รวบมารศาสนา บวชพระ 5 ปี เลิกเจ้าชู้ไม่ได้ ข่มขืนลูกในไส้วัย 14 ในห้องเช่า

6 ม.ค.2566 - เมื่อเวลา 12.00 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา ด.ญ.แอน (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี และ นางขนิษฐา (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ผู้เป็นป้า เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี ภายหลังจาก ด.ญ.แอน ถูกพ่อแท้ๆ ซึ่งบวชเป็นพระอยู่วัดไตรสามัคคี ข่มขืน เหตุเกิดที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ภายซอยด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลือวิลัย รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม มีการเข้ามาแจ้งความที่ สภ.สำโรงเหนือ ว่าเด็กอายุ 14 ปี ถูกพ่อแท้ ๆ ของตัวเองกระทำชำเรา เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พฤติการณ์ของพ่อไปหาลูกที่เปิดห้องพักไว้ให้ ซึ่งรายละเอียดนี้ เราสอบในสำนวนสรุปหมดแล้ว จนกระทั่งเรารวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับได้ในวันนี้ แต่เหตุที่ต้องใช้เวลา เพราะว่าในการสอบเด็กผู้เสียหาย ในการตรวจรูปพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะตรวจร่างกาย ในการเก็บ ดีเอ็นเอ ในการเก็บหลักฐานทั้งหมด ต้องใช้เวลาพอสมควร ถือว่าทำได้เร็ว แต่อาจด้วยความไม่เข้าใจหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมีคดีที่ ภ.จว.สมุทรปราการ ตำรวจเราค่อนข้างจะทำอะไรให้มันรวดเร็ว วันนี้หมายจับออกแล้ว และภายในวันนี้เดี๋ยวคงจะจับตัวมา พฤติการณ์ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเป็นพ่อแท้ๆ เข้าหาลูกสาวแล้วข่มขืน แต่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เป็นความผิดทั้งหมด อัตราโทษ 20 ปี

ขณะนี้ผู้ต้องหาเป็นพระจึงต้องทำการสึกตามขั้นตอนศาสนาก่อนจะนำตัวมาดำเนินคดี จากการสอบสวนพร้อมกับสหวิชาชีพ เด็กให้การว่าโดนกระทำแค่ครั้งเดียว พ่อมีเมีย 2 คน เด็กคนนี้น่าจะเป็นลูกเมียเก่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ เรื่องอย่างนี้เราต้องรีบดำเนินการ ในเวลาเกือบ 10 วันถือว่าเร็ว กว่าจะตรวจ ดีเอ็นเอ นัดสหวิชาชีพ เอาข้อมูลจากผลทางการแพทย์ จนเป็นรูปพยานหลักฐานจนศาลเชื่อแล้วออกหมายจับได้ ในเรื่องว่าเสพยาหรือไม่ ต้องรอสอบอีกที พระอย่างน้อยไม่เสพสุรา แต่เขาอาจจะเสพสุราก็ได้ แต่เสพของมีนเมาอย่างอื่นเราไม่รู้ต้องตรวจสอบร่างกายอีกที แต่พฤติกรรมระหว่างที่เขาทำอะไรกับลูกเราพูดให้ฟังไม่ได้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุไม่พบว่าเคยก่อเหตุอะไร บวชเป็นพระมา 5 ปีแล้ว หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเด็ก

นายเอกภพ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก วันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ปกครองพาผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กวัย 14 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ว่าเมื่อช่วงเวลา ประมาณ 9.00 น.วันเดียวกัน นายวีรชัย อายุ 42 ปี เป็นพ่อแท้ๆ ที่กำลังบวชเป็นพระอยู่ที่วัดไตรสามัคคี เดินทางมาหาที่ลูกสาวที่ห้องพัก ย่านซอยด่านสำโรง ก่อนที่จะลงมือข่มขืนจนสำเร็จความไคร่ และยังข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกใคร

ต่อมาผู้เสียหายจึงได้แชทไปคุยกับเพื่อน พร้อมกับได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งผู้เป็นยาย ซึ่งพักอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ก่อนที่จะเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ยายฟัง ต่อมายายจึงตัดสินพาผู้เสียหาย มาที่ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เป็นพ่อ

ภายหลังจากแจ้งความ จึงปรึกษากับญาตินำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องกับเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้ช่วยเร่งรัดคดี เนื่องจากเกิดความกลัว เพราะผู้เป็นพ่อยังแชทมาคุยกับลูกสาวในเชิงชู้สาว แถมยังส่งคลิปโป๊อนาจารมาให้ดูอีกด้วย ต่อมาหลังจากวันนี้ตนเองเดินทางมาพบตำรวจ จึงทราบว่าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐาน ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับไปแล้ว

ต่อมา ช่วงเวลา 13.00 น. ภายหลังจาก ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติออกหมายจับนายวีรชัย ข้อหากระทำชำเราผู้สืบสันดาน อายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนเอง หรือเด็กนั้นจะจะยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตาม พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ จึงนำกำลัง ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงเหนือ เดินทางไปที่วัดไตรสามัคคี ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อจับกุมตัว นายวีรชัย ซึ่งกำลังปฎิบัติธรรมอยู่ในวัด และจับสึกเป็นที่เรียบร้อย ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.สำโรงเหนือ หลังลงจากรถ ญาติได้พากันตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น ที่พ่อแท้ๆกระทำแบบนี้กับลูกสาว

ส่วนทางด้านญาติ ด.ญ.แอน กล่าวว่า แม่กับพ่อของน้องแอน เลิกรากันไปนานกว่า 10 ปี ระหว่างนี้แม่จึงเป็นฝ่ายเลี้ยงดูมาโดยตลอด หลังเลิกรากัน ผู้เป็นพ่อจึงเข้าไปบวชเป็นพระได้ประมาณ 5 ปี แต่ก็ยังมีการติดต่อกับลูกสาวบ้าง กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อนผู้เป็นแม่เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ นานๆจะกลับมาที่ประเทศไทย ส่วนน้องแอนหลังจากแม่ไปทำงานต่างประเทศ จะเดินทางไปๆมาๆ ระหว่างห้องเช่าที่ซอยด่านสำโรง และ บ้านแฟนย่านรามอินทรา ก่อนเกิดเหตุ วันที่ 28 ธ.ค.ทราบว่า น้องแอนทะเลาะกับแฟน จึงเดินทางกลับมานอนที่ห้องเช่า ช่วงสายวันที่ 29 ธ.ค.ผู้เป็นพ่อ ซึ่งยังบวชเป็นพระอยู่ รู้ว่าลูกมานอนที่ห้อง จึงมาเคาะประตูห้อง อ้างว่ามาขอเยี่ยมลูกสาวและให้ศีลให้พรก่อนวันปีใหม่ น้องแอนไม่ได้เอะใจจึงเปิดประตูห้องจัดที่นั่งให้ผู้เป็นพ่อ

ต่อมาอาศัยจังหวะที่อยู่เพียงลำพัง ลงมือขืนใจจนสำเร็จความใคร่ไปหนึ่งครั้ง โดยบอกว่าจะสอนการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้องให้ลูก เนื่องจากที่ผ่านมา น้องแอนเคยคบแต่แฟนเป็นผู้หญิงด้วยกัน ทั้งนี้ญาติยังให้ข้อมูลอีกว่า สำหรับพ่อรายนี้ ขณะที่ยังไม่บวชก็มีพฤติกรรมชอบลวนลามลูกสาว และเจ้าชู้จนภรรยาต้องขอเลิก แต่คิดว่าหลังจากบวชแล้วพฤติกรรมจะเปลี่ยนไป ซ้ำร้ายกลับมาก่อเหตุกับลูกสาวแบบนี้อีก หลังเกิดเหตุผู้เสียหายตกอยู่ในอาการซึมเศร้า พยายามแชทไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิท ถึงขั้นระบายว่าอยากฆ่าตัวตาย แต่เพื่อนได้ห้ามปรามไว้ ก่อนเล่าเรื่องให้ญาติใกล้ชิดฟัง และ ตัดสินใจเข้าแจ้งความช่วงค่ำวันเดียวกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.