หดหู่! พ่อเฒ่าวัย 82 ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีลูก 7 ไร้คนดูแล นอนจมกองอุจจาระ อดข้าวหลายวัน

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร พ่อเฒ่าวัย 82 ชาว อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ช่วยตัวเองไม่ได้ถูกปล่อยนอนจมปัสสาวะอุจจาระและอดข้าว 3 วัน ทั้งที่มีลูก 7 คนบางคนไปมีครอบครัว หายสาบสูญ พิการ และตระเวนรับจ้างทิ้งพ่อไว้บ้านคนเดียว สุดหดหู่ลูกชายคนรองข่มขืนลูกสาวตอน 9 ขวบ จนติด HIV ตายทั้งคู่ ตัดพ้อไม่อยากมีชีวิตอยู่

10 ส.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่า​ มีคุณตาวัย 82 ปีคนหนึ่ง​ มีชีวิตที่น่าเวทนาสงสาร เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ล่าสุดถูกปล่อยให้อดข้าว และนอนจมปัสสาวะ อุจจาระของตัวเองถึง 3 วันจนเป็นแผลกดทับ เนื่องจากลูกชายคนที่ 5 ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อปัจจุบันจากจำนวนลูกทั้งหมด 7 คน ไม่อยู่บ้านไม่รู้ว่าหายไปไหน จนชาวบ้าน และ อสม.ต้องช่วยกันพาคุณตาส่ง รพ. และซื้อข้าวอาหารให้กิน

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง ก็พบคุณตานพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี นั่งอยู่บนที่นอนภายในบ้านที่คล้ายกับกระต๊อบสภาพทรุดโทรม และมีกลิ่นเหม็นของอุจจาระและปัสสาวะคละคลุ้ง โดยสภาพของคุณตา คือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เนื่องจากแขนขาอ่อนแรง หากจะเข้าห้องน้ำต้องมีคนช่วยพยุง หากไม่มีคนดูก็ต้องขี่ เยี่ยวใส่ที่นอน เพราะไม่สามารถเดินไปมาเองได้

สอบถามคุณตานพ ก็เล่าให้ฟังว่า ภรรยาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว มีลูกด้วยกันทั้งหมด 7 คน คนโตเป็นผู้หญิงหายสาบสูญไปเลยไม่ติดต่อกลับมา คนที่สองเป็นผู้ชายเสียชีวิตไปแล้ว คนที่สามเป็นผู้หญิงมีครอบครัวแล้วก็ไม่เคยกลับมาหา คนที่สี่เป็นผู้ชายมีครอบครัวแล้วแต่ต้องตระเวนรับจ้างไปเรื่อย คนที่ห้าเป็นผู้ชายสภาพร่างกายพิการ ซึ่งปัจจุบันคนนี้อยู่กับพ่อด้วยแต่ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน คนที่หกเป็นผู้หญิงสมองไม่ปกติปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่จ.สุรินทร์ ไม่ได้มาเหลียวแล คนที่เจ็ดเป็นผู้หญิง เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ตอน 9 ขวบ เพราะถูกพี่ชายคนสองข่มขืน จนติดเชื้อ เอชไอวี เสียชีวิตทั้งสองคน

คุณตา เล่าด้วยความหดหู่ใจว่า มีลูกก็เหมือนไม่มีเพราะตอนแก่เฒ่าช่วยตัวเองไม่ได้ แต่กลับไม่มีลูกหลายคอยดูแล ปล่อยให้นอนจมปัสสาวะอุจจาระและอดข้าวถึง 3 วัน ถ้าเพื่อนบ้านไม่มาเห็นก็ไม่รู้จะเป็นยังไง รู้สึกท้อใจถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ไม่อยากได้อะไรแค่อยากให้ลูกหลานมาดูแลเอาใจใส่บ้าง แต่หากจะมีคนมาช่วยเหลือก็อยากจะได้สิ่งของอุปโภคบริโภคเพราะตนเองหากินไม่ได้แล้ว

สอบถามนางคิมมั่น ส้างชาติ อายุ 64 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ชีวิตคุณตาน่าสงสารมาก เพราะมีลูกถึง 7 คน แต่พอบั้นปลายชีวิตที่คุณตาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็ไม่มีคนดูแล เพราะลูกบางคนก็ไปมีครอบครัวไม่ติดต่อมาเลย ส่วนลูกชายที่อยู่ด้วยปัจจุบันก็ไม่ค่อยอยู่บ้านชอบดื่มเหล้าไปเรื่อย

ล่าสุดถึงขั้นปล่อยตานอนจมปัสสาวะอุจจาระและอดข้าวถึง 3 วัน จนตาเป็นแผลกดทับ อสม.และชาวบ้านต้องพากันส่ง รพ. หาข้าวหาน้ำให้กิน และที่น่าหดหู่ใจคือตอนที่ลูกสาวคนเล็กอายุ 9 ขวบ ได้ถูกพี่ชายคนที่สองขืนใจ จนติดเชื้อเอชไอวี เสียชีวิต ส่วนพี่ชายคนที่ก่อเหตุหนีไปและมีคนส่งข่าวมาทีหลังว่าเสียชีวิตแล้ว ก็คิดว่าน่าจะติดเชื้อเอชไอวี เหมือนกัน

ที่ผ่านมาตนเองซึ่งอยู่ใกล้ก็คอยสอดส่องดูแลช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินมาตลอด แต่ก็ช่วยได้ตามกำลังเท่านั้น ก็อยากให้ทางหน่วยงานนำของอุปโภคบริโภคมาช่วยเหลือตา และอยากให้ทำบัตรคนพิการให้กับตาด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รักจนวาระสุดท้าย 'ตา-ยาย' จากไปวันเดียวกัน หลังครองคู่ดูแลกันมาตลอดชีวิต

สะเทือนใจลูกหลาน คู่ชีวิตวัย 70 และ 69 ปี ชาวบุรีรัมย์ ล้มป่วยทั้งคู่ “ตา” อาการทรุดแต่เหมือนรอ “ยาย” กลับจากโรงพยาบาล เมื่อได้นอนเคียง

จับสึกเจ้าอาวาสพร้อมลูกวัด ซิ่งเก๋งฝ่าไฟแดงขนยาบ้า ยึดของกลางเกือบ 200 เม็ด

ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วม ตชด. ทหาร และฝ่ายปกครอง จับสึกเจ้าอาวาสวัดกับพระลูกวัดใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าร่วม 200 เม็ด หลังไปซื้อมาจากพระอีกรูปที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ขณะเจ้าอาวาสที่ถูกจับบ่นเสียดาย และห่วงอยู่ไม่ทันจัดงานบุญที่วัด 20 ก.ย.นี้ เผยทั้งวัดมีพระ 4 รูป ถูกจับ 3 รูป เหลือ 1 รูป

'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ

ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

“โสภณ” ชูพลังการเรียนรู้ตลอดชีวิต สกร.บุรีรัมย์ “สร้างคน สร้างโอกาส พัฒนาอาชีพที่ยั่งยืน” ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันที่ 12 ก.ย.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมทางวิชาการสรุปผลการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด “สร้างคน สร้างโอกาส พัฒนา ////////////////////

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี