การสูดดมละอองฝุ่นดินที่มีเชื้อ รวมถึงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน หากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วม ประชาชนมีโอกาสสัมผัสดิน น้ำ และโคลนมากขึ้น ทั้งจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การลงนา เก็บเกี่ยวผลผลิต และการทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด จึงจำเป็นต้องป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม

กลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ รวมถึงเกษตรกรและผู้ที่ต้องสัมผัสดินหรือน้ำเป็นประจำ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดอาการรุนแรง

นพ.สายลักษณ์ แนะนำ 4 วิธีป้องกันโรคไข้ดิน ได้แก่

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือดินโคลน หากจำเป็นต้องสัมผัส ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาว หรือชุดลุยน้ำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากมีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสจนกว่าแผลจะหายสนิท

2.ทำความสะอาดร่างกายและดูแลบาดแผลทันทีหลังสัมผัสดินหรือน้ำ โดยควรอาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด หากมีบาดแผลต้องทำความสะอาดและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ดินหรือสมุนไพรพอกแผล และไม่ปล่อยให้บาดแผลสัมผัสดินหรือน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

3.ดื่มน้ำสะอาด หากใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาลหรือน้ำฝน ควรต้มให้เดือดก่อนดื่ม รวมถึงรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และใช้น้ำสะอาดในการเตรียมอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

4.ดูแลสุขภาพและควบคุมโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยไม่จำเป็น พร้อมลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มสุราหนักและการสูบบุหรี่

นพ.สายลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนควรสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง หากมีไข้สูงต่อเนื่องตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป โดยเฉพาะหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสเสี่ยงให้ทราบ รวมถึงผู้ที่มีอาการไอ หายใจหอบเหนื่อย หรือมีฝีหนองตามผิวหนัง ต้องรีบเข้ารับการตรวจรักษา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

ทั้งนี้ โรคไข้ดินอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต การได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง รวมถึงเกษตรกรที่ต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นประจำ อย่าชะล่าใจ หากมีไข้หรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสดินหรือน้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเบื้องหลัง! มฤตยูเงียบในทุ่งนา 'โรคไข้ดิน'

เพจ "Center for Medical Genomics" ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "แกะรอยมฤตยูเงียบในทุ่งนา: เบื้องหลัง ‘โรคไข้ดิน’ และความหวังใหม่จากมุกดาหารโมเดล" โดยระบุว่า

ไข้ดินระบาดอีสาน! นักวิชาการจี้รัฐเตือนภัย เสียชีวิตแล้ว 72 ราย

“นักวิชาการธรรมศาสตร์” จี้รัฐ-กระทรวงสาธารณสุข เร่งรณรงค์ให้ความรู้ “โรคไข้ดิน” เหตุพบมากในฤดูฝน โดยเฉพาะภาคอีสาน ชี้เป็นโรคซับซ้อน-วินิจฉัยยาก ปี 2568 ดับแล้ว 72 ราย ผงะ! ประชาชน-บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ระบาดจำนวนไม่น้อยกลับยังไม่รู้จักโรคนี้ แนะเร่งส่งเสริมการตรวจโรค

รัฐบาลเตือน 'โรคไข้ดิน' ป่วยแล้ว 2,036 ราย เสียชีวิต 92

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงฤดูฝน นอกจากโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแล้ว ประชาชนยังต้องระมัดระวังโรคอื่นด้วย ซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมโรค

เตือนประชาชนระวังโรค 'ไข้ฉี่หนู-ไข้ดิน' ที่มากับน้ำท่วมขัง

รัฐบาลห่วงประชาชน เตือนระมัดระวังโรคมากับน้ำท่วม ทั้ง 'ไข้ฉี่หนู-เมลิออยด์' เผยปีนี้พบผู้ป่วยแล้วรวมกว่า 3,300 ราย แนะหลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำย่ำโคลน แช่น้ำเป็นเวลานานด้วยเท้าเปล่า