
ขอนแก่น สั่งปิดถนนสายทางเคียมห้วย เชื่อมเลี่ยงเมือง น้ำพอง-กระนวนแล้ว หลังน้ำพองทะลักท่วมสูง พร้อมกำหนดให้ใช้ทางเลี่ยงทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
16 ต.ค.2565 – เมื่อเวลา 14.30 น.ที่ถนนสายเคียมห้วย ตัด ถ.เลี่ยงเมืองไปบ้านโคกท่า ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น ถนนสายรองลัดตัดผ่าน อ.เมือง-น้ำพอง และ อ.กระนวน นายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่แขวงการทางขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ชลประทานขอนแก่น ร่วมกันสำรวจจุดที่น้ำท่วมถนนสูงประมาณ 35 ซม.ระยะทางประมาณ 300 เมตร รถเล็กสัญจรไปมาลำบาก ก่อนจะร่วมกันพิจารณาปิดถนนในจุดดังกล่าวทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรไปมา
นายประจวบ กล่าวว่า ถนนสายเคียมห้วย ไปบ้านโคกท่า นั้น เป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาในแต่ละวันจำนวนมาก เพราะถนนสายนี้ เป็นสายที่ออกจากอำเภอเมืองขอนแก่นไปอำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน แต่น้ำท่วมมาได้ 2 วันแล้ว ประชาชนที่ใช้รถยนต์เก๋งขับผ่านก็เครื่องยนต์ดับมาหลายคัน เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งเป็นน้ำที่มาจากเขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำออกมาที่ 54 ล้าน ลบ.ม.ขณะนี้น้ำถึงพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น และกระจายท่วมทุ่งนา บ้านเรือน และถนนไปจำนวนมาก
“ในสายทางเคียมห้วย บ้านโคกท่านั้น เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้กันเยอะมาก เมื่อน้ำท่วม ชาวบ้านก็ลำบากในการเดินทาง แต่เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถ ใช้ถนน จึงประสานกับแขวงการทางเพื่อร่วมหารือกัน ในการที่จะปิดเส้นทางในจุดที่น้ำท่วมขัง และติดตั้งป้าย ให้ชาวบ้านได้รู้แล้วไปใช้ทางเลี่ยงที่กำหนดไว้ให้ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 1 กม. ซึ่งเส้นทางดังกล่าว รถเก๋งและรถจักรยานยนต์ จะมีความปลอดภัย ส่วนสายทางหลัก แขวงการทางจะดำเนินการนำป้ายมาติด และติดไฟส่องสว่าง เพราะเกรงว่าชาวบ้านมาใช้ถนนในเวลากลางคืนจะไม่ปลอดภัย” นายประจวบ ระบุ
ทางด้าน นายณัฐพงษ์ เกษสัญชัย นายช่างโยธา ชำนาญงาน แขวงทางหลวงชนบทขอนแก่น กล่าวว่า หลังทราบว่าน้ำท่วมถนนในสายเคียมห้วย โคกท่า จึงได้มาตรวจสอบ และพิจารณาร่วมกับนายอำเภอ เพื่อปิดถนน ให้ชาวบ้านไปใช้ทางเลี่ยงที่สามารถสัญจรไปมาได้อย่างปลอดภัย เพราะในจุดที่ถูกน้ำท่วมนั้น มวลน้ำเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องปิดถนน ให้ชาวบ้านไปใช้สายทางที่เลียงออกไปจากจุดเดิม หรือชาวบ้านที่จะไป อ.กระนวน และ อ.น้ำพอง สามารถเลี่ยงไปใช้ถนนสายโคกสีก็ได้
ขณะที่นายณัฐพิสิษฐ์ อ่อนสำลี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน สำนักงานชลประทานขอนแก่น กล่าวว่า มวลน้ำที่เอ่อท่วมถนนสายเคียมห้วย โคกท่านั้น เป็นมวลน้ำมาจากลำน้ำพอง ซึ่งรับน้ำจากการระบายน้ำ 54 ล้าน ลบ.ม.ของเขื่อนอุบลรัตน์ เมื่อประชาชนได้รับผลกระทบมากมายเช่นนี้ ท่วมทั้งบ้านพักอาศัย ท่วมถนนที่สัญจรไปมา ชลประทานและจังหวัดขอนแก่น คงต้องประชุมกับทางเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อลดปริมาณการระบายให้น้อยลง เพราะไม่เช่นนั้นชาวบ้านท้ายเขื่อนจะถูกน้ำท่วมหนักกว่านี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน
“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้
'ทรงศักดิ์' จี้ กต. ประสานจีน ให้แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำจากเขื่อน ต้นเหตุน้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบให้รองนายกฯแต่ละคนไปกำกับดูแลน้ำแต่ละพื้นที่ ตนกำกับดูแลในพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด
‘วัฒนา’ ประกาศชิงนายก อบจ.ขอนแก่นอีกสมัย หลังศาลคืนความบริสุทธิ์
10 สิงหาคม พ.ศ.2569 - ที่จังหวัดขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่ ว่า ในคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ในคดีนี้ไม่มีพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่า
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 37 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กงดออกฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

