24 มิถุนายน 2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนม ว่า หลังสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อหลายอาชีพ เศรษฐกิจค้าขายของชาวบ้านกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังซบเซามานานกว่า 2 ปี เช่นเดียวกับหมู่บ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ถือเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพแปลกกว่าที่ใด ทั้งจับตุ๊กแก ไส้เดือน ปลิงแปรรูป ส่งขายต่างประเทศ สร้างรายได้มานานกว่า 30 ปี
โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นฤดูกาลของการจับตุ๊กแก หลังโควิดซาทำให้บรรยากาศการค้าขายตุ๊กแก กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยก่อนนี้ซบเซาจากผลกระทบโรคโควิดระบาด การเดินทางข้ามจังหวัดไปมาลำบาก และยังกระทบต่อการส่งออก แต่หลังโควิดคลี่คลายชาวบ้านสามารถออกไปล่าตุ๊กแกตัวเป็นๆมาทำการแปรรูปส่งขายไปประเทศจีน สร้างรายได้ครอบครัวละ 50,000 – 100,000 บาทต่อเดือน ถือว่าไม่ขี้เหร่และขึ้นอยู่ที่ความขยัน รวมถึงความสามารถในการหา
ในหมู่บ้านแห่งนี้มีการค้าขายครบวงจรรับซื้อทั่วประเทศ ทั้งการรับซื้อตัวสด ในราคาตัวละ 30-40 บาท ส่วนหลังแปรรูปเป็นตุ๊กแกอบแห้งจะขายในราคาตัวละ 50 -60 บาท ขึ้นอยู่ตามขนาดตัวเล็กหรือใหญ่ อีกทั้งมีการจ้างแรงงานแปรรูปครบวงจร เป็นการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือน มีเงินกลับมาหมุนเวียนสะพัดอีกครั้ง โดยจากข้อมูลพบว่า แต่ละปีจะมีเงินหมุนเวียนจากอาชีพแปรรูปตุ๊กแกส่งออกปีละหลาย 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายชาญชัย ปาทา อายุ 65 ปี ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านผู้ค้าตุ๊กแก บ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ยังมีการโชว์เมนูเด็ด ผัดเผ็ดตุ๊กแก การันตีความอร่อยยืนยันว่ากินเป็นอาหารได้เชื่อเป็นยาสมุนไพรชูกำลัง และชาวบ้านถือเป็นยารักษาโรคโปลิโอ ให้กับลูกหลานมาแต่โบราณ หากมีลูกหลานไม่ชอบกินข้าวหัวโตก้นลีบ จะนำตุ๊กแกมาปรุงเป็นอาหารให้กินเป็นยา ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ซึ่งเด็กกินแล้วหายจริง ส่วนปัจจุบันไม่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว เพราะเนื้อตุ๊กแกถือว่ามีราคาแพง จึงจับมาขายแปรรูปส่งออกทำเงินแทน
นายชาญชัย ปาทา เล่าต่อว่าสำหรับบ้านตาลได้ฉายาว่าหมู่บ้านปริศนา เนื่องจากจะมีอาชีพแปลกตามฤดูกาล เช่นในช่วงฤดูฝนจะจับปลิงกับตุ๊กแก แปรรูปขาย ส่วนฤดูหนาวจะเป็นไส้เดือน โดยทำกันเป็นอาชีพหลักสืบทอดกันมากว่า 30 ปี ภายหลังมีพ่อค้าคนกลางมาติดต่อ แนะนำให้ทดลองแปรรูป ทีแรกทำกันในครัวเรือนแคบๆ หลังลองผิดลองถูกจนมีความชำนาญ สามารถแปรรูปส่งขายได้ราคา ก็มีคนในหมู่บ้านหันมาทำอาชีพดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น สำหรับช่วงนี้จะเป็นการซื้อตุ๊กแกสดมาแปรรูป เป็นการรวมกลุ่มกันในหมู่บ้าน มีคนออกไปล่าตามหมู่บ้านใกล้เครียง หรือไปรับซื้อกับเครือข่ายทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน
จากนั้นจะพักการรับซื้อชั่วคราว เพราะเป็นฤดูกาลวางไข่ขยายพันธุ์ ที่ผ่านมายืนยันไม่กระทบต่อการขยายพันธุ์ ทำมา 30 ปี ยังมีตุ๊กแกให้รับซื้อตลอด ส่งขายไปประเทศจีนออเดอร์รับไม่อั้น โดยจะต้องผ่านการแปรรูปก่อน ส่วนตัวสดจะซื้อในราคาตัวละประมาณ 30 -40 บาท ตัวแห้งแปรรูปจะขายในราคาตัวละประมาณ 50 -60 บาท แต่ละเดือนเฉพาะกลุ่มของตน แปรรูปส่งขายสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 50,000 ตัว มีพ่อค้าชาวจีนรับซื้อไม่อั้น สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดรวมกันวันละเป็นแสน บางครอบครัวแปรรูปขายเอง ทำเงินได้เดือนละเป็นแสนบาทเช่นกัน ส่วนคนที่ออกไปล่ามาขายจะมีรายได้ดีเช่นกันวันละหลายพันบาท ถือเป็นอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ครบวงจรให้กับชุมชน ยิ่งช่วงโควิดซาทำให้การค้าขายตุ๊กแกกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ด้าน นางนุจรินทร์ โคตบิน อายุ 51 ปี ชาวบ้านตาลใหญ่ ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม อาชีพแปรรูปตุ๊กแกส่งออกขาย เปิดเผยว่า ตุ๊กแกที่รับซื้อสดจะนำมาแปรรูป เริ่มจากการชำแหละเอาเครื่องในออก ส่วนอื่นยังต้องอยู่ครบ รวมถึงหางจะต้องไม่ขาด จากนั้นจะช่วยกันในครอบครัวทำคนละหน้าที่ แปรรูป อีกคนจะนำตุ๊กแกมาขึงใส่ไม้แบบตามขนาด จะมีการวัดขนาดความกว้าง ส่วนใหญ่จะมีขนาดตัวละ 12-15 เซนติเมตร จากนั้นจะใช้เหล็กหนีบขึงให้หนังตุ๊กแกตึง ขึงขาทั้ง 4 ข้างกางออก รวมถึงมัดหางใส่ไม้เป็นก้านยาว ก่อนที่จะนำไปอบรมควันประมาณ 1 คืน เพื่อให้หนังแห้งไม่ให้เกิดปัญหาเน่าเสียเวลาแพ็กส่งไปขาย ถือว่าสร้างงานสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ในแต่ละวันจะมีการแปรรูปวันละ 400-500 ตัว จะมีทั้งรับจ้างแปรรูปตัวละประมาณ 7-10 บาท ส่วนขายสดตัวละ 30-40 บาท ตากแห้งตัวละ 50-60 บาทตามขนาด แต่ละเดือนหักค่าใช้จ่ายแล้ว สร้างรายได้ดีพอสมควรไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000-20,000 บาท มีเงินสะพัดในหมู่บ้านวันละนับแสน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันแพงพ่นพิษ กระทบตลาดนัดไทย-ลาว รายได้หดหาย ค่าเรือโดยสารปรับเพิ่ม
มีบรรยากาศบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่มีทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ซึ่งมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจากทั้งสองฝั่งไทยลาว เดินทางมาจับจ่ายกันอย่างคับคั่ง แม้ภาพรวมจะดูคึกคักด้วยสินค้าท้องถิ่น อาทิ ปลาน้ำโขง แมลง ไข่มดแดง และพืชผักพื้นบ้าน แต่หลังรอยยิ้มกลับแฝงไปด้วยความกังวลจากวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ
น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป
จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ
จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล
'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด
ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร
หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง
ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน

