'ศาลฎีกา' พิพากษากลับ ให้ลงโทษ 'กะเหรี่ยงแก่งกระจาน' คุก 2 ปี 8 เดือน

27 ก.ค.2565 - ที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีทวงคืนผืนป่า ตามที่พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีเป็นโจทย์ฟ้องจำเลย คือ นางวันเสาร์ ภุงาม ชาวบ้านกะเหรี่ยง บ้านท่าเสลา อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ในความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ โดยมีชาวบ้านมาให้กำลังใจจำเลยกว่า 30 คน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 นางวันเสาร์ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล คสช. ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 โดยพบว่า มีการครอบครองที่ดินเนื้อที่ 31 ไร่ บริเวณหมู่บ้านท่าเสลา ม.5 ต.ยางน้ำกลัดเหนือ จ.เพชรบุรี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยเป็นที่ทำกิน ปลูกบ้าน 1 หลัง ห้องเก็บของ และโรงรถ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ จึงเข้าร้องทุกข์ต่อตำรวจให้ดำเนินคดีแก่นางวันเสาร์

ขณะที่นางวันเสาร์ยืนยันมาโดยตลอดว่า ตนเองคือเหยื่อของนโยบายทวงคืนผืนป่า เนื่องจากที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินมรดกของบรรพบุรุษที่ทำกินสืบทอดกันมาแต่อดีตนับร้อยปี เคยเป็นที่ตั้งหมู่บ้านท่าเสลาแห่งเดิม จนเกิดโรคระบาดใหญ่ในรุ่นของปู่ย่าทำให้มีการย้ายที่ตั้งหมู่บ้านห่างออกมา 2 กิโลเมตร แต่ยังใช้เป็นที่ทำกินสืบเนื่องต่อมา จนกระทั่งมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และมีการประกาศขยายเขตอนุรักษ์ทับเมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะการรังวัดที่ดินใหม่ในปี 2557 ทำให้ชาวบ้านหลายรายถูกดำเนินคดีบุกรุกแผ้วถางป่า

ในคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านางวันเสาร์ จำเลย มีความผิด ตัดสินจำคุก 4 ปี ปรับเงิน 2,124,060 บาท และให้รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้าง

จากนั้น นางวันเสาร์ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม โดยศาลกลับให้ยกฟ้อง

ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรียื่นฏีกาต่อศาล ในวันนี้จึงมีคำพิพากษาศาลฎีกาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ม.54 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ม.14, ม.31 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ม.16, ม.24, ม.27 ตัดสินลงโทษจำคุก 4 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน ให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เกิดเหตุ และชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ 310,000 บาท

ขณะที่บรรยากาศภายหลังศาลฎีกาอ่านคำตัดสิน นางวันเสาร์ ถูกควบคุมตัวเตรียมนำไปที่เรือจำกลางเพชรบุรี โดยชาวบ้านเตรียมไปขอเยี่ยมในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งชาวบ้านไม่คิดว่าศาลฎีกาจะพิพากษากลับ เนื่องจากชั้นศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้องไปแล้ว จึงมีการชูป้ายเชิงสัญลักษณ์พร้อมจะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้ป้าวันเสาร์ และเรียกร้องสิทธิชุมชนของชาวบ้านรอบผืนป่าต่อไป

นอกจากนางวันเสาร์แล้ว ในพื้นที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ได้มีการดำเนินคดีกับชาวบ้านบุกรุกแผ้วถางป่าอีกหลายสิบราย เช่น ชุมชนห้วยกระซู่ 4 ราย ชุมชนสาริกา 10 ราย ฯลฯ และยังพบว่ามีอีกว่า 10 คดี แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

'เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊ก' โคม่า! คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกา มีมติแจ้งข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ 246 บาท  

เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊กโคม่า คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกา มีมติแจ้งข้อกล่าวหาสี่ผู้เกี่ยวข้องคดีเรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท ล้มคดีเว็บพนันออนไลน์

ป่าไม้ภูเก็ต ติดประกาศ 'หาดนุ้ย' สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ภายใน 9 ก.ค.นี้

นายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต นายฐานันดร เพ็ชรดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้  นายฐิติชัย เสียมเหล็ก ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต พ.ต.ท. วิวัฒน์ ชำนาญกิจ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกะรน และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.2(ภูเก็ต)

รบ.ยึด 'ภูเก็ตโมเดล' ลุยอุทยานสิรินาถ จัดระเบียบที่ดินรัฐ ทวงคืนผืนป่า ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว

รัฐบาล เดินหน้าภูเก็ตโมเดล จัดระเบียบที่ดินรัฐ–ทวงคืนผืนป่า–ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ‘สุชาติ’ ลุยอุทยานสิรินาถ ดัน Boat Taxi เชื่อมสนามบิน ลดรถติด สร้างรายได้ชุมชน

ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้หาก กกต.ไม่ส่งคำร้องฮั้วสว.ไปศาลฎีกา ทั้งที่มีพยานหลักฐาน เสี่ยงเกิดผล 4 มิติสำคัญ

หากสมมติว่า กกต. มีมติ ไม่ส่งคำร้องกรณีฮั้ว ส.ว. ไปยังศาลฎีกา หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมากและเป็นคดีที่สังคมจับตา ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายมิติ

'สุชาติ' นำคณะ ทส. ติดตามท่านราชเลขา ในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อเร่งฟื้นหุบกะพง-ห้วยทรายใต้ แก้น้ำแล้ง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการตามข้อสั่งการของราชเลขานุการในพระองค์ แผนงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกับน้ำในพื้นที่โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หุบกะพง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี