เด็กขอนแก่นออกโรง รร.ต้องหลุดให้พ้น อำนาจบริหาร 'อนุรักษ์นิยม'

นักเรียนขอนแก่น ยกกรณี "น้องหยก" เป็นกรณีศึกษาซึ่งโรงเรียนควรเปิดเสรีทางความคิด มากกว่ายึดติดกับระเบียบเดิมๆ แบบอนุรักษ์นิยม

18 มิ.ย.2566 -  ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับตัวแทนนักเรียนในเขต จ.ขอนแก่น หลังเกิดปรากฎการณ์นักเรียนอยากให้ยึดโยงตัวนักเรียนเป็นหลักมากกว่ากฎระเบียบที่โรงเรียนตั้งขึ้นจากกรณี "น้องหยก" นักเรียนวัย 15 ปี ที่กำลังเป็นประเด็นกับโรงเรียน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

ตัวแทนนักเรียนขอนแก่น อายุ 16 ปี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นนักเรียนเหมือนกัน โดยส่วนตัวคิดว่าในประเด็นของน้องหยกได้ทำการอารยะขัดขืนดื้อแพ่งต่อกฎนั้น เพราะหยกไม่เห็นด้วยต่อกฎ ซึ่งเราพูดกันอยู่ตลอดว่าต้องทำตามกฎแต่กฎไม่ถูกต้องเราจำเป็นต้องทำตามหรือไม่

“หยกแค่เห็นว่ากฎเหล่านั้นไม่ถูกต้อง ในยุคสมัยปัจจุบันคิดว่าการใส่ชุดนักเรียน ตัดผมทรงนักเรียน คิดว่าไม่จำเป็นแล้วเพราะไม่เกี่ยวกับหัวสมองในการเรียนหนังสือของเราเพราะการแต่งกาย ทำสีผม ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าคนเราจะฉลาดหรือโง่ลง แต่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นการสร้างความมีระเบียบเรียบร้อย แต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่กลุ่มนั้นๆกำหนดขึ้นมาเอง ต้องแยกกัน ระหว่างการเข้าเรียนกับการแต่งกาย หยกแต่งกายผิดระเบียบแต่ก็ยังเป็นนักเรียนของโรงเรียนนั้นอยู่ไม่เกี่ยวว่าสิทธิการเป็นนักเรียนจะเสียไป"

กฎต่างๆที่ออกมามองว่าเป็นการริบรอนเสรีภาพในร่างกายตัวคนทุกคนมีเสรีภาพโดยกำเนิด อยากให้การศึกษายึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางไม่ใช่เอาอำนาจไว้ที่ผู้บริหารซึ่งไม่มีความยึดโยงกับนักเรียน ไม่จำต้องมีการโหวดเลือก อย่างน้อยควรให้อำนาจสภานักเรียนออกกฎนักเรียนได้ครึ่งหนึ่งก็ยังดี หรือออกกฎนักเรียนที่มีอะไรยึดโยงกับตัวนักเรียนเองไม่ถึงต้องมีหน้าที่บริหารการเงินของโรงเรียนแต่อย่างต้องมีอะไรเกี่ยวกับตัวนักเรียนบ้าง สำหรับชุดลูกเสือ ยุวกาชาดมองว่าไม่มีความจำเป็นต่อไปในอนาคต แต่มองวิชาลูกเสือ เป็นวิชาที่จำเป็นแต่ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดลูกเสือมาเรียน เพราะไปเรียนวิชาอื่นไม่เห็นต้องใส่ชุดวิชานั้นๆ เพราะตอนไปเรียนวิชา ชีวะ เคมี ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่ชุดกาวน์ไปเรียนก็ยังเรียนได้

ขณะที่ เยาวชน อายุ 18 ปี กล่าวว่า ในกรณีของหยกไม่ได้มองเป็นความสุดโต่ง ถ้าจะมีใครทักท้วงขึ้นมาก็ไม่ได้แปลว่าผิด เพราะการแต่งกายชุดนักเรียนต้องมีสิทธิเสรีภาพบนร่างกาย จึงมองว่าไม่ใช่ความสุดโต่งที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองว่าจะใส่ชุดแบบไหนมาเรียนได้บ้างส่งผลต่อการเรียนหรือไม่ 

“นักเรียนสมัยก่อนกับตอนนี้ต่างกันมากเพราะปัจจุบันสื่อโซเชียลเข้าถึงได้ง่ายการหาข้อมูลหลักฐานต่างๆในการโต้แย้งก็เปิดเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไรก็สามารถถกเถียงกันในเหตุผลได้ ในยุคนี้การใส่ชุดนักเรียน ทรงผม ไม่ควรจะมาบังคับกันมองว่าไม่มีความจำเป็นอะไรต้องกำหนดกฎอะไรแบบนี้ออกมาอีก ให้ไปกำหนดเรื่องการเรียนการสอนทิศทางการศึกษาดีกว่า เพราะว่าการที่จะมีเสรีเครื่องแบบหรือเสรีทรงผมเป็นเรื่องที่ธรรมดาปกติ ทำไมไม่หาความเหมาะสมร่วมกันว่าแต่งได้ขนาดไหนทำแค่ไหนได้แบบนี้จะดีกว่าเพราะผู้ใหญ่ไม่เปิดพื้นที่รับฟังอะไรเลย เรื่องของเสรีภาพเครื่องแบบนักเรียนถ้ามองเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง"

พ่อแม่ตนเองได้รับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ถ้ารวมทุกอย่างน่าจะประมาณเป็น 1,000 บาท และต้องซื้อประมาณ 2-3 ชุด นอกจากนั้นยังมีค่าเทอม ค่ากินอยู่ ค่าหนังสือทุกวันนี้ยังต้องจ่ายยังไม่ได้ฟรีจริง ยังต้องจ่ายอยู่บางส่วนและเงินอุดหนุนจากรัฐบาลน้อย ถ้ากำหนดทิศทางการศึกษาเองได้จะต้องยึดโยงนักเรียนเป็นหลักเพระว่าในโรงเรียนเป็นการจำลองสภาพสังคมก่อนที่เด็กจะออกมาใช้ชีวิตในสังคม 

“การทำอะไรหลายๆอย่างควรจะคิดถึงสภาพสังคมจริงๆและเอานักเรียนเป็นหลักไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ตอนนี้มองว่ากระทรวงศึกษาธิการทำไมไม่ใช่อำนาจออกกฎระเบียบให้เหมือนกันทั้งหมด ทำไมถึงต้องให้อำนาจโรงเรียนนั้นมองว่าตรงนี้คือปัญหาในเมื่อกระทรวงศึกษาฯ มีอำนาจที่สุดทำไมไม่ใช้เพื่อสังคมจริงๆ มองว่าการให้อำนาจ ผอ. โรงเรียนแบบนี้มองว่าไม่มีความเท่าเทียม เพราะ ผอ. บางคนก็อนุรักษ์นิยม ผอ.บางคนเสรีนิยม  แบบนี้เกิดความไม่เท่าเทียมในสังคมเพราะเป็นการใช้อำนาจไม่เท่าเทียมกัน" 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.โรงเรียน ขับเก๋งตกข้างทางดับสลด หลังกลับจากงานเลี้ยงเกษียณ

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมัญจาคีรี ได้รับการประสานแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักคกลงข้างถนน บริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์บ้านหินกอง ต.กุดเต้า ถนนมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงประสานงานร่วมแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรีและ สภ.มัญจาคีรี เข้าตรวจสอบ

ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%

พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”

เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้

พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ