ดีเอสไอ สอบเครียดกรรมการจัดสอบและออกข้อสอบครูผู้ช่วย สพป.ขอนแก่น เขต 2 เชื่อมโยงปมทุจริตขายคู่มือสอบเล่มละ 300,000-600,000 บาท พร้อมพบพฤติกรรม แบ่งเค้กคณะกรรมการ อกคศ.คนละ 2 ราย
6 มี.ค.2567 - ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายสุทธิกร สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวนการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำคณะทำงานสืบสวนดีเอสไอ เข้าทำการสอบปากคำ ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ภายหลังจากมีการร้องเรียนการทุจริตการสอบบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี 2566 ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ได้จัดทำการสอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.2566 และได้ประกาศผลการสอบ ผู้ที่ผ่านการสอบและลำดับสำรองให้มารายงานตัวที่ สพป.ขอนแก่นเขต 2 ในวันที่ 28 ส.ค.2566 ทั้งหมด 44 ตำแหน่ง โดยในการเรียกสอบปากคำวันนี้เป็นคณะกรรมการออกข้อสอบและจัดการสอบตามประกาศของ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ที่มีทั้งหมด 12 คน โดยดีเอสไอ ออกหมายเรียกให้ปากคำ 10 คนยกเว้นนายเสรี ขามประไพ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ในขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 และนายอนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ ประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 โดยมีผู้ทีถูกออกหมายเรียกทยอยเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ อย่างต่อเนื่องท่ามกลางบรรยากาศที่ตรึงเครียด
นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า มั่นใจกระบวนการยุติธรรมและการสอบสวนของทุกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญและทำงานสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริตการสอบครูผู้ช่วย ของ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ซึ่งรับทั้งสิ้น 44 คน โดยมีผู้สมัครสอบมากกว่า 100 คน โดยขณะนี้เอกสารหลักฐานต่างๆ ได้ส่งมอบให้กับดีเอสไอ,และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.แล้ว โดยเฉพาะหลักฐานการโอนเงินอละสลิปการเบิกจ่ายของผู้สมัครสอบรายหนึ่ง ที่ต้องไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน 600,000 บาท และจ่ายให้กับ กรรมการ อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 รายหนึ่ง และอีกราย ที่จ่ายเงิน 300,000 บาทให้กับนายหน้าที่เป็นคนสนิทของ กรรมการ อกคศ.เพื่อต้องการคู่มือการสอบที่มีการทำตำหนิไว้ ขณะเดียวกันจากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ในการออกข้อสอบ โดยที่ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ได้แต่งตั้งขึ้นนั้นมีทั้งหมด 12 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ และมีการนัดรวมตัวกันเพื่อออกข้อสอบที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเขต ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น
"มี กรรมการ อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 บางรายออกมายอมรับว่าเมื่อกรรมการ ออกข้อสอบและจัดการสอบ ไปถึงรีสอร์ทดังกล่าว ก็พบว่า ประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ได้นำข้อสอบและเอกสารที่มีตำหนิมาไว้ให้และให้ออกข้อสอบตามที่กำหนด ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารชุดที่มีการซื้อขายกันในราคา 300,000-600,000 บาท
ขณะเดียวกันยังคงมีข้อมูลอีกว่า ในการสอบแข่งขันในตำแหน่งครูผู้ช่วยครั้งนี้ มีการจัดสรรโควต้าให้กับ กรรมการ อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 คนละ 2 คน เหมือนกับว่าให้กรรมการแต่ละคนไปหาคนมาจนกลายมาเป็นการทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้น อย่างไรก็ดียังคงมีพยานที่ต้องการจะให้ปากคำ โดยเฉพาะผู้ที่สมัครสอบและจ่ายเงินให้กับ กรรมการ อกคศ. รวมทั้งคนที่เกี่ยวข้องกับ สพป.ขอนแก่น เขต 2 แม้กระทั่งคนในครอบครัวที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากสถาบันการเงินในเขต อ.บ้านไผ่ ซึ่งทั้งหมดได้ส่งมอบเป็นหลักฐานให้กับเจ้าหน้าทีทั้งหมดแล้ว"
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการสอบสวนของดีเอสไอ ในวันนี้ ผู้ที่เข้าให้ปากคำซึ่งทั้งหมดเป็นคณะกรรมการออกข้อสอบและจัดการสอบ ครูผู้ช่วย ในสังกัด สพป.ขอนแก่น เขต 2 โดยส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารระดับสูง ในสังกัด สพป.ขอนแก่น เขต 2 โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ หรือให้ข้อมูลใดๆกับสื่อมวลชนและภายหลังการให้ปากคำแล้วเสร็จทั้งหมดต่างพากันเดินทางกลับทันที ในขณะที่ข้อมูลการสอบสวนในวันนี้ จะมีการสรุปสำนวนทั้งหมด กับดีเอสไอ โดยไม่ให้ข้อมูลใดๆกับสื่อมวลชนเช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
'กล้าธรรม' บอกรอโพลหลัง 16 ม.ค.รู้แน่คว้าชัยกี่เขต!
กล้าธรรมรุกอีสานหนัก 'ธรรมนัส-นฤมล' ประกาศ ปักหมุดขอนแก่น ชี้โพลหลัง 16 ม.ค.รู้เรื่องจะคว้าชัยกี่เขต
รวบครูสอนนาฏศิลป์ พกอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 2 กระบอก ยาบ้าอีก 4 เม็ด
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและตำรวจชุดปฏิบัติการยาเสพติด สภ.เมืองขอนแก่น เข้าทำการจับกุมนายวุฒิชัย อายุ 34 ปี ต.โพนเมือง อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด อาจารย์สอนวิทยาลัยนาฎศิลป์
ดีเอสไอ บุกค้น 5 จุด โยงเครื่องสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูล 1.2 ล้านคน
รองอธิบดีดีเอสไอ เผยสัปดาห์หน้าเตรียมเชิญ "ธรรมนัส-นฤมล" สอบปากคำพยาน ปมโผล่ร่วมภาพสักขีพยานวันลงนาม MOU กระทรวงดีอีฯ-บริษัทเอกชนสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.67 ระบุ คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลดูดข้อมูลคนไทย

