ครอบครัวแรงงานชาวสุรินทร์น้ำตาคลอ รอคอยลูกที่โดนจับเป็นตัวประกันที่อิสราเอล

13 ต.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00น.วันที่12ต.ค. ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 54 บ้านอำปึล หมู่ที่3 ตำบลโชกเหนือ อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ เป็นบ้านของ นายคมกริช ชมบัว (หรือนนท์) อายุ 29 ปี เป็นในหนึ่งแรงงานไทย ที่ไปทำงานในประอิสราเอล ได้โดนกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน ครอบครัวต่างตั้งตารอคอยข่าวสาร และคงหวังว่าลูกจะต้องปลอดภัย

ครอบครัวของ นายคมกริช เชื่อว่าลูกชายเป็นคนดี พระจะต้องคุ้มครอง ถึงแม้ว่าลูกชายจะยังคงติดต่อไม่ได้ แต่คนเป็นพ่อก็ได้แต่รอคอยข่าวสาร หวังว่าลูกชายจะต้องปลอดภัย และกดโทรศัพท์ vdiocall หาลูกชายอยู่แบบนี้เรื่อยๆ เผื่อว่าลูกชายอาจะหนีรอดและติดต่อได้ แต่ก็แทบหมดสิ้นความหวัง เพราะติดต่อไปก็ไม่มีสัญญาณตั้งแต่วันที่ทราบข่าวว่าลูกชาย โดนจับเป็นตัวประกัน

นางอาภัสสร จันทร์ทอง อายุ 33ปี (พี่สาว) เล่าว่า ที่น้องเลือกไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล แฟนเขาแนะนำ เพราะจะได้ตังเยอะ หลังจากที่ตนรู้ข่าวว่าน้องชายโดนจับเป็นตัวประกัน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา สงสารน้องชาย ตนได้เห็นรู้น้องชาย รู้สึกสงสารเพราะ ซูมดู ใกล้ ใบน้าน้องชายฟกช้ำดำเขียว คล้ายกับโดนซ้อม และไม่รู้น้องชายโดนอะไรมาบ้าง โดนอาวุธอะไรมาบ้าง ถ้าคุยกับน้องช้ายได้ ตนอยากปลอบใจน้องใจ และตนคิดว่าน้องชายจะไม่ต้องเป็นอะไร จะต้องกลับบ้านมาหาพ่อแม่และญาติพี่น้อง อยากวอนทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยว ให้ช่วยตามหาน้องชาย ไม่รู้ว่าจะได้กินข้าวกินน้ำบ้างหรือเปล่า (ส่วนคลิปที่ไลฟ์สดไปหาซื้อของกินในเมือง ซึ่งเป็นคลิปสุดท้าย ก่อนน้องชายจะโดนจับไปเป็นตัวประกัน เสื้อสีขาว)

นางพรทิพย์ ชมบัว อายุ 54ปี (แม่ ) เล่าว่า เม่ภาวนาให้ลูกชายปลอดภัย แม่เชื่อว่าลูกจะต้องกลับมา ลูกชายเป็นคนดีพระคุ้มครองให้ลูกแม่ปลอดภัย แต่แม่คิดถึงลูกมาก เวลากินข้าวแม่จะคิดถึงหน้าลูกว่า ลูกจะได้กินข้าวกินปลาบ้างหรือเปล่า เพราะยังคงติดต่อลูกหชายไม่ได้ ตอนนี้ตนยังต้องกินยานอนหลับ เพราะเครียดคิดมาก จนความดันขึ้นสูง

นายสุนันท์ ชมบัว (คุณพ่อของนนท์ ) เล่าว่า ตนยังมีความหวัง และคิดว่าลูกจะต้องปลอดภัย กลับมาแน่นนอน อยากฝากวอนถึงหน่วยงาน ช่วยติดตามลูกชายให้ด้วย เพราะยังติดต่อไปไม่ได้ตั้งแต่ทราบว่าลูกชายโดนจับเป็นตัวประกัน ตนก็ยังมีความคิดทำใจเผือส่วนหนึ่ง ถ้าลูกไม่ได้กลับไทยจทำยังไงดี อยากฝากถึงลูกถ้ายังมีชีวิตอยู่ ให้รักษาตัวให้ดี และกลับมาบ้านเรา และนอนไม่ค่อยหลับเป็นห่วงลูก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.อนุมัติใช้งบปี 66 ไปพลางก่อน วงเงิน 352 ล้าน ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติงบฯ ปี 2566 ไปพลางก่อน งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฯ วงเงิน 352.16 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือและอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล

'ปานปรีย์' ขอบคุณหลายประเทศกลุ่มอาหรับประสานโดยตรงกับฮามาส ปล่อยตัวคนไทย

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีการปล่อยตัวประกันคนไทย 10 ราย ว่า กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันคนไทย จำนวน 10 คน

'ปานปรีย์' ไม่ยืนยันข่าวเตรียมปล่อยตัวประกัน 23 คนไทย กต. ยินดีหยุดยิงชั่วคราว

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศอ้างว่ากลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกันชาวไทย 23 คน ว่า เป็นข่าวที่เราไม่สามารถยืนยันได้ โดยเป็นข่าวที่มาจากสื่อมวลชน ไม่ใช่ข่าวที่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ

'ทูตไทย' เผยมีแรงงานไทยหลายคนแอบกลับอิสราเอลแล้ว วอนขอให้ใจเย็น

น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยหลักสิบคนที่เดินทางกลับเข้าประเทศอิสราเอลไปแล้ว เท่าที่ทราบเดินทางผ่านไปยังประเทศอื่นก่อน ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตไทยฯห่วงกังวล แต่เข้าใจแรงงาน

นายกฯ ยังไม่ได้รับรายงาน หลังอิสราเอลแพร่ภาพ 'ฮามาส' นำตัวประกันส่งรพ. อาจเป็นคนไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สื่ออิสราเอลโชว์ภาพวงจรปิดตัวประกัน ซึ่งอาจเป็นคนไทย ถูกฮามาสนำตัวไปส่งโรงพยาบาล ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่แน่นอนจะให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบเรื่องนี้

สงครามทวีรุนแรงปท.อื่นนำคนกลับได้หมด 'เศรษฐา' ไร้น้ำยาพาคนไทยกลับแค่1ใน3

'จตุพร' กังขา ปท.อื่นนำคนของเขากลับได้หมด เหน็บ 'เศรษฐา' ยังลัลล๊า จับต้นชนปลายไม่ถูก นำกลับได้แค่หนึ่งในสามจาก 3 หมื่นคน ชี้สงครามยิ่งทวีรุนแรง โอกาสคนไทยกลับบ้านยิ่งสั้นลง วอนขอให้เอาชีวิตไว้ก่อน อย่าเห็นแก่เงินเดือน 5 หมื่น