‘กรมทางหลวง’ แจ้งเปิดสาย ตราด – หาดเล็ก จ.ตราด หนุนขนส่งเชื่อมไทย-กัมพูชา

‘กรมทางหลวง’เดินหน้าขยาย4 เลย ทล.3 สาย ตราด – หาดเล็ก จ.ตราด แล้วเสร็จตลอดสาย เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง รองรับระบบการขนส่งโลจิสติกส์ เชื่อมระหว่างไทย – กัมพูชา

8 มิ.ย.2565 – รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.)โดย สำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 3 สาย ตราด – หาดเล็ก ตอน ทางแยกเข้า ต.ไม้รูด – บ.คลองจาก 4 ช่องจราจร แล้วเสร็จ ระหว่าง กม.454+390 – กม.477+840 ระยะทางยาวประมาณ 23.45 กิโลเมตร ในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงและมาตรฐานความปลอดภัยในเส้นทาง

สำหรับโครงการก่อสร้างขยาย ตอนทางแยกเข้า ต.ไม้รูด – บ.คลองจาก ในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เป็นตอนสุดท้ายของการขยายช่องจราจรของทางหลวงหมายเลข 3 สาย ตราด – หาดเล็ก ซึ่งเป็นทางหลวงที่มีความสำคัญของจังหวัดตราด โดยเฉพาะด้านการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ และการขนส่งสินค้า รวมไปถึงมีความสำคัญในระดับประเทศ เป็นประตูการค้าชายแดน มีด่านการค้าบ้านหาดเล็ก ซึ่งมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กระจายสินค้า สามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ราชอาณาจักรกัมพูชา ทำให้มีอัตราการเพิ่มขึ้นของปริมาณรถที่เข้ามาใช้เส้นทางสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จึงได้ทำการก่อสร้างขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ลักษณะการก่อสร้าง สาย ตราด – หาดเล็ก ตอนทางแยกเข้า ต.ไม้รูด – บ.คลองจาก เป็นงานก่อสร้างขยายช่องจราจร เริ่มต้นก่อสร้างที่ กม.454+390 ที่ ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และสิ้นสุดที่ กม.477+840 ระยะทางประมาณ 23.45 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ ขยายคันทางจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร (ไป – กลับ ข้างละ 2 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.5 เมตร ผิวทางและไหล่ทางเป็นแอสฟัลท์คอนกรีต ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลาง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟสัญญาณจราจร ไฟกระพริบ บนทางหลวง งบประมาณ 985,471,490 บาท

อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้ทางหลวงหมายเลข 3 สายตราด – หาดเล็ก เป็น 4 ช่องจราจร ตลอดสาย เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของจังหวัดใกล้เคียง รองรับการขยายของตัวเมืองและการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา อีกทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น

ทั้งนี้กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางปฏิบัติตาม “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทล.เล็งชงครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงิน 6.7พันล้าน สร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช 

ไฟเขียววงเงินเพิ่ม 6,755 ล้านบาท ปรับแบบมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา อีก 16 ตอน ให้แล้วเสร็จตามแผน คาดเปิดใช้บางส่วนปลายปี 66 ก่อนเปิดใช้เต็มรูปแบบในปี 68 

เจ๋ง 'กรมทางหลวง' เปิดใช้จุดจอดพักรถบรรทุกใหม่ 4 แห่ง พื้นที่ภาคอีสาน

'กรมทางหลวง' เปิดใช้จุดจอดพักรถบรรทุกใหม่ 4 แห่ง พื้นที่ภาคอีสาน รองรับรถจอดได้ 423 คัน พร้อมอัพเดทให้บริการแล้ว 17 แห่งทั่วประเทศ เผยยอดสถิติเข้าใช้ปี 65 (1 ต.ค.64-31 ก.ค.65) กว่า 310,078 คัน เพิ่มประสิทธิภาพการขับรถ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

สลด! พบร่างครูรายที่ 2 หลังทิ้งจดหมายลา 'ถูกโกงเงิน' จนล้มละลาย

สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ได้รับแจ้งจากกู้ภัยหลักเกาะจังหวัดตราด พบร่างนางปวีนา แพทย์นุสนธ์ อายุ 45 ปีครูโรงเรียนหนองคันทรงแล้ว โดยพบร่างลอยจากใต้คลอง ไกลจากสะพานกว่า 1 กิโลเมตร โดยเ

‘กรมทางหลวง’ แจงเหตุชิ้นเหล็กแบบหล่อสะพานหล่นใส่รถยนต์

‘กรมทางหลวง’เผยเหตุชิ้นเหล็กแบบหล่อสะพานไหลลอดช่องว่างของแผงกั้นไปโดนรถยนต์ได้รับความเสียหายบนถนนพระราม 2 เผยผู้รับจ้างเร่งเยียวยา–ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกวดขันให้มากยิ่งขึ้น 17 ส.ค. 2565 - นายอิทธิวัตร์ กฤษณะวณิช ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ชิ้นเหล็กแบบหล่อสะพานไหลลอดช่องว่างของแผงกั้นโดนรถยนต์ได้รับความเสียหายว่า สำนักก่อสร้างสะพานได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 15.30 น.ของวันที่16 ส.ค. 2565ในพื้นที่โครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี–ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน–เอกชัย ตอน 1 ที่ กม.13+263 ทิศทางขาออก มุ่งหน้า จ.สมุทรสาคร ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ผู้รับจ้างกำลังดำเนินการจัดเรียงชิ้นส่วนแบบหล่อราวสะพาน เพื่อเตรียมขนย้าย ในขณะเดียวกันชิ้นส่วนดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนประกอบย่อยไหลลอดผ่านช่องว่างของแผงกั้นเขตก่อสร้างเข้ามาในช่องจราจร แล้วไปโดนด้านข้างบริเวณซุ้มล้อหน้าของรถเก๋ง Honda Civic หมายเลขทะเบียน 7 กศ 519 กรุงเทพมหานครในขณะสัญจรอยู่บนช่องขวาสุด โดยเป็นเหตุทำให้รถคันดังกล่าว ได้รับความเสียหาย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยภายหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อให้การจราจรในพื้นที่เป็นปกติ ล่าสุด ผู้รับจ้าง (กิจการร่วมค้า NTA ประกอบด้วย บริษัท นวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน), บริษัทเทิดไทแอนด์โคจำกัด และบริษัทเอ.เอส.แอสโซซิเอทเอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด) ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งผู้รับจ้างยินดีรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด รวมถึงค่าเสียประโยชน์จากการใช้รถด้วย อย่างไรก็ตาม ทล.ขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เป็นการเตรียมพร้อมจัดระเบียบด้านความปลอดภัยในพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างของผู้รับจ้างตามมาตรการความปลอดภัยของ ทล.อย่างเคร่งครัด โดยหลังจากนี้ทล.จะส่งเจ้าหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบและกวดขันให้มากยิ่งขึ้น หากพบว่า มีข้อบกพร่อง จะขยายระยะเวลาหยุดงานก่อสร้างต่อไปอีก รายงานข่าวจาก ทล. ระบุว่า ก่อนหน้านี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี ทล. ได้สั่งการให้หยุดงานก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2565 จนถึงปัจจุบัน ใน 14 โครงการของ ทล. ได้แก่ ทางยกระดับพระราม 2 จำนวน 3 โครงการ, มอเตอร์เวย์ M82 สายเอกชัย–บ้านแพ้ว จำนวน 10 โครงการ และทางต่างระดับบ้านแพ้ว จำนวน 1 โครงการ อย่างไรก็ตามโดยในขณะก่อนเกิดเหตุ พื้นที่ดังกล่าว ยังไม่มีการเริ่มงานก่อสร้าง เนื่องจากอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่า โครงการใดมีความพร้อมเริ่มก่อสร้าง และผ่านการตรวจสอบตามเช็คลิสต์ของ ทล. จากนั้น ทล.ถึงจะอนุมัติให้เริ่มงานก่อสร้างต่อไป ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ส.ค. 2565 จะมีการพิจารณาให้เริ่มก่อสร้าง 4 โครงการ หากผ่านตามเช็คลิสต์ของ ทล. แล้ว ผู้รับจ้างจึงจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้

2 นักท่องเที่ยวฝ่าธงแดง ดับ 1 อีกรายสูญกลางคลื่นลมแรง

อุทาหรณ์ฝ่าธงแดง! นักท่องเที่ยวดับ1 อีกคนหายกลางทะเลไม่รู้ชะตากรรม หลังลงเล่นน้ำช่วงลมแรงฝนตก เผยทั้งสองมีอาการคล้ายเมาสุราด้วย

เกาะช้างคึกคักแม้โลว์ซีซั่น จนท.ห่วงคลื่นแรง ติดธงแดงเตือน นทท.ห้ามเล่นน้ำ

บรรยากาศของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอเกาะช้าง จ.ตราดยังเป็นไปด้วยความคึกคัก แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของเกาะช้างก็ตาม