คนไทยพลัดถิ่นจากฝั่งพม่านับพันหนีตายข้ามแดนมาไทย เผยชายแดนด้านระนอง-ประจวบฯ PDF จับมือ KNU รบทหารพม่าหนัก ชุมชนโดนลูกหลงถูกกระสุนปืนค.หล่นใส่ แต่ไร้การเยียวยา
6 พ.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงกรณีที่มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนตะวันตกไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนองและประจวบคีรีขันธ์แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ได้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบเนื่องจากมีการปะทะกันระหว่างกองทัพพม่าและกลุ่มต่อต้านซึ่งประกอบด้วยกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People's Defense Force- PDF) ซึ่งจับมือกับทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union- KNU) ทำให้มีผู้อพยพจากฝั่งพม่าหลบหนีภัยมาอยู่ฝั่งไทย นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้ทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้รับผิดชอบ
ทั้งนี้จุดแรกที่ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสำรวจคือช่องเจ้าจอก หมู่บ้านหาดตุ่น ตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี โดยชาวบ้านให้ข้อมูลว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ได้มีกองกำลัง PDF และทหาร KNU กลุ่มใหญ่เดินทางเข้ามายังหู่บ้านหวายแดง (หรือหวายดินในภาษาพม่า) กิ่งอำเภอเขม่าจี จังหวัดเกาะสอง ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำกระบุรี ตรงกันข้ามกับหมู่บ้านหาดตุ่น เมื่อทหารพม่าทราบเรื่องจึงได้เกิดการปะทะกันอย่างหนักเป็นเวลา 11 วัน
โดยทหารพม่าได้ยิงปืนค. ถล่มหมู่บ้านหวายแดง ทำให้ชาวบ้านฝั่งพม่าราว 300 คนต้องหลบหนีข้ามมาอาศัยอยู่ในสวนปาล์มฝั่งไทย
“ถามผู้เฒ่าผู้แก่แล้ว เราไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มานาน ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี พอเขายิงกันก็เลยตกใจ ต้องวิ่งเข้าไปหลบกันในสวนปาล์ม ตอนแรกมี ตชด.มาช่วยดูแล ตอนหลังทหารเขียวเข้ามา แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร แค่ตั้งด่านห้ามคนเข้าออก แต่พม่าก็ยังยิงปืนค. ข้ามมาตกฝั่งไทย ทำให้วัวเจ็บไป 2 ตัว อีกรายโดนอาร์พีจียิงใส่รถกระบะ โชคดีไม่ระเบิด” ชาวบ้าน กล่าว
ชาวบ้านเล่าว่าหลังเหตุการณ์สงบ แต่ชาวบ้านยังหวาดผวาโดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ฝั่งพม่าต่างข้ามมาหลบอยู่ตามบ้านญาติพี่น้องฝั่งไทยจนถึงปัจจุบันส่งผลกระทบกับการค้าขายมาก จากที่ทุกวันเคยมีชาวบ้านจากฝั่งพม่าข้ามมาซื้อของไปขาย ตอนนี้หายหมด ที่เรากลัวกันก็คือหากมีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ ทางการก็ไม่เคยมาช่วยวางแผนรับมือเผชิญเหตุ
ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวเล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนและสามีกำลังดูแลวัวอยู่ที่คอก ปรากฏว่ามีกระสุนปืนค. ที่ทหารพม่ายิงข้ามไปยังหมู่บ้านหวายแดงตกลงข้างคอกวัว ทำให้สะเก็ดระเบิดไปโดนวัว 2 ตัวบาดเจ็บ ตัวหนึ่งเจ็บหนักจึงต้องส่งโรงฆ่าสัตว์ อีกตัวหนึ่งเจ็บเล็กน้อยที่ขาตอนนี้กำลังรักษาอยู่ โดยมีทหารไทยเข้ามาเก็บสะเก็ดระเบิดทั้งหมดออกไปแล้ว แต่ไม่เคยมีใครเข้ามาสอบถามเรื่องความเสียหายหรือการเยียวยาใดๆ
“พื้นที่ที่เราอยู่ริมแม่น้ำเป็นโค้งคล้ายแหลมยื่นเข้าไป ทหารพม่าเขายิงปืนค. จากฟากหนึ่งข้ามหัวเราไปลงที่ทหารกะเหรี่ยงกับ PDF ที่หมู่บ้านหวายแดง แต่กระสุนลูกนี้ข้ามไปไม่ถึงเลยมาตกข้างคอกวัว ทำให้สะเก็ดระเบิดสร้างความเสียหาย ยังมีรอยอยู่ที่หลังคา” ชาวบ้านรายนี้พาผู้สื่อข่าวไปดูหลังคาคอกวัวที่ทะลุจากสะเก็ดระเบิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสำรวจพื้นที่ด้านจังหวัดประจวบฯนั้น พบว่าสถานการณ์สู้รบที่มีความรุนแรงฝั่งพม่าบริเวณตรงข้ามจังหวัดประจวบฯ ระหว่างกลุ่มกองกำลัง PDF ที่จับมือกับ KNU รบกับทหารพม่า ทำให้คนไทยพลัดถิ่นนับพันคนต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านและข้ามมาอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องในฝั่งไทย โดยเฉพาะชาวบ้านในหมู่บ้านสิงขร ที่มีอยู่กว่า 160 ครอบครัว กว่าครึ่งหนึ่งต้องหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทยตามช่องทางธรรมชาติ
ชาวสิงขรรายหนึ่งที่หนีมาอยู่กับญาติพี่น้องฝั่งไทยเล่าวว่า พวกตนเป็นคนไทยที่ถูกทิ้งอยู่ฝั่งพม่าตั้งแต่ไทยเสียดินแดนให้กับอังกฤษ แต่ในอดีตยังข้ามไป-มาหาสู่กับญาติพี่น้องฝั่งไทย จนกระทั้งเกิดการสู้รบรุนแรงในพม่าตั้งแต่ปี 2531 ชาวบ้านบางส่วนจึงได้ทยอยหนีกลับเข้ามาประเทศไทย เพราะถูกทหารพม่าเกณฑ์ให้ไปเป็นลูกหาบในการแบกเสบียง อย่างไรก็ตามชาวบ้านบางส่วนก็ยังอาศัยอยู่ในดินแดนบรรพบุรุษจนกระทั่งเหตุการณ์สงบลงเมื่อนางอองซานซูจีเป็นผู้นำประเทศพม่า อย่างไรก็ตามหลังการรัฐประหารของ พล.อ.มิน อ่อง หลาย ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
ชาวสิงขรรายนี้เป็นอดีตผู้นำหมู่บ้านเล่าว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีกองกำลัง PDF เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อทำงานร่วมกัน KNU ในการต่อสู้กับกองทัพพม่า ทำให้ ทหารพม่าเริ่มโจมตีมายังหมู่บ้านสิงขรโดยยิงปืนค. เข้ามาทั้งกลางวันและกลางคืน ขณะที่ ทหารกะเหรี่ยงและPDF พยายามตอบโต้ ขณะเดียวกันได้แจ้งให้ชาวบ้านอพยพยออกจากหมู่บ้าน
“ตอนแรกทหารพม่ารับปากพวกเราว่าจะไม่ยิงปืนมายังหมู่บ้าน แต่สุดท้ายเขาทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับที่รับปากไว้ จนพวกเราอยู่ไม่ได้และพากันหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทยและอาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง แต่ก็รู้สึกเกรงใจมากเพราะพวกเรามากันตัวเปล่า เราต้องอพยพกันอย่างกะทันหัน ไม่สามารถเอาอะไรติดตัวมาได้”ชาวสิงขร กล่าว
ชาวบ้านรายนี้กล่าวด้วยว่า ในหลายหมู่บ้านที่เป็นคนไทยในฝั่งพม่าก็ต้องเผชิญสถานการณ์การสู้รบเช่นเดียวกันและพากันหลบหนีข้ามมาอยู่ฝั่งไทย แม้แต่พระสงฆ์ตามวัดต่างๆก็ต้องข้ามมาฝั่งไทยเพราะอยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัย เช่นเดียวกับโรงเรียนต่างๆ ที่ต้องปิดตัวและเด็กนักเรียนต้องหนีข้ามมาฝั่งไทย และเชื่อว่าสถานการณ์เช่นนี้ยังอยู่อีกนาน เพราะหากไม่มีการรบจนแพ้-ชนะ ก็ยังไม่เลิกรบกัน
“เราไม่สามารถปลูกข้าวได้เพราะไม่มีใครกล้าไปนา ปีหน้าต้องขาดแคลนข้าวกันแน่ แต่ที่หนักใจคือเรื่องอาหารการกินของทุกวันนี้ รู้สึกเกรงใจญาติพี่น้องที่ต้องคอยหาให้เรา แค่มาพักพิงด้วยก็รบกวนเขามากแล้ว แต่ยังต้องมาให้เขาเลี้ยงดูด้วยอีก”ชาวบ้านไทยพลัดถิ่น กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ. โต้ CMAA บิดเบือนปมระเบิดตกค้าง ยันไทยยึดหลักสากล
จากกรณีเมื่อ 20 มี.ค. 69 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ขอให้ประชาชนกัมพูชาเพิ่มความร
นายกฯ เผย เสธ.ทบ. เข้าหารือเรื่องชายแดน รัฐบาลเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เข้าพบบนตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า มาถามธุระนิดหน่อยและความพร้อมเรื่องชายแดนทั้งหมด
แจงปมช่องอานม้า ทบ.เผยไร้การปะทะ
กองทัพภาค 2 แจงปม “ช่องอานม้า” ปัดใช้อาวุธปืนต่อทหารกัมพูชา ย้ำยึดกฎใช้กำลัง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เตือนเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลกระทบชายแดน
กองทัพบกโต้สื่อเขมร อ้างไทยยิงทหารบาดเจ็บที่ช่องอานม้า
กองทัพบกชี้แจงกรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่ข่าวอ้างทหารไทยเปิดฉากยิงใส่กำลังพลกัมพูชาบริเวณช่องอานม้
วธ. เดินหน้าบูรณะปราสาทตาควายให้เสร็จสมบูรณ์ ก่อนเร่งประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
วธ. เดินหน้าบูรณะโบราณสถานชายแดนไทย-เขมร ย้ำปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานตามแนวเป็นของไทย
ส่ออีกรอบ! ทภ.2 ยิงเตือนกัมพูชา หลังพบเคลื่อนกำลัง-ส่องเลเซอร์ใส่ฐานไทย
กองทัพภาคที่ 2 รายงานเหตุการณ์ตึงเครียดแนวชายแดน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวกำลังพลและการส่องแสงคล้ายเลเซอร์จากฝั่งกัมพูชาเข้าหาฐานปฏิบัติการของไทย จึงดำเนินการยิงแจ้งเตือน ก่อนผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายประสานคลี่คลายสถานการณ์

