รวบลูกชายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน วางเพลิงเผากุฏิเจ้าอาวาสวัดวอดทั้งหลัง

19 เม.ย.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part3” ซึ่งได้โพสต์คลิปชายวัยกลางคนเผาขยะอยู่บริเวณข้างกุฏิกลางดึก โดยมีชาวบ้านที่เป็นพลเมืองดีเข้าไปถามว่าเข้ามาทำอะไรแต่ก็อ้างว่ามาทำความสะอาดวัดเพราะขยะและหญ้าบริเวณดังกล่าวมันรก จากนั้นก็ได้มีการคุยเล่นกันตามปกติก่อนจะเดินออกมาจากบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งกลางดึกวันที่ 19 เม.ย.2565 ก็ได้มีอีกคลิปซึ่งเป็นภาพที่กุฏิเจ้าอาวาสได้ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง พร้อมข้อความระบุว่า “พิษภัยของยาเสพติด..ภัยร้ายแก่ชุมชนและสังคม #ขอนแก่น เหตุเกิดตี3ที่วัดบ้านหนองโจดหนองสำโรง เผาวัดเรียบร้อย คับรอบนี้ผู้นำทั้ง2บ้านชาวบ้านพระ สามารถดำเนินคดีได้เต็มที่ บ่มีขออ้างเด้อบาดนี้เต็มตีนปานนี้ ฤทธิ์ของยาบ้าแตกซวดๆ Aระดับหัวแถวขออำเภค บ่เคยถืกจับมาเป็น10กว่าปีแล้วAบ้านนี้ หมู่5หมู่10 หนองโจด-หนองสำโรง จงเจริญยาบ้าเสรี5555”

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่วัดจันทรังษี บ้านหนองสำโรงหมู่ 10 ต.ลอมคอม อ.พล จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับพระครูจันทร์ บุญหล่อ อายุ 89 ปี เจ้าอาวาสวัด ซึ่งนอนอยู่ด้วยอาการปวดเอว เพราะหนีไฟไหม้ออกมาทางหน้าต่างจนก้นกระแทกพื้น และญาติโยมพากันนั่งคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ภายในศาลาวัด ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าเหตุการณ์ไฟไหม้นั้นเกิดจากฝีมือลูกชายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีอาการทางจิตและเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนถูกตำรวจจับตัวดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวไปบำบัดรักษา

พระครูจันทร์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังจำวัดตามปกติ จู่ๆชายดังกล่าวก็พูดขึ้นมาว่าจุดแล้วเด้อหลวงปู่ ไฟไหม้แล้วเด้อ ไฟไหม้กุฏิหลวงปู่แล้วเด้อ ก่อนจะมีไฟไหม้ขึ้นมาบนกุฏิ เจ้าอาวาสตั้งสติได้ รีบปีนออกทางหน้าต่าง โดยการงัดหน้าต่าง และโชคดีที่หน้าต่างพังอยู่แล้ว สามารถงัดออกได้ง่ายทำให้หนีรอดออกมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บปวดเอวเนื่องจากก้นกระแทกพื้น ก่อนจะไปตามชาวบ้านมาช่วยดับไฟและแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที

ขณะที่นางหล่ำ นามเดช อายุ 68 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัด กล่าวว่าตอนเกิดเหตุเห็นคนที่วางเพลิงวิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุและตีกลอง พร้อมกับตะโกนประกาศว่า “เผากุฏิแล้วเด้อ เผากุฏิแล้วเด้อ” ซึ่งก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวเคยเข้ามาเผาบริเวณข้างกุฏิแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 เม.ย. แต่เป็นช่วงกลางวันชาวบ้านก็เลยห้ามปรามไว้ทันและนำตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวชฯ ภายหลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวชชายคนดังกล่าวก็ได้กลับเข้ามาเผยขยะบริเวณข้างกุฏิอีกครั้งและมีคนมาพบเห็นอีก ก่อนจะมาในครั้งนี้ก็มาเผากุฏิเจ้าอาวาสจนวอด และโชคดีที่เจ้าอาวาสไม่ถึงแก่ชีวิต และเคราะห์ดีอีกมากๆที่หน้าต่างที่เจ้าอาวาสออกมาลูกกรงพังและเป็นบานเดียวที่พัง งัดออกแล้วกระโดดหนีเปลวไฟได้ทัน ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นตำรวจบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอเอาผิดไม่ได้ แม้ชาวบ้านจะรู้ว่าใครทำแต่ไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาตัวไปบำบัดรักษาให้หายด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.พล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่นมาร่วมตรวจที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบสวนพยานแวดล้อมที่อยู่วัดที่เกิดเหตุ โดยมีพยานแวดล้อม 2 คน ให้การตรงกันว่า ช่วงเวลาเกือบตีสาม มีเสียงตีกลองภายในวัด จากนั้นก็มีไฟลุกโหมจากกูฏิเจ้าอาวาสแล้วก็มีนายมนูญ คนในหมู่บ้าน ที่มีอาการป่วยจิตเวช วิ่งออกมาจากวัด พร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า เผาแล้ว เผากุฏิเจ้าอาวาสสำเร็จแล้ว และก็วิ่งกลับบ้านไป พยานจึงรีบวิ่งไปที่กุฏิเจ้าอาวาส เห็นเจ้าอาวาสกระโดดลงมาจากหน้าต่างชั้นสองตกลงมาที่พื้นดิน จึงรีบอุ้มออกจากวัด ขอความช่วยเหลือจากกู้ชีพ นำส่งรพ. ซึ่งเจ้าอาวาสปลอดภัยดี มีอาการปวดหลัง ปวดเอว เพราะอายุมากแล้ว

"ขณะที่การสอบสวนผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ต่างก็เชื่อว่า ไฟไหม้กุฏิเจ้าอาวาสวัดครั้งนี้ เชื่อว่า เป็นการกระทำของนายมนูญ ลูกชายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพราะเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา นายมนุญเคยเผาไปแล้ว แต่ชาวบ้านช่วยกันดับไฟได้ทัน นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมเผาเสื้อผ้า ยางรถยนต์ รั้วไม่ไผ่ของชาวบ้านมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัว นายมนูญ มาสอบปากคำ แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ จากนั้นได้นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดแต่ไม่พบสารเสพติดแต่ด้วยพฤติกรรมที่ผ่านมาและครั้งล่าสุดที่พยานเห็นนายมนูญ วิ่งตะโกนออกมาจากวัดว่าเผาได้แล้ว เผาสำเร็จแล้ว จึงเชื่อว่าครั้งนี้นายมนุญก็ลงมือเผากุฏิเจ้าอาวาสซ้ำอีก ซึ่งภายหลังการสอบสวนพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ และควบคุมตัวส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดพลต่อไป"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.โรงเรียน ขับเก๋งตกข้างทางดับสลด หลังกลับจากงานเลี้ยงเกษียณ

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมัญจาคีรี ได้รับการประสานแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักคกลงข้างถนน บริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์บ้านหินกอง ต.กุดเต้า ถนนมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงประสานงานร่วมแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรีและ สภ.มัญจาคีรี เข้าตรวจสอบ

ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%

พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”

เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้

พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ