ครอบครัวทหารเรือชาว จ.บุรีรัมย์ เตรียมร้อง “มูลินิธิปวีณา” ช่วยเหลือหลังลูกสาว ม.2 ถูกวัยรุ่นชายที่รู้จักกันทางเฟส ล่อลวงไปกระทำชำเราในรีสอร์ท แม่แจ้ง ตร. ผ่านไป 5 เดือน คดีไม่คืบ วอนขอความเป็นธรรมสงสารลูกต้องกลายเป็นเด็กซึมเศร้าไม่กล้าปล่อยอยู่คนเดียว
21 เม.ย.2565 - ครอบครัวทหารเรือชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง ซึ่งเป็นลูกสาว ได้ถูกวัยรุ่นชายคนหนึ่งซึ่งรู้จักกันทางเฟสบุ๊ก แค่ประมาณ 1 สัปดาห์ ล่อลวงลูกสาวไปกระทำชำเราในรีสอร์ท รวม 3 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ธ.ค.2564 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุผู้ปกครองได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.นางรอง แต่จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่า 5 เดือนแล้ว คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ยังไม่มีการเรียกเด็กไปสอบต่อหน้าสหวิชาชีพเลย เพียงร้อยเวรฯ เจ้าของคดีให้เด็กไปชี้จุดเกิดเหตุ และสอบถามเหตุการณ์เท่านั้น แล้วก็เงียบหายไป พอผู้ปกครองไปสอบถามตำรวจก็บอกแค่ว่าต้องทำไปตามขั้นตอน แต่ครอบครัวเห็นว่าเวลาผ่านไปกว่า 5 เดือนแล้ว เรื่องยังเงียบจึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากการสอบถาม ด.ญ.เอ ผู้เสียหาย เล่าว่า รู้จักกับวัยรุ่นชายคู่กรณีทางเฟสบุ๊ก ก็ติดต่อกันทางเฟสประมาณ 2 เดือน ก็ทักพูดคุยกันตามประสาวัยรุ่น กระทั่งฝ่ายชายนัดให้ไปหาที่รีสอร์ท ซึ่งตนก็พาเพื่อนผู้หญิงไปด้วย แต่พอไปถึงฝ่ายชายก็บอกให้เพื่อนออกไปข้างนอกก่อนแล้วค่อยกลับมารับ ยอมรับว่า มีอะไรกับวัยรุ่นชายคนดังกล่าวที่รีสอร์ท 3 ครั้ง ในช่วงเวลาห่างกันวันเว้นวัน กระทั่งแม่เริ่มเห็นว่าตนเองผิดปกติ จึงไปปรึกษากับเพื่อนก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงกับแม่ หลังจากนั้นแม่ก็พาไปแจ้งความ แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกับวัยรุ่นคนดังกล่าวอีกจนถึงทุกวันนี้ก็ 5 เดือนแล้ว รู้สึกเสียใจและเครียดที่พลาดไปหลงเชื่อมีอะไรกับฝ่ายชายที่เพิ่งรู้จักกันทางเฟส เรื่องคดีก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่
ด้านนางหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 35 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ ผู้เสียหาย บอกว่า ตนเองมีอาชีพค้าขาย ส่วนพ่อของน้องเป็นทหารเรือ หลังรู้ว่าลูกสาวถูกชายวัยรุ่นที่รู้จักกันทางเฟสบุ๊กล่อลวงไปมีอะไรกันในรีสอร์ทก็ตกใจ เพราะตนมีลูกสาวคนเดียวและยังเรียนอยู่แค่ ม.2 จึงตัดสินใจพาไปแจ้งความที่ สภ.นางรอง ตอนแรกตำรวจก็บอกให้ไปพูดคุยกับคู่กรณีก่อน เพราะเห็นว่าเป็นเด็กด้วยกันทั้งคู่และเข้าใจว่าเป็นความอยากรู้อยากลองของเด็ก จึงให้โอกาสโดยตำรวจได้นัดมาพูดคุยกันที่โรงพัก ซึ่งยายของวัยรุ่นชายคู่กรณีก็รับปากว่าจะรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินเยียวยาให้ ภายในเดือน ก.พ.2565
แต่จนถึงขณะนี้ทางคู่กรณีก็เงียบหายไปไม่เคยติดต่อมาอีกเลย พอไปสอบถามร้อยเวรฯ เจ้าของคดี ก็บอกแค่ว่าอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่ ทั้งที่ตั้งแต่แจ้งความยังไม่เคยเรียกลูกสาวไปสอบต่อหน้าสหวิชาชีพเลย แต่ทำไมคดีนักการเมืองที่ถูกแจ้งความว่าล่วงละเมิดทางเพศที่กำลังเป็นข่าวโด่งดัง เพียงแค่ไม่กี่วันก็มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่ทำไมคดีของลูกสาวตนเองซึ่งยังเป็นเยาวชนด้วยซ้ำ แต่ปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึง 5 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย หรือเพราะเป็นคดีของประชาชนธรรมดาก็เลยล่าช้า หากเรื่องยังเงียบหาย ก็จะพาลูกสาวไปร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณา ให้ช่วยเหลือ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บุรีรัมย์'ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ประชุมใหญ่-ซ้อมแพทย์–อบรมมาร์แชล รับ'MotoGP'สนามแรก
ทุกภาคส่วนเดินหน้าความพร้อมเต็มระบบ ทั้งติวเข้มมาร์แชล แผนแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมประชุมใหญ่ทุกภาคส่วน วางมาตรการเข้มงวดทั้งที่พัก การจราจร ความปลอดภัย การท่องเที่ยว และการบริการนักเดินทาง สร้างความเชื่อมั่นก่อนเข้าสู่ช่วง Pre-Season Test สุดสัปดาห์หน้าและศึกเปิดฤดูกาล PT Grand Prix of Thailand 2026 ปลายกุมภาพันธ์นี้
'ไชยชนก' ใจฟู 'บุรีรัมย์' คะแนนนำทั้ง 9 เขต บอกถือว่าภูมิใจไทยชนะตัวเองแล้ว
นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ามายังพรรคภูมิใจไทย
หน่วยเลือกตั้งชายแดน ยอมรับกังวลเขมรสร้างสถานการณ์ป่วน
ประธาน และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตามแนวชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เร่งจัดสถานที่เตรียมจัดการเลือกตั้ง สส.และลงประชามติ พรุ่งนี้ 8 ก.พ.69 จนท.ยอมรับแอบกังวลจะเกิดเหตุไม่สงบ แต่ก็พร้อมอพยพทันทีตามแผนที่มีการประชุม วอนเขมรอย่าสร้างสถานการณ์ป่วนเลือกตั้งไทย
เอกสารใหม่ของ ‘เอปสไตน์’ กำลังส่งผลกระทบในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
การเปิดเผยเอกสารใหม่เกี่ยวกับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ ผู้กระทำความผิดทางเพศชาวอเมริกัน กำลังส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางไปไกลถึงยุโรป
เร่งแต่งตั้งผู้ปกครองดูแลเงินบัญชี เด็ก 10 ขวบ ลูกเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ ห่วงไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ กำชับ พมจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และดูแลบัญชีให้กับลูกชายเหยื่อเครนทับรถไฟเสียชีวิตวัย 10 ขวบ หลังกำพร้าทั้งพ่อและแม่ทั้งมีกระแสข่าวลือสะพัดเงินที่หลายฝ่ายช่วยเหลือเยียวยารวมกว่า 1 ล้านบาท ถูกถอนออกไปแล้วหลักล้าน ห่วงเด็กจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

