นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน วอนรายการดังตีข่าวแขกซาอุฯ โดนยัดยาหมดเป็นล้านที่ภูเก็ตเช็กข้อมูลก่อน ชี้เป็นเรื่องตั้งนานก่อน คสช. แต่กลับมาดรามาช่วงนี้ทำจังหวัดและการค้าเสียหาย
01 ก.พ.2566 - นายกฤช เทพบำรุง นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามันและอุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน แถลงข่าวชี้แจงกรณีการร้องเรียนกลางรายการข่าวว่ามีชาวซาอุดิอาระเบียโดนยัดยาหมดเป็นล้านที่ภูเก็ต ว่าได้ดูคลิปของรายการและติดต่อโทรถามคุณประสาน ประธานมัคคุเทศก์ภาษาจีนกลางที่กรุงเทพเป็นหนึ่งในประธานสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยด้วย เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะเราเป็นผู้นำมัคคุเทศก์ในประเทศไทยที่มีกว่า 20 องค์กร ซึ่งหลังจากตรวจสอบข้อมูลทราบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นนานมาแล้วขอไม่เปิดเผยว่าเมื่อไหร่จึงไปเช็กด้วยตัวเองทราบว่าเป็นเรื่องที่เกิดมานานมากแล้ว เพราะซาอุฯ ไม่เข้ามาภูเก็ตนานมากแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นต้องก่อนที่เขาจะหยุดมาเที่ยว
“การส่งข้อมูลแบบนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ชัดเจนทั้งเรื่องของเวลา เกิดเหตุการณ์ว่าเป็นยาเสพติดหรือไม่ก็ยังไม่ทราบอาจจะเป็นเรื่องอื่นก็ได้และมาดรามาเอาตอนที่มีเหตุการณ์เหมือนๆ กันเกิดขึ้นหรือจำนวนเงินที่บอกว่าเป็นล้านก็อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ภูเก็ตเราเสียชื่อตอนนี้ ภูเก็ตกำลังบูมในเรื่องท่องเที่ยวทุกคนกำลังลืมตาอ้าปากเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น ในนามนายกสมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ผู้ที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ออกมาแก้ข่าวหรือจะขอโทษจะอะไรก็แล้วแต่อาจจะผิดพลาดในข้อมูลอาจต้องระวังในการให้ข้อมูลขอให้ออกมาชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้น เช่น มีการส่งข้อความเข้าไปในรายการและเอ่ยขึ้นมาตรงนั้นว่าเป็นเรื่องแบบนี้ ดังนั้นอาจทำให้ผิดพลาดได้ เพราะไม่ได้ถามชัดเจนว่าเกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่หน่วยงานอะไร ซึ่งพยายามสืบเองเป็นเรื่องที่เกิดสมัยก่อน คสช.ที่นานมากแล้ว”
นายกฤชกล่าวอีกว่า อยากขอให้คนที่อยู่ในรายการ ผู้จัดรายการคิดว่า ควรมีวิจารณญาณพอในการรับข้อมูลเมื่อไหร่ไม่ควรออกอากาศทันทีควรต้องกรองสักนิดท่านอาจจะใจร้อนไปนิดหนึ่งเห็นข่าวแล้วรีบพูด ซึ่งในเรื่องยาเสพติดมีหลายหน่วยที่ปฏิบัติและตนเองเป็นหัวหน้าสิงหราช อาสารักษาดินแดนอยู่ตรงนี้ด้วยพอได้ยินข้อมูลจึงรีบตามเรื่องนี้ เป็นเหตุเกิดหลายปีมาแล้ว และข่าวออกมาอย่างนี้จะเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว เพราะเขากลัวว่าเข้ามาแล้วจะเจอแบบเดียวกันหรือไม่ซึ่งไม่ใช่ชาติเดียวที่เป็นซาอุฯอาจจะเป็นชาติอื่นที่มาแล้วเกิดความไม่แน่ใจในเหตุการณ์ที่มีแบบนี้เกิดขึ้น
“สิ่งที่ต้องทำต่อคือ คนที่จะออกสื่อต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูลและอีกด้านคือเจ้าหน้าที่รัฐของเราเองต้องมีจริยธรรม สำหรับมัคคุเทศก์ ในจังหวัดภูเก็ตก่อนโควิดมีจำนวนนับหมื่นคน ช่วงโควิดเหลือไม่ถึงพันคนตอนนี้กลับเข้ามาทำงานหลายพันคนแล้ว และ มัคคุเทศก์ที่ส่งข้อมูลไปทราบว่าทำงานที่ภูเก็ตแต่ไม่ใช่คนภูเก็ต เขาไม่ได้อยู่ในสมาคมฯ คนที่ส่งข้อมูลไปในรายการอาจจะหวังดีก็ได้ว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแต่ไม่แจ้งเวลาที่เกิดจากความไม่ระมัดระวังการให้ข้อมูลทำให้ภูเก็ตเสียชื่อ" นายกฤช กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐจริงจังกวาดล้างนอมินีในพื้นที่ ‘ภูเก็ต กระบี่ พังงา’ ยึดคืนที่ดินมูลค่ากว่าพันล้าน
รัฐบาลกวาดล้างนอมินีในพื้นที่ “ภูเก็ต กระบี่ พังงา” ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้านบาท เร่งขยายผล
ป่าไม้ภูเก็ต ติดประกาศ 'หาดนุ้ย' สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ภายใน 9 ก.ค.นี้
นายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต นายฐานันดร เพ็ชรดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้ นายฐิติชัย เสียมเหล็ก ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต พ.ต.ท. วิวัฒน์ ชำนาญกิจ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกะรน และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.2(ภูเก็ต)
ย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตไม่จบปัญหา! ‘สุรเดช’ แนะใช้กองปราบ-DSI ลุยนอมินีทุนเทา
'สุรเดช' ซัด ย้ายผวจ.-รองผวจ. แค่ลดกระแส ไม่ได้แก้ปัญหาภูเก็ต ชง ใช้ตร.ส่วนกลางลงไปปราบ ทำให้ตร.-จนท.รัฐในพื้นที่กลัว แนะ เลิกฟรีวีซ่า เปิดช่องทุนนอมินี-ทุนเทา เข้ามาแย่งงาน-แย่งเงินคนไทย ยัน ไม่กระทบท่องเที่ยว – สัมพันธ์ระหว่างประเทศ ใช้กลไก กต.คุยได้
'ชัยชนะ' โผล่ตั้งฉายาโยกย้ายมหาดไทยเหมือนโยกย้ายละครลิง!
'ชัยชนะ' ตั้งฉายา 'โยกย้ายละครลิง' หลัง ย้ายผู้ว่า-รอง ภูเก็ต จี้ นายกฯเอาจริงปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ลั่น สส.ปชน.บอกชัดแล้วยังไม่จัดการ ถามต้องให้เขาตายก่อนหรือ ลั่นทุกชีวิตไม่ควรมีใครถูกข่มขู่
'พลอยทะเล' สวน 'ลิซ่า' ย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ-ประชาชนไม่ใช่ละครตบตา
รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'ลิซ่า' ปมย้ายผู้ว่าภูเก็ต เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้รับการแก้ไขมากขึ้น ยันไม่ใช่ละครตบตา หรือวัฒนธรรมการโยกย้าย
'วรศิษฏ์' ย้ำนายกฯ สั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ไม่ใช่แค่ภูเก็ต!
'วรศิษฏ์' ย้ำนายกฯสั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ แจงเข้มภูเก็ต เหตุยังมีบางกลุ่มไม่กลัวกฎหมาย หวังจากนี้ดีขึ้น ฮึ่ม หาก จนท.รัฐเอี่ยวพิสูจน์ได้ก็ต้องรับไป

