'ผู้เฒ่าไทลื้อ' สุดปลื้มได้บัตรประชาชนไทย เผยดีใจยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1

9 ก.พ.2567 - เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่ว่าการอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานในพิธีมอบบัตรประจำตัวประชาชน “ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ” ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้แปลงสัญชาติเป็นไทยของคนต่างด้าวที่เป็นชนกลุ่มน้อย ทำให้บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลสัญชาติไทยตามมาตรา 5 ของพรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 จำนวน 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทลื้อ มีถิ่นฐานในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีลูกหลานเป็นบุคคลสัญชาติไทย โดยมีทีมงานสถานะบุคคลของมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)ที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมผลักดันมาตั้งแต่ต้นร่วมให้กำลังใจ

นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่ายินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มามอบบัตรประชาชนในครั้งนี้ โดยขอให้ทุกคนตระหนักในศีลธรรมอันดี มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย เคารพระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุข ประกอบอาชีพที่สุจริต เคารพกฎหมาย และกล่าวว่าขั้นตอนในการขอแปลงสัญชาติทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลางนั้นใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร ตนในฐานะนายอำเภอแม่สายพยายามเร่งรัดให้สามารถดำเนินการแก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุด และวันนี้ยินดีได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน

นายแก้ว ยองใจ อายุ 71 ปี หมู่ 6 ต.แม่สาย อ.แม่สาย เชื้อสายไทลื้อ กล่าวว่าตนได้เข้ามามีถิ่นฐานในประเทศไทยราว พ.ศ. 2520 มาจากสิบสองปันนา มาทำงานรับจ้าง ทำอาชีพสุจริตมาตลอด เมื่อก่อนค่าแรงทำงานได้ได้วันละ10 บาท ค่ารถเมล์จากแม่สายไปเมืองเชียงราย 3 บาท ลูกหลานเป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด คนโตเรียนจบปริญญาโท ทำงานที่กรุงเทพ คนเล็กจบปริญญาตรีสาขาการท่องเที่ยว

“ยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติ 6 ปี วันนี้ได้รับบัตรประชาชนไทย ดีใจกว่าถูกรางวัลที่ 1 เพราะเป็นสิทธิที่ไม่มีหมด ตอนที่ถือบัตรต่างด้าว ความเป็นคนไม่เต็มร้อย ทำอะไรก็ไม่มีสิทธิ วันนี้ภูมิใจมากที่ได้เป็นคนไทย ลูกๆ ก็ดีใจทุกคน” นายแก้ว กล่าว

ก่อนหน้านี้กรมการปกครอง โดยนายบรรจบ จันทรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรื่องการได้สัญชาติไทย เนื้อหาส่วนหนึ่งว่าตามที่จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินการปฏิญาณตนและยืนยันตัวบุคคลแก่คนต่างด้าวที่ได้รับพระราชทานำระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย จำนวน 84 ราย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 ธันวาคม 2566 จึงแจ้งอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ดำเนินการเกี่ยวกับรายการสัญชาติและทะเบียนราษฎร

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย และกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) กล่าวว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องกำหนดนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 30 ปี กลมกลืนกับสังคมไทย ให้เข้าถึงสิทธิในสวัสดิการของรัฐและทำหน้าที่พลเมืองไทย เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิได้เร็วที่สุด ปัจจุบันการผลักดันแก้ไขปัญหาทำให้ระยะเวลาในการได้รับสัญชาติไทยของผู้เฒ่าอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้นมีขั้นตอนที่กระชับขึ้น แต่ก็ยังคงกินเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงควรเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะผู้เฒ่าไร้สัญชาตินั้นมากถึงกว่า 80,000 คนทั่วประเทศ ที่ต่างก็แก่ชราไปเรื่อยๆ เวลาที่ผ่านไปทุกวันจึงความหมายเป็นอย่างยิ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนลุ่มน้ำ 5 สาย นัดระดมพลเดิน 'ธรรมยาตรา' แสดงพลังเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำ

จากท่าตอนถึงเชียงรายจัดระดมพลธรรมยาตรา-จี้นายกฯอนุทินแก้ปัญหาด่วนสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำข้ามแดน-ภาคประชาชนสุดทนผ่านไปแล้ว 1 ปีรัฐไร้น้ำยาหาทางออก-วอนใส่ใจความเดือดร้อนผู้รับผลกระทบ

'พีระพันธุ์' หวั่นปลดล็อก 8 ธุรกิจคนต่างด้าว ตัดอำนาจพาณิชย์ กระทบความมั่นคงชาติ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวแสดงความกังวลต่อกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่เปิดทางยกเว้นธุรกิจบริการ 8 ประเภท

กฎหมายคุ้มครอง 'กลุ่มชาติพันธุ์' ในวันที่หมอกควันแห่งอคติยังกดทับ

นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เผยแพร่บทความเรื่อง กฎหมายคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในวันที่หมอกควันแห่งอคติยังกดทับ มีเนื้อหาดังนี้

เรื่องใหญ่มาก! ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ แนะสมาชิกพรรคส้ม ลงบันทึกประจำวัน ทำบัตรปชช.ใหม่ด้วย

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain โพสต์ข้อความว่า

พชภ. หวั่นสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก รุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ

มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 18 คน ลงพื้นที่หมู่บ้านแควัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญสถาน